
อัศจรรย์สวรรค์มารับ
ธรรมดา “คนดีและเก่ง” ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกองค์กรเพื่อจะได้มาพัฒนาองค์กรของตนให้เจริญก้าวหน้าเป็นที่เชิดชูตา
ธรรมดา “คนดีและเก่ง” ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกองค์กรเพื่อจะได้มาพัฒนาองค์กรของตนให้เจริญก้าวหน้าเป็นที่เชิดชูตา
โดย..อ.ตุ้ย วรธรรม
แต่ว่าเก่งและดีด้วยใช่ว่าจะหาได้ง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่สมัยนี้นึกไม่ออก
ถ้าสมัยพุทธกาลนึกออกอยู่คนหนึ่งเป็นชายไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ค่อนข้างจะเป็นคนที่มีฐานะ มีลูกชาย 7 คน ลูกสาว 7 คน
เวลาแกจะไปที่ไหนจะมีคนติดตาม (ผู้ชาย) ไม่ต่ำกว่า 500 คน แต่ไม่ใช่ลักษณะบอดีการ์ดคุ้มครองป้องกันภัย แต่ติดตามเพราะมีความเคารพศรัทธาในความเป็นคนมีศีลมีธรรมของเขาตั้งแต่เป็นหนุ่มจนกระทั่งแก่
ชายแก่ผู้นี้พร้อมภรรยาและลูกๆ ทุกคนทั้งตระกูลชอบทำบุญสุนทานแด่พระภิกษุสงฆ์มากเรียกว่าทุกวัน มีความศรัทธาในพระรัตนตรัยสูงส่ง มีศีลอันดีงาม มีกัลยาณธรรม และมีความยินดีในการแจกจ่ายทานแก่คนอื่นๆ
ทำความดีอยู่ตลอดจนผู้คนพากันเรียกชื่อแกว่า “ธรรมิกอุบาสก” ซึ่งแปลว่า คนมีธรรม
ไปที่ไหนคนก็ยกมือไหว้เสมือนว่าเป็นภิกษุด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน เห็นอุบาสกเหมือนเห็นพระมาโปรด เหมือนเห็นเจ้าฟ้ามหากษัตริย์เสด็จมา
แต่ด้วยสภาพของสังขารที่เสื่อมไปตามวัยไม่สามารถที่จะก้าวเดินไปไหนได้ ต้องนอนบนที่นอนอย่างเดียว แต่ทว่าด้วยจิตวิญญาณของคนธรรมะธัมโม เขาก็ยากจะฟังพระสวดมนต์ให้ฟัง
ลูกๆ จึงไปนิมนต์พระมาสวด อยากฟังบทไหน พระก็สวดให้ฟังหมด แต่ว่าในขณะที่แก่นอนฟังพระสวดมนต์อยู่นั้นก็มีเทวดาจากสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ที่ตกแต่งรถทิพย์อย่างอลังการ เทียมรถด้วยม้าสินธพหนึ่งพันตัว มีเทวดายืนอยู่บนรถทิพย์เหล่านั้นมาขัดบรรยากาศการฟังธรรมของแก
โดยเทวดาพวกนั้นต่างกล่าวเชื้อเชิญให้แกได้เห็นและได้ยิน เช่นว่า ท่านผู้มีบุญ ข้าพเจ้าจะนำท่านไปยังสวรรค์ชั้นข้าพเจ้า ขอท่านผู้เจริญจงมาเกิดในสวรรค์ชั้นนี้เถิด
ภาพรถทิพย์ลอยอยู่ในอากาศ เหล่าเทวดายืนส่งเสียงเรียกร้องชวนอุบาสกให้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นของตน เสียงดังรบกวนสมาธิเขาจนไม่เป็นอันฟังพระสวด
เขาเห็นท่าไม่ดีและไม่ต้องการให้เทวดาเหล่านั้นมาทำอันตรายการฟังธรรมของตนจึงกล่าวขึ้นว่า พวกท่านจงรอก่อน จงรอก่อน
พระภิกษุได้ยินอุบาสกพูดขึ้นอย่างนั้นต่างหยุดสวดเพราะเข้าใจว่าอุบาสกบอกให้หยุด ลูกชายและลูกสาวก็งงกับการกระทำของพ่อเพราะรู้ว่าพ่อไม่เคยเบื่อในการฟังธรรม แต่ตอนนี้ห้ามให้พระสวด ก็คิดว่าพ่อกลัวจึงพากันร้องไห้
ต้องบอกว่าลูกๆ ของแกกับพระนั้นไม่เห็นเทวดามายืนอยู่แถวๆ นั้น
พระภิกษุทั้งหลายจึงได้ลุกจากอาสนะออกจากเรือนไป อุบาสกมัวใส่ใจแต่เทวดาเมื่อได้สติรู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงลูกๆ ร้องไห้จึงถามและลูกก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
ฝ่ายพ่อก็บอกว่าที่พูดนั้นไม่ได้พูดให้พระหยุดสวด แต่พูดกับเหล่าเทวดาที่มารอรับตนไปอยู่ด้วย
อุบาสกจึงถามถึงพวกดอกไม้ที่เตรียมไว้โดยให้บุตรนำมาถือไว้แล้วถามลูกๆ ว่า สวรรค์ชั้นไหนน่ารื่นรมย์? ลูกตอบว่าชั้นดุสิตเพราะเป็นที่ประทับอยู่ของพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ รวมทั้งพระพุทธมารดาด้วย
ธัมมิกอุบาสกจึงบอกให้ลูกเสี่ยงพวงมาลัยไปในอากาศปรากฏว่าพวงมาลัยได้ไปคล้องที่แอกรถทิพย์ที่มาจากสวรรค์ชั้นดุสิต
ณ เวลานั้นทุกคนไม่เฉพาะลูกๆ ของอุบาสก แต่เป็นประชาชนทั่วเมืองได้มองเห็นพวงดอกไม้นั้นห้อยอยู่กลางอากาศแต่ไม่เห็นรถทิพย์ของเทวดา
จากนั้นอุบาสกก็สั่งเสียลูกว่า พ่อจะไปสวรรค์ชั้นดุสิตแล้วนะ ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ สิ้นคำก็สิ้นลมด้วยอาการสงบ
คนเราถ้าดีจริงๆ ผลแห่งความดีย่อมตอบแทนอย่างสมเกียรติ เหมือนอุบาสกคนที่สวรรค์ชั้นต่างๆ หมายปองที่จะเชิญไปอยู่ด้วย







