รู้จักตัวตน 'ลิต้า-ลิตา วรนิษฐ์' ผ่านคำถามที่ใครก็อยากรู้ของครูฝึกโยคะสุดแซ่บ

  • วันที่ 01 พ.ย. 2562 เวลา 07:00 น.
  • Exclusive

รู้จักตัวตน 'ลิต้า-ลิตา วรนิษฐ์' ผ่านคำถามที่ใครก็อยากรู้ของครูฝึกโยคะสุดแซ่บ

Work Life Balance ในแบบฉบับครูลิต้า กับ Posttoday Exclusive

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ มีโอกาสได้พูดคุยแบบ Exclusive กับ ลิต้า-ลิตา วรนิษฐ์ ครูฝึกโยคะสุดฮอตดีกรีนางแบบ สาวสวยที่ผันตัวเองจากวงการแและเส้นทางแสงสีมาเอาดีด้านการฝึกสอนโยคะ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น เราได้ตั้งถามคำถามกับสาวสวยหุ่นเซี๊ยะคนนี้ และได้รับคำตอบสุดประทับใจในหลายประเด็น

เปิดวาร์ปครูสาวสุดฮอต

ชื่อจริงของครูคือ ลิตา วรนิษฐ์ ชื่อเล่น แสตมป์ ในวงการโยคะและคนที่มาเรียนจะรู้จักในนามครูแสตมป์ หรือครูลิต้าค่ะ ก่อนหน้านี้ลิต้าเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ของสิงห์ คอร์ปอเรชั่น จากการจัดประกวดสาวงามจาก 76 จังหวัด ครั้งนั้นลิต้าได้อันดับที่ 1 จากนั้นก็ทำงานกับสิงห์ คอร์ปอเรชั่น ประมาณ 5-6 ปี ช่วงเวลานั้นก็มีพี่ๆ หลายคนแนะนำว่าให้เราออกกำลังกายเพราะเรากินขนมเยอะ มันจะทำให้เกิดเซลลูไลท์ ส่วนหมอก็บอกว่าให้เราหยุดกินขนมแล้วไปออกกำลังกาย ช่วงนั้นก็นับเป็นช่วงการทำงานที่ต้องใช้ร่างกายและบุคลิกที่ดูดีเป็นหลัก มันอาจเป็นจุดที่ทำให้เราโฟกัสในเรื่องของการออกกำลังกายแบบจริงจัง

โยคะเป็นตัวเลือกแรกในการออกกำลังกายเลยหรือเปล่า

ไม่ใช่ค่ะ หลังจากมีคนแนะนำให้ออกไปออกกำลังกายบ่อยขึ้น เราก็เดินเข้าไปในฟิตเนส พอไปแล้วก็คนเยอะ มีคนมาชวนคุยโน่นนี่นั่น ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่ามันน่ารำคาญนะ เลยปลีกตัวไปลองเข้าคลาสโยคะ ปรากฎว่ามันเงียบ คนน้อย ที่สำคัญคือห้ามเอาโทรศัพท์เข้าไป เราจึงได้ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่งอยู่กับตัวเอง ได้เสียเหงื่อ การที่เราได้ตัดขาดจากภายนอก ทิ้งเรื่องงาน ปล่อยเรื่องอื่นๆ แล้วอยู่กับตัวเองจริงๆ ทำให้เราดึงสติมาอยู่กับตัวเอง โฟกัสแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า นี่อาจเป็นเสน่ห์ของโยคะสำหรับเรา และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกหลงรักในโยคะ

พอรู้สึกชอบโยคะแล้วจึงผันตัวเองมาเป็นครูฝึกแบบนี้ใช่ไหม

มันเริ่มที่ละสเต็ปค่ะ หลังจากได้ค้นพบเสน่ห์ของโยคะว่าคือการปรับสติ ยึดหลักความเป็นธรรมชาติ สมดุล Balance และส่งผลดีกับร่างกายตามมาแล้ว เราก็ใช้เวลาในการฝึกโยคะเรื่อยมาประมาณ 1 ปีกว่า วันหนึ่งเดินออกจากห้องโยคะ จังหวะนั้นเหนื่อยอยู่เลยนั่งพัก บังเอิญหันมาเห็นป้ายประกาศว่าจะเปิดคอร์สครูโยคะภาษาไทยครั้งแรก วินาทีนั้นก็ปิ๊งไอเดียเลย แต่ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะมาเข้าคลาสเพื่อฝึกท่าทางที่ถูกต้อง ขั้นตอนที่ถูกต้อง จะได้เอาไว้ฝึกตัวเองที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาฝ่าดงรถติดเพื่อมาเข้าคลาส ยังไม่คิดถึงขั้นว่าจะเปิดสอน แต่หลังจากที่ได้เรียนคอร์ส 200 ชั่วโมง ช่วงนั้นก็เหมือนไฟแรง แล้วมีการออดิชั่นเราก็ลองไปดูเป็นประสบการณ์ เป็นการออดิชั่นสาธิตการสอนให้คนอื่นดูว่าเราสอนคนอื่นได้ไหม การสอนเราเป็นอย่างไร ผลปรากฎว่าคนที่ได้มาเรียนโยคะกับเราเกิดความรู้สึกชอบ เขารู้สึกดี กลายเป็นว่าเราก็รู้สึกว่าแฮปปี้ ที่คนคนหนึ่งหรือหลายๆ คนในคลาสเขารู้สึกดีที่เราทำแบบนี้ ครั้งนั้นก็ได้พบว่าอีกความสุขของการฝึกโยคะของเรา คือการได้ถ่ายทอดให้คนอื่นมีความสุขแบบเราเช่นเดียวกัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านการเป็นครูสอนมากี่ปีแล้ว

ถ้านับเวลาที่ลิต้าอยู่กับโยคะเวลา 10 ปีน่าจะได้ ก็เริ่มเปิดสอนแบบ private class ก่อนในตอนแรกๆ จากนั้นก็ขยับมาเป็น group class คนที่ได้มาเรียนก็จะแนะนำบอกต่อกันปากต่อปากมากกว่า แล้วก็มีขับรถไปสอนที่ จ.ระยอง อันนี้ทำมาได้ 3-4 ปีแล้ว และปัจจุบันก็ได้มี studio เป็นของตัวเองเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า "Mantra Yoga Bangkok" เปิดสอนตั้งแต่คลาสเริ่มต้นง่ายๆ ไปจนถึงระดับยาก และคอร์สเรียนสำหรับผู้ที่สนใจฝึกเพื่อไปเป็นครูโยคะ ที่รับรองมาตรฐานโดย world yoga alliance ซึ่งใช้เวลาเรียน 200 ชั่วโมง โดยไม่ได้จำกัดว่าคุณต้องมีพื้นฐานมาก่อน แต่คุณสามารถมาเริ่มนับ 1 ได้จากที่นี่ค่ะ

ศาสตร์โยคะในแบบฉบับของครูลิต้าเป็นยังไง

โยคะแบบที่ลิต้าฝึกเรียกว่าแนว "วินยาสะ หัตถะ (Vinyasa Hatha)" มาจากภาษาฮินดู วินยาสะ คือการทำท่าต่อเนื่องไปเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ส่วนหัตถะ ไม่ใช่มือนะ แต่จะสื่อถึงความเป็นหยินหยาง ความต่าง เช่น พระอาทิตย์กับพระจันทร์ ร้อนกับเย็น จึงผสานทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่นในขณะเดียวกัน และจะใช้เวลาในการค้างในแต่ละท่านานหน่อย ทำให้เราโฟกัสตามลมหายใจไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะเหนื่อยกว่าโยคะในรูปแบบอื่น ส่วนแนวทางการสอนแบบครูลิต้า เราจะใช้กล้ามเนื้อมากกว่าที่จะลงน้ำหนักไปที่ข้อต่อ เพราะครูมีโอกาสได้เรียนกับฝรั่งซึ่งจะให้ความสำคัญกับเรื่อง Anatomy มาก เราก็จะใช้หลักความเป็นจริงนี้มาสอนนักเรียน เพื่อลดอาการบาดเจ็บ ปวดเกร็งได้อย่างเห็นผล

จุดประสงค์ของคนที่มาเรียนโยคะกับครูลิต้าที่พบมากที่สุดคืออะไร

จริงๆ คนที่มาเรียนโยคะก็จะมีเหตุผลหรือจุดประสงค์ในการที่มาเรียนต่างกัน ที่ครูพบบ่อยก็อย่างเช่น ต้องการมีรูปร่างที่ดี ต้องการมีร่างกายที่แข็งแรง ได้มาซ่อมร่างกาย บางคนก็มาเพราะอยากหายหรือทุเลาจากอาการปวดตึงไหล่-หลัง ซึ่งเป็นผลมาจากการนั่งทำงานนานๆ หรือเป็นผลมาจากออฟฟิศซินโดรม นอกจากนี้ ก็ยังมีเหตุผลต่างๆ อย่างเช่น อยากให้เลือดลมไหลเวียนดี หรือมาฝึกจิตใจให้สงบ อยากทำอะไรให้ช้าลง แล้วก็มีอยากฝึกโยคะลดความอ้วน ซึ่งก็ได้นะแต่ก็ต้องควบคุมเรื่องการกินควบคู่ไปด้วย

อายุของคนที่มาฝึกโยคะ มีอายุเท่าไรบ้าง

โดยหลักก็จะเป็นคนในวัยทำงาน ซึ่งกลุ่มนี้สอนง่าย ค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็มีบางคนที่ถอดใจฝึกแล้วหายไปก็มี ซึ่งโยคะไม่ได้จำกัดเรื่องอายุ อย่างที่มาเรียนกับครูลิต้า อาม่าอายุ 90 ก็เรียนได้ เพียงแต่ต้องมีอุปกรณ์เสริมอย่างเช่น เก้าอี้ หรืออุปกรณ์ที่ทำมาเฉพาะเพื่อรองรับผู้สูงอายุ ซึ่งการที่ผู้สูงอายุมาฝึกโยคะถือเป็นเรื่องดี เพราะนอกจากจะทำให้เลือดลมไหลเวียนดี เหงื่อออกดี ยังดีกับข้อต่อ เส้นเอ็น จากการที่ร่างกายได้ยืดเหยียด และที่สำคัญก็คือได้ฝึกสมาธิ ส่วนเด็กๆ ที่ครูสอนก็มี บางคนมากับพ่อแม่ บางคนอยากเรียนเอง และกลุ่มวัยนี้เรียกว่าท้าทายครูที่สุดเลย เพราะเด็กอาจจะสมาธิจดจ่อกับโยคะได้ไม่นานนัก เพราะฉะนั้น ครูจึงต้องเสริมเทคนิคในการทำให้เด็กมีจินตนาการตามไปด้วยขณะฝึกโยคะ เพื่อให้เด็กๆ จดจ่ออยู่กับโยคะ ซึ่งโยคะเด็กที่ครูสอนจะใช้เวลามากสุด 45 นาที

ข้อดี-ข้อเสีย และข้อห้าม สำหรับการฝึกโยคะมีอะไรบ้าง

เริ่มที่ข้อดีก่อนเลย อย่างแรกก็คือเราจะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ได้มีสติ-สมาธิมากขึ้น ร่างกายยืดหยุ่นขึ้น เหมือนเราได้บำบัดอะไรหลายๆ อย่าง และการได้ฝึกโยคะจากครูที่ชำนาญจะทำให้เรารู้สเต็ปขั้นตอนของแต่ละท่าในแบบที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดและป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บได้มาก ด้านข้อเสีย สำหรับบางคนที่ฝืนทำมากเกินไป ไม่ได้ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็จะเกิดอาการปวด เกร็ง จนไม่อยากฝึกต่อไป

ส่วนข้อห้าม สำหรับการฝึกโยคะอันดับแรกเลยคือ คนที่บาดเจ็บ อันนี้ควรถามแพทย์ก่อนว่าเราสามารถฝึกโยะคะได้ไหม ฝึกได้ในระดับไหน กลุ่มคนที่เป็น โรคความดันโลหิต สามารถฝึกโยคะได้ เพียงแต่อาจต้องใช้ความระมัดระวังในแต่ละท่าและควรทำช้าๆ สำหรับคนที่กินยาลดน้ำหนัก หัวใจจะทำงานหนักกว่าปกติจนอาจเกิดอาการวูบ เราก็ไม่แนะนำให้ฝึกในท่าที่ยากเกินไป อาจฝึกท่าเบสิคง่ายๆ ได้

ส่วนที่คนสงสัยและถามกันมากคือ คนท้องหรือสตรีที่มีครรภ์ ฝึกโยคะได้หรือไม่ คำตอบคือ สำหรับอายุครรภ์ 1 ถึง 3 เดือน ไม่ควรฝึกโยคะ จนกว่าอายุครรภ์จะครบ 4-7 เดือน ช่วงนี้สามารถฝึกโยคะเฉพาะคนท้องเพื่อให้คลอดง่ายได้ และหากอายุครรภ์ 8-9 เดือน ควรงดการฝึกโยคะจนกว่าจะคลอด สุดท้ายคือ ผู้หญิงที่มีประจำเดือน สามารถฝึกโยคะได้ เว้นแต่หากปวดท้องก็แนะนำให้พักจะดีกว่า

เทรนด์โยคะมีอะไรน่าสนใจ

ตลอด 10 กว่าปีในวงการนี้ ลิต้าได้เห็นเทรนด์โยคะของคนไทยที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้าแบ่งเป็น 3 ช่วง ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เวลานั้นโยคะคสาสสิคเป็นที่นิยมในบ้านเรา ตามมาด้วยโยคะร้อน ที่มีการปรับอุณหภูมิเพื่อให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อมากขึ้น เน้นสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและแขน ย้อนไป 3-5 ปีที่ผ่านมา เทรนด์โยคะที่เข้ามาในบ้านเราจะเป็นโยคะที่ใช้อุปกรณ์เพื่อเพิ่มความสนุกสนานและเพิ่มความท้าทายให้แก่ผู้ฝึก อาทิ โยคะฟลาย โยคะบอล โยคะวีล โยคะบนบอร์ด ปัจจุบันโยคะแมท โยคะอาสนะ ท่าฝึกโยคะทางกายบริหารเพื่อสร้างสภาวะแห่งความสมดุล ร่างกายจะได้ผ่อนคลาย อารมณ์สงบ จิตใจมั่งคง มีสมาธิ เป็นที่นิยมค่ะ

อยากให้ครูลิต้าฝากเพจ ฝากงานอีเว้นต์ใหญ่สักหน่อย

ก็ขอฝากให้ติดตามลิต้าตามช่องทางโซเชียลด้วยนะคะ หรือไปเรียนโยคะกับลิต้าได้ซึ่งจะเปิดรับสมัครรุ่นต่อไปเร็วๆ นี้ 

ส่วนอีเว้นต์ที่ใกล้จะถึงนี้คือ  Heroes in Action : rooftop yoga by ActionHiro จัดที่ Hotel Once Bangkok ในวันที่ 23 November 2019 (17:00-22:00) ไปลองสัมผัสประสบการณ์การฝึกโยคะบนดาดฟ้า ดูพระอาทิตย์ตกดินไปกับฮิโระ พร้อมการถ่ายภาพ และสนุกไปกับเสียงเพลง ฟรีเครื่องดื่มและของว่าง

สามารถจองหรือสอบถามตารางและรายละเอียดได้ที่

Tel : 080-556-9519

Facebook : mantra yoga bangkok

Facebook : Litayogi Lifestyle

IG : mantrayogabangkok

Email : mantrayogabangkok@gmail.com

รายได้ส่วนหนึ่งหักค่าใช้จ่าย ลิต้ามอบเป็นทุนการศึกษา อุปกรณ์กีฬา ให้กับโรงเรียนขาดแคลน แล้วไปพบกันนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ