posttoday
Brain Fog สภาวะสมองล้าที่บั่นทอนความคิดสร้างสรรค์

Brain Fog สภาวะสมองล้าที่บั่นทอนความคิดสร้างสรรค์

08 กุมภาพันธ์ 2564

ทำงานเยอะจนเบลอ รู้สึกมึนๆ ตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก สัญญาณของอาการ Brain Fog ที่อาจก่อความเครียดและหมดไฟในการทำงาน แก้ได้ด้วย 7 วิธีการดังนี้

Brain Fog คือสภาวะสมองล้า เพราะการทำงานอย่างหนักจนทำให้รู้สึกมึนหัว รู้สึกตื้อ หรือฟุ้งๆ ความจำสั้น ไม่สามารถโฟกัสกับอะไรได้ รวมไปถึงการบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์ลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว ไปจนถึงเป็นตัวเริ่มต้นของโรคร้ายแรงต่างๆ อย่างโรคเครียด หรืออาจถึงขั้นเกิดสภาวะสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรได้ 

นอกจากผลทางกายภาพที่เกิดขึ้น Brain Fog ยังส่งผลต่อสมดุลชีวิตที่ขาดหายไป ทำให้ทางด้านจิตใจเองอาจจะเสียศูนย์ ไม่ต่างจากอาการ Burn-Out เลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาวะสมองล้าก็มีหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น ความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สายตามากเกินไป ขาดการบำรุงสมอง และอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อสมองแบบหนักหน่วง โดยเมื่อรู้ถึงความอันตรายของเจ้าหมอกกินสมองตัวนี้แล้ว เราลองไปดูวิธีแก้ไขปัญหากันดีกว่า

1. ลดการทำงานแบบ Mutitasking

สมัยนี้ใครหลายคนมักเร่งสปีดทำหลายอย่างพร้อมกันในคราวเดียว จนกลายเป็นต้องทำงานแบบ Multi Tasking แต่หากเมื่อต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน มันจะยิ่งทำให้สมาธิถูกแยกส่วน ส่งผลให้สมองต้อใช้งานหนักกว่าเดิม ดังนั้นลองจัดตารางการทำงานใหม่โดยโฟกัสให้งานเสร็จเรียบร้อยทีละอย่าง ไม่ควรทำหลายอย่างพร้อมกัน พร้อมทั้งจัดสรรเวลาการทำงานในแต่ละชิ้นให้ชัดเจน

2. ไม่โต้ตอบกับงานยิบย่อยทันที 

ไม่ว่าจะเป็นการเช็กแจ้งเตือนจากอีเมล ตอบข้อความที่แทรกขึ้นมาระหว่างการทำงาน กิจกรรมและงานยิบย่อยเหล่านี้ส่งผลกระทบกับเรามากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะทำให้แผนงานที่วางมารวนแล้ว การใช้ชีวิตโดยโต้ตอบกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาตลอด ทำให้สมาธิที่เราตั้งอกตั้งใจพังลงได้อย่างง่ายดาย แถมมันยังทำให้เราเบลอหนักขึ้นไปอีก ฉะนั้นกำหนดเวลาและจำนวนครั้งที่ในการตอบโต้งานยิบย่อยต่างๆ และพยายามโฟกัสงานที่อยู่ตรงหน้าก่อน

3. ขจัดความยุ่งเหยิงใกล้ตัว

แค่การทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบอาจจะยังไม่พอ เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานเองก็เป็นส่วนสำคัญที่ห้ามละเลย พยายามอย่าปล่อยให้ความไร้ระเบียบบนโต๊ะทำงานหรือห้องของคุณ มาเป็นหนึ่งในปัญหาให้เปลืองเนื้อที่สมอง คุณอาจเริ่มจัดการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ด้วยการลดอะไรที่ไม่จำเป็น ลองสร้างสเปซให้กับพื้นที่ของคุณโดยการจัดการอะไรต่างๆ ให้เป็นระบบระเบียบให้มากขึ้น

Brain Fog สภาวะสมองล้าที่บั่นทอนความคิดสร้างสรรค์

4. ออกมาเคลื่อนไหวร่างกายสักนิด

การอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ โดยไม่ทำอะไรเลยจะยิ่งทำให้สมองและร่างกายฝืดเคืองไม่ปลอดโปร่ง ลองหันมาขยับร่างกายสักนิด ออกกำลังกายเบาๆ หรือออกไปสูดอากาศสักหน่อย จะทำให้สามารถทิ้งความคิดในหัวสมองที่ทับถมมานานไว้ข้างหลังได้ นอกจากนี้มันยังช่วยเสริมสร้างให้สภาพจิตใจและร่างกายดีขึ้นอีกด้วย

5. ลองหาเวลาฝึกสมาธิ 

การฝึกสมาธิโดยหายใจลึกๆ วันละครึ่งชั่วโมง จะช่วยลดความเครียดและทำให้มีสมาธิพร้อมความจำที่ดีขึ้น ทั้งนี้ลองฝึกความจำด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นปริศนาอักษรไขว้ หมากรุก หรือหางานอาสาสมัครที่ได้ฝึกการใช้สมองหรือพบเพื่อนใหม่ๆ ก็จะช่วยเยียวยาและเติมเต็มความสุขให้กับสมองได้บ้าง 

6. งดเสพโซเชียลบั่นทอน

แม้สมาร์ทโฟนจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความบันเทิงได้ใกล้ตัวที่สุด แต่บางทีการเลื่อนๆ ไถๆ ไปในโลกโซเชียล ก็อาจต้องเจอกับอะไรที่บั่นทอนให้เราต้องเสียศูนย์กว่าเดิม ไม่ว่าจะไปเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับชีวิตดี๊ดีของเพื่อน การพบเจอทั้งข่าวดี ข่าวร้าย ที่เข้ามารบกวนจิตใจ นั่นทำให้แทนที่จะรู้สึกว่าได้พัก ยิ่งเครียดหนักไปกันใหญ่ ถ้างั้นหากจะเล่นโซเชียลก็ลองเสพคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และจรรโลงใจหรือไม่ก็วางมือถือและหากิจกรรมอื่นทำไปเลย 

7. หมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย

สิ่งสำคัญสุดในการเอาชนะ Brain Fog จำต้องร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์เพื่อต่อกรกับมันด้วย พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และบำรุงสมองด้วยสารอาหารที่ดีต่อสมองอย่าง นำมันปลา ผักผลไม้อื่นๆ ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมหาเวลาพักผ่อน และนอนหลับให้เพียงพอ รู้จักการจัดการกับความเครียด อย่าฝืนทำงานถ้าหากสมองกำลังเหนื่อยล้า

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ เชลซี คาราบาว คัพ วันนี้ 28 ต.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ เชลซี คาราบาว คัพ วันนี้ 28 ต.ค.69