เรียน-รู้-เรื่องโขน ยลโฉมผลงานล้ำค่า ณ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน

วันที่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 18:30 น.
เรียน-รู้-เรื่องโขน ยลโฉมผลงานล้ำค่า ณ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน
วันเดียวเที่ยวบางปะอิน ชื่นชมงานศิลป์ทรงคุณค่า ณ “พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน” พร้อมตื่นตาฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน

ครั้งนี้เราขออาสาพาไปชมผลงานศิลป์งดงามทรงคุณค่าใน “พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน” พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งขึ้นเพื่อรวบรวบผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของแผ่นดิน ผลงานสถาบันสิริกิติ์ โดยเป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้คัดเลือกจากงานที่มีความงดงามทรงคุณค่าจนถือเป็นศิลปวัตถุของแผ่นดิน จากฝีมือของช่างสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา เช่น พระที่นั่งพุดตานถมทอง เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลอง บุษบกมาลา ฉากผ้าปักป่าหิมพานต์ ฉากไม้แกะสลักเรื่องสังข์ทองและป่าหิมพานต์ ฯลฯ ซึ่งเคยจัดแสดงในนาม นิทรรศการศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ท่านผู้หญิงสุภรภ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต ปฏิบัติหน้าที่รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จ-พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี โรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดาได้สร้างบุคลากรและรังสรรค์ผลงานประณีตศิลป์ชั้นสูง รวม ๒๓ สาขา ได้พัฒนาช่างศิลป์สู่ระดับฝีมือช่างหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และยังคงยึดมั่น ในพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางงานช่างช่วยสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ราษฎร ควบคู่ไปกับการดํารงรักษามรดกศิลป์ไทย

ผลงานแต่ละชิ้นนับเป็นงานศิลป์ชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นงานถมทอง งานคร่ำ งานเครื่องเงินเครื่องทอง งานลงยาสี งานปักผ้า งานแกะสลักไม้ งานตกแต่งปีกแมลงทับ ฯลฯ งานแต่ละชิ้นใช้ช่างฝีมือที่ร่วมแรงร่วมใจกันนับสิบ ๆ คน เพื่อทำงานชิ้นเอกถวาย ในโอกาสสำคัญ โดยใช้ระยะเวลาเป็นปีๆ กว่าจะได้ออกมาเป็นผลงานระดับ “ศิลป์แผ่นดิน” ที่ล้วนสวยงามหาชมยาก

เมื่อเข้ามาภายในอาคารบริการนักท่องเที่ยว ความสง่างามและโดดเด่นของฉากจำหลักไม้ตำนานเพชรรัตน์ จะตั้งตระหง่านคอยต้อนรับผู้เข้าชม และยังเป็นจุดถ่ายภาพ Check–in อีกด้วย ผลงานเอกชิ้นนี้เป็น ไฮไลต์ที่จะนำไปสู่ความวิจิตรอลังการของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ด้วยฉากจำหลักไม้นี้ตั้งประกบด้วยเสาเม็ดทรงมัณฑ์บนม้าไม้ขาคู่ จำหลักลายใบเทศพื้นฉากจำหลักไม้ ว่าด้วยเรื่อง ตำนานเพชรรัตน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทวดา ฤๅษี และคนธรรพ์ (เทพที่รับใช้เทวดา) พากันไปเข้าเฝ้าพระอิศวร เพื่อทูลถามถึงบ่อเกิดของแก้วเพชรรัตน์ทั้ง ๙ ประการ

ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ จัดเป็นหมวดหมู่อย่างงดงาม บนพื้นที่กว้างขวางน่าชม พร้อมเทคโนโลยีเครื่องบรรยายส่วนตัว (Audio Guide) มีให้เลือกถึง ๑๐ ภาษา พร้อมจอบรรยายและจอทัชสกรีนแสดงส่วนต่างๆ ของชิ้นงานขนาดใหญ่อย่างเจาะลึก บริเวณโถงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ฯ ต้อนรับด้วยห้องปีกแมลงทับ สีเขียวเหลือบรุ้งอันวิจิตร สวยงามตระการตา ทั้งโคมระย้าขนาดยักษ์สุดอลังการ ผนังขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยงานสานย่านลิเภาสอดปีกแมลงทับสุดละเอียดอ่อน

ตามด้วยห้องนิทรรศการใหญ่ ที่จัดแสดงงานฝีมือเครื่องเงินเครื่องทอง ลงยาสี หมู่เรือพระที่นั่งจำลองจากขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงศ์ เรือพระที่นั่งมงคลสุบรรณ และเรือพระที่นั่งศรีประภัศรไชย ที่กลางลำเรือประดิษฐานบุษบกทองคำ ประกอบฉัตร เรียงรายอย่างสง่างาม และต้องตื่นตาตื่นใจกับฉากไม้แกะสลักเรื่องสังข์ทองและหิมพานต์ ที่ตั้งตระหง่านตระการตา ก่อนที่จะขึ้นไปชมงานต่อไป

บนชั้นสอง สร้างความตื่นตาด้วยฉากถมทองขนาดใหญ่สีทองอร่าม เรื่องรามเกียรติ์บทพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วรรณคดีสำคัญที่ถ่ายทอดผ่านงานถมทองในรูปแบบสามมิติ อันเป็นศิลปะโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และบุษบกมาลาจำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ ที่ผสมผสานงานฝีมือจากช่างถึง ๗ แผนก อันได้แก่ แกะสลักไม้ เครื่องเงินเครื่องทอง ช่างถมทอง ช่างคร่ำ งานตกแต่งปีกแมลงทับ และงานย่านลิเภา 

ขณะที่ฉากขนาดใหญ่ ๒ ด้าน เป็นงานปักเส้นไหมด้วยวิธีโบราณ ที่เรียกว่า “ปักซอย” โดยใช้เส้นไหมน้อยหรือเส้นที่เล็กที่สุดของรังไหม ค่อยๆ ปักไล่ระดับและแสงเงา ให้เกิดเป็นภาพที่มีมิติงดงาม ดูราวเป็นภาพวาดที่ให้แสงเงาไม่ธรรมดา ประดับด้วยดิ้นทองเลื่อมระยิบและแก้ว ด้านหนึ่งเล่าเรื่อง หิมพานต์ อีกด้านถอดความจากวรรณคดีเรื่อง อิเหนา

นิทรรศการบนชั้น ๒ ยังจัดแสดงพระที่นั่งจำลองหลายองค์ เช่น พระที่นั่งพุดตานถมทอง สร้างจำลองแบบพระที่นั่งพุดตานจำหลักไม้วังหน้า และพระที่นั่งพุดตานคร่ำทอง สร้างจำลองแบบพระที่นั่งพุดตานจำหลักไม้ที่พระบรมมหราชวัง เป็นต้น

นอกจากจะได้ชื่นชมความงามของผลงานชิ้นเอกแล้วยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ ของสถาบันสิริกิติ์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสา ฯ ร้านภูฟ้า โครงการกำลังใจ ฯ มูลนิธิจุฬาภรณ์ถักร้อยสร้อยรัก และพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ที่เหมาะเป็นของขวัญที่ถูกใจของคนทุกวัย ในเทศกาลต่าง ๆ ประกอบด้วยงานผ้า เช่น ผ้าเช็ดมือปักลายสวยงาม ผ้าขาวม้าหลากสียอดนิยม กระเป๋าผ้าปักลาย, งานเซรามิก มีทั้งชุดกาแฟ จาน ถ้วยเซรามิกลายตุ๊กตาไม้โมกมัน, งานจักสาน มีทั้งจักสานย่านลิเภา และตกแต่งปีกแมลงทับ กระจูดจักสานในรูปแบบต่าง ๆ งานดอกไม้ประดิษฐ์ ช่อดอกไม้ ดอกบัว มาลัย ดอกกุหลาบ งานปักซอยแบบไทย มีทั้งงานปักผ้าเป็นภาพตกแต่งผนัง และงานปักขนาดเล็ก, ผ้าไหมและเสื้อผ้า ที่มีให้เลือกหลากหลาย รวมทั้งมี ร้านขนม ซึ่งรวบรวมขนมไทยที่หารับประทานได้ยาก เช่น ข้าวตังน้ำปลา ข้าวเม่าหมี่ ข้าวตังโบราณ โสมนัส ทองเอก พุทราลิ้ม ตะลิงปลิงแช่อิ่ม สัมปันนี และเค้กอื่นๆ อีกหลายชนิดมารวมจำหน่ายให้เลือกชิมพร้อมจิบกาแฟในบรรยากาศสไตล์พิพิธภัณฑ์กลางป่า หรือ Museum in the Forest 

ทั้งนี้ ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวของศิลปะการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และผลงานสร้างสรรค์งานศิลปะที่เนื่องด้วยโขน ตลอดจนจัดเก็บฉากและนำอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นเด่นจำนวนมากที่เคยปรากฏโฉมบนเวทีแสดงตอนต่างๆ อาทิ หนุมานอมพลับพลาในการแสดงตอน “ศึกไมยราพ”, เรือสำเภาหลวงในการแสดงตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” รวมถึงประติมากรรมร่างหนุมานขนาด ๑๕ เมตร และประติมากรรมร่างนางผีเสื้อสมุทรขนาดใหญ่ ในการแสดงตอนล่าสุด “สืบมรรคา” มาจัดแสดงด้วยเทคนิคที่ทันสมัยน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งนี้ ผู้เข้าชมสามารถรับชมวีดิทัศน์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของโขน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำบรรยาย และพาเที่ยวชมตามจุดต่างๆ ไล่เรียงไปในแต่ละจุด

นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอบางปะอิน บริเวณใกล้เคียงกับพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น พระราชวังบางปะอิน พระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยมีการสร้างพระที่นั่ง พระตำหนัก และตำหนักต่าง ๆ ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับรับรอง พระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ วัดนิเวศธรรมประวัติ ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๕ ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ฝั่งตรงข้ามพระราชวังบางปะอิน จึงต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าลอยเหนือน้ำเพื่อข้ามแม่น้ำไปยังบริเวณวัด มูลนิธิพระมหามงคลพุทธนิมิตอวโลกิเตศวร ชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมจีน สักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม ปาง ๔ พระพักตร์ หรือ พระมหาจักรพรรดิพระโพธิสัตว์กวนอิม ออกแบบสร้างโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้หินหยกขาวทั้งหมด เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดทำการวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐–๑๕.๓๐ น. (เปิดจำหน่ายบัตร ๐๙.๔๕ – ๑๕.๐๐ น.) หยุดทุกวันจันทร์ เทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ค่าบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ท่านละ ๑๕๐ บาท นักเรียน/นักศึกษา/ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปท่านละ ๗๕ บาท ชาวต่างชาติใช้บัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังหรือซื้อหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ เดินทางง่ายเพียง ๔๕ นาที จากกรุงเทพฯ ด้วยทางด่วนแจ้งวัฒนะ บางปะอิน