“Zero Waste Trip” กิจกรรมเที่ยวแนวใหม่แบบ ลด-โลก-เลอะ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า

Sponsored Content
วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 16:30 น.
“Zero Waste Trip” กิจกรรมเที่ยวแนวใหม่แบบ ลด-โลก-เลอะ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า
ยิ่งเที่ยว...ยิ่งเยอะประสบการณ์ แต่ถ้าเที่ยวแล้วไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม โลกของเราก็จะยิ่งเต็มไปด้วยขยะและได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งในทุกวันนี้กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานมากมาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว การมีจิตสำนึกและความร่วมไม้ร่วมมือของนักท่องเที่ยวอย่างเรานั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการรักษาสิ่งแวดล้อมและดูแลสถานที่ท่องเที่ยวให้คงความงดงามไว้ได้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นับเป็นอีกกำลังสำคัญหนึ่งที่สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดย ททท. ได้ดำเนินการจัดโครงการ “ลดโลกเลอะ” ซึ่งจะมีกิจกรรมการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) ลดปริมาณขยะในแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ภายใต้กิจกรรม “amazing ไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” กิจกรรมเพื่อสังคมและดูแลสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน ที่ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยมีการจัดกิจกรรมเก็บขยะ คัดแยกขยะ และเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ให้จิตอาสามาเรียนรู้ร่วมกันและมาช่วยกันรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้สวยงาม

“Zero Waste Trip” กิจกรรมล่าสุดที่ ททท. ได้จัดขึ้นภายใต้ชื่อโครงการลดโลกเลอะเริ่มต้นที่ตัวเรา จัดขึ้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยกิจกรรม Zero Waste Trip นั้นมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยตัวแทนเยาวชนจากกลุ่มจุฬาฯ คฑากร ตัวแทนเยาวชนจากกลุ่ม TU Ambassadors อาสาสมัครกลุ่มคนรุ่นใหม่จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งกลุ่มเยาวชนจากสองสถาบันจัดเป็น Micro Influencer ที่มีผู้ติดตามร่วมสถาบันทาง Social Media เป็นจำนวนมาก จึงเป็นผู้ช่วยสื่อสารและรณรงค์การท่องเที่ยวแบบ New Normal ให้กับโครงการนี้ โดย ททท. ได้จัดทริปพา Influencer ตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่เหล่านี้มาเรียนรู้มาตรการจัดการขยะของท้องถิ่น วิธีการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ไม่สร้างขยะ และรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้สวยงามอยู่กับพวกเราไปนานๆ เพื่อมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าใจถึงปัญหาในพื้นที่จริง และได้ทดลองเปลี่ยนแปลงตัวเองผ่านกิจกรรมสนุกสนานตลอดทั้งวัน

Zero Waste Trip ทัวร์(ขยะ)ศูนย์ชิ้น ปลูกจิตสำนึกแบบไม่สูญเปล่า

กิจกรรมสำหรับผู้เข้าร่วม Zero Waste Trip ครั้งนี้มีมากมาย เริ่มกันที่ “กิจกรรมเก็บขยะชายหาด” ที่พาน้องๆ เยาวชนไปเก็บขยะชายหาดตลอดความยาว 400 เมตร ของหาดบางแสน เพื่อให้เห็นถึงปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยน้องๆ ต้องถ่ายรีวิวให้เห็นฉลากของขยะต่างๆ ที่เก็บได้ ซึ่งเมื่อดูจากฉลากพบว่า มีทั้งขยะจากนักท่องเที่ยว และขยะส่วนที่มาจากบ้านเรือนที่ทิ้งกันตั้งแต่ต้นน้ำจนพัดมาสู่ทะเล ทำให้เห็นจริงๆ ว่าพฤติกรรมของเรานั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติมากแค่ไหน

“กิจกรรม #ZeroWasteChallenge” ชาเล้นจ์ดีๆ ที่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนช่วยกันลดปริมาณขยะตลอดทั้งทริป ผ่านการพกแก้ว พกกล่องอาหารหรือปิ่นโตส่วนตัว และเลือกที่จะไม่รับขยะ Single-Used โดยแข่งขันกันนับจำนวนขยะที่แต่ละคนสร้างขึ้นในวันนั้น เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนใส่ใจกับพฤติกรรมในการ “ลด” การสร้างขยะในทริปท่องเที่ยวของตนเองในอนาคต

นอกจากนี้ยังมี “กิจกรรมเที่ยวคาเฟ่แบบ New Normal” ซึ่งพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมไป 6 ร้านคาเฟ่ยอดฮิตของบางแสน ซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็น Green Cafe ที่ใส่ใจในด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ร้าน Click Café ร้าน Red Temp Coffee ร้าน To Die For Coffee ร้าน Standtall Coffee ร้าน Pakpao Playground และร้าน Artory Café and crafts โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องทำภารกิจไปศึกษาดูว่า ร้านคาเฟ่แต่ละร้านนั้นมีความพร้อมที่จะสนับสนุนพฤติกรรมลดการสร้างขยะแบบ Single-Used ของนักท่องเที่ยวได้อย่างไรบ้าง และปิดท้ายด้วย “หมอนหลอด Upcycling” กิจกรรมที่ให้มาร่วมกันทำหมอนหลอดเพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยแผลกดทับ สามารถสร้างมูลค่าจากขยะได้ หากเรามีการแยกขยะที่ชัดเจนและถูกต้อง ขยะเหล่านั้นจะสามารถนำไปเพิ่มมูลค่าได้อีกมากมาย

การจัด Zero Waste Trip ในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก โดย ททท. คาดหวังว่าความรู้ความเข้าใจจากการได้เห็นถึงปัญหาจริง และได้ทดลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และเหล่า Influencer รุ่นใหม่กลุ่มนี้ บอกเล่าถึงประสบการณ์การเที่ยวเชิงอนุรักษ์เช่นนี้ออกไปในวงกว้าง ช่วยกระตุ้นให้สังคมเห็นถึงความสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและหันมาใส่ใจการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่กับเราไปอีกนาน