เอกชนให้รัฐบาล2ปีสอบผ่าน
จุดเด่นของรัฐบาลชุดนี้คือตั้งใจทำงานและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม แต่หลายๆ เรื่องก็เป็นเรื่องที่ต้องติติงเพราะล่าช้า...
จุดเด่นของรัฐบาลชุดนี้คือตั้งใจทำงานและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม แต่หลายๆ เรื่องก็เป็นเรื่องที่ต้องติติงเพราะล่าช้า...
โดย...กองบรรณาธิการ
หลังนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รายงานการบริหารประเทศผ่านไป 2 ปี ว่าได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม รวมทั้งเดินหน้าปฏิรูป 4 เรื่อง 1.ระบบเศรษฐกิจ 2.ระบบสวัสดิการ 3.กระบวนการยุติธรรม และ 4.การศึกษา พร้อมทั้งจะเดินหน้าแก้ปัญหาที่ยังคาใจประชาชนในเรื่องปัญหายาเสพติด ทุจริตคอร์รัปชัน และความขัดแย้งในสังคม
ผลงานดังกล่าว นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บอกว่า ให้คะแนนการบริหารงาน 2 ปีของรัฐบาล 5 คะแนนจาก 10 คะแนนเต็ม เพราะมีหลายเรื่องที่ทำได้ดี แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ดำเนินการล่าช้า เช่น เรื่องแนวคิดขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประเทศที่รัฐบาลถอดใจง่ายเกินไป โดยให้ไปตั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านแทน
ทั้งๆ ที่ความจริงเรื่องนี้สามารถบริหารจัดการได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม การวางผังพื้นที่ เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต้องมีหลายมิติ หลายประเภทอุตสาหกรรม ไม่ใช่ยืนอยู่บนเพียงขาเดียว ต้องมีทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การเกษตรและประมง
“จุดเด่นของรัฐบาลชุดนี้คือตั้งใจทำงานและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม แต่หลายๆ เรื่องก็เป็นเรื่องที่ต้องติติงเพราะล่าช้า” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ให้คะแนนรัฐบาล 6 เต็ม 10 ถือว่าสอบผ่านแบบไม่เยอะ เนื่องจากหลายเรื่องที่ดีขึ้น เช่น การส่งออก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ดีขึ้น ยังไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลโดยตรง ส่งผลให้ในภาพรวมยังไม่เห็นผลงานที่ชัดเจน แต่ก็สามารถประคองเศรษฐกิจให้ไปได้
สำหรับนโยบายที่ดีในรัฐบาลชุดนี้ คือการประกันรายได้เกษตรกร เนื่องจากให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรค่อนข้างมาก แต่ยังคงมีข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสอยู่ จุดนี้จึงต้องไปแก้ไขให้ได้
ขณะที่นโยบายประชานิยมต่างๆ บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและจำเป็น เช่น การให้สวัสดิการทางสังคม การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ในฐานะโฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) กล่าวว่า ผลงานรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาให้คะแนน 7 เต็ม 10 โดยมองว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง ร้าวลึก และเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับภาพลักษณ์ประเทศไทย แต่รัฐบาลสามารถประคับประคองให้ผ่านมาได้ ซึ่งถือว่ามีฝีมือ
ด้านการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้คะแนน 5 เต็ม 10 เนื่องจากวิธีและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ในขณะนี้ ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า รัฐบาลทำได้ดี พิจารณาดูแล้วมีความตั้งใจในด้านที่จะพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น จะเห็นว่ารัฐบาลมีความพยายามที่จะคลี่คลายปัญหาของประเทศ ทำให้มีสัญญาณที่ดีในการสร้างความปรองดอง ลดความขัดแย้ง อย่างกรณีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เป็นเรื่องที่ดี ชี้ให้เห็นว่าบ้านเมืองเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“การมีความพยายามที่จะดำเนินการเหล่านี้ ทำให้นักลงทุนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมั่นใจมากขึ้น ที่สำคัญหากปีหน้ามีการเลือกตั้งใหม่ ก็แสดงให้เห็นว่าเราเป็นประเทศที่เคารพกฎกติกา ทำให้นักลงทุนมั่นใจ แต่ยังต้องติดตามดูว่าจะเลือกตั้งได้เรียบร้อยหรือไม่” นายประสาร กล่าว
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า รัฐบาลควรระมัดระวังในการดำเนินนโยบายประชาวิวัฒน์ หากเหมือนกับนโยบายประชานิยม อาจเป็นภาระด้านงบประมาณและในที่สุดจะวกกลับมาสู่การปรับโครงสร้างภาษี ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงแหล่งที่มาของรายได้ด้วย ไม่ควรนำเสนอแต่ให้ในแง่ของรายจ่าย อย่างไรก็ตามจากการประเมินผลงานของรัฐบาลในรอบปีนี้ถือว่าสอบผ่าน


