สักการะเทพเจ้ามังกรเขียว 'แชเล่งเอี้ย' สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากแดนมังกร

วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 09:35 น.
สักการะเทพเจ้ามังกรเขียว 'แชเล่งเอี้ย' สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากแดนมังกร
อ.คฑา ชินบัญชร เผยวิธีเสริมสิริมงคลรับโชคครั้งใหญ่ในปีหนูทอง ฉลองตรุษจีนเรียกทรัพย์รับความเฮงในงาน THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2020 พร้อมสุดยอดไฮไลท์การแสดงพญามังกรไฟ LED และเชิดสิงโตอลังการริมฝั่งเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม

แลนด์มาร์กแห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา "ไอคอนสยาม" จัดมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2020 ระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม 2563 ณ ไอคอนสยาม

พรั่งพร้อมด้วยสุดยอดไฮไลท์ความพิเศษระดับโลกส่งตรงจากแดนมังกร อัญเชิญเทพเจ้ามังกรเขียว 'แชเล่งเอี้ย' แห่งศาลเจ้าแชเล่งเอี๊ย ณ ซัวเถา เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน สู่ประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนได้สักการะบูชา ขอพรรับพลังบวกเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนับเป็นโอกาสหายากที่จะได้กราบขอพรเทพเจ้ามังกรเขียวจากซัวเถาต้นตำรับแท้จริง ผู้เป็นเทพารักษ์รักษาบ่อน้ำทิพย์ประจำวัด แต่โบราณกาลชาวจีนเชื่อกันว่า เทพเจ้ามังกรเขียวเป็นเทพารักษ์ประจำแหล่งน้ำทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ หรือมหาสมุทร ที่จักบันดาลความอุดมสมบูรณ์ ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลตลอดปี

สำหรับการไหว้เทพเจ้ามังกรเขียวมีเคล็ดลับง่ายๆ คือ ต้องมีน้ำ มีส้ม มีไข่ต้ม ไม่เจาะจงจำนวน แต่จะนับเป็นเลขคู่ที่ 4 หารลงตัว เช่น 4, 8, 12, 16, 20 ซึ่งเลขมงคลอย่าง 8 มีความหมายว่า รวย คนส่วนใหญ่จึงนิยมไหว้ด้วยส้ม 8 ใบ และใช้ธูป 3 ดอก แทนการไหว้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั่วไป หรือ 5 ดอก แทน 5 ธาตุ จากนั้นจึงไหว้ฟ้าดินก่อน (คำสวด) คำนับครั้งที่ 1 ต่อฟ้าดิน (คำสวด) คำนับครั้งที่ 2 ต่อธูปหอมและกำยาน (คำสวด) คำนับครั้งที่ 3 ต่อเทพมังกรเขียว ซึ่งจะมีบทสวดเฉพาะของท่าน จากนั้นจึงไหว้ด้วยเพ้า มังกร ชุดกระดาษ และเมื่อไหว้เสร็จจึงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ของไหว้ก็นำมาทานเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ยังนำสุดยอดคณะกายกรรมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง) การันตีรางวัลระดับโลก และการแสดงพญามังกรคู่ระดับชาติ และการเชิดสิงโต 4 สายพันธุ์ จากสมาคมอุปรากรจีน มาแสดงให้ชมในเทศกาลตรุษจีนปีหนูทอง มหามงคล 

โดยเทศกาลตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม 2563 (วันชิวอิก) ซึ่งคืนวันที่ 24 จะมีประเพณีการไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยจะตั้งโต๊ะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เตรียมธูป เทียน น้ำ น้ำชา เจไฉ่ และรูปปั้นหรือป้ายแทนองค์ไฉ่ซิงเอี้ย รวมถึงของไหว้ตามสมควร เพื่อสวด โอมจำปาลา จาเลนไน เยโซฮา ทั้งหมด 9 จบ เพื่อขอพรให้มีความสุข มีโชคลาภ ร่ำรวย เฮง เฮง เฮง ตลอดปี โดยวันชิวอิกถัดมา ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ไป๊ฮ้อ เฮียตี๋ และส่วนใหญ่เมื่อได้รับอั่งเปา แต๊ะเอีย จะมีการนำเอาเงินแรกไปทำบุญ หรือให้พ่อแม่ หรือไหว้เจ้า ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยปีนี้ ปีชวด ปีวอก ปีมะโรง เป็น ‘ซาฮะ’ หรือ 3 ปีนักษัตรที่ดวงสมพงศ์กัน จึงแนะนำให้ ไหว้องค์แชเล่งเอี๊ย หรือ เทพเจ้ามังกรเขียว ซึ่งเป็นเทพที่มีความศักดิ์สิทธิ์และชาวจีนให้ความเคารพนับถือ ขอพรในเรื่องการงาน การค้าขาย การเดินทางปลอดภัย ตลอดจนทำสิ่งใดก็ให้มีความเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งท่านจะอำนวยพรให้สมปรารถนาตามแต่กำลังวาสนาบารมีเดิมของแต่ละบุคคล เมื่อมีโอกาสจึงควรไหว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ชื่อดังอันดับ 1 ของเมืองไทย กล่าวถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ว่า ปีนี้ตรงกับปีหนูทอง โดยในรอบ 60 ปี จะมีเพียง 1 ครั้ง ซึ่งภาพรวมของปีหนูทองมีแนวโน้มเป็นปีที่ดีมาก เนื่องจากปกติปีหนูเป็นปีหนูน้ำ หรือนักษัตรหนูเป็นธาตุน้ำ เมื่อมาพิจารณาดูคู่ธาตุที่ส่งเสริมกัน พบว่าน้ำกำเนิดชีวิตจึงก่อเกิดต้นไม้ ไม้สีกันเกิดไฟ ไฟละลายลงไปเป็นเถ้าถ่านกำเนิดดิน ในดินมีแร่ธาตุคือธาตุทอง ในธาตุทองมีสายน้ำทองกำเนิดน้ำ เพราะฉะนั้นปีนี้ทองกับน้ำจึงเป็นคู่ธาตุที่ส่งเสริมกัน ประกอบกับ หนู เป็นสัตว์ที่มีทักษะการปรับตัวเก่ง แม้จะอยู่ในสถานที่ใดในโลกหรือสถานการณ์ใดก็ตาม ฉะนั้นถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกไม่ดี หรือมีปัญหาของสถานการณ์ต่างๆ ในโลกมาก ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนยุค การเข้าสู่ยุค 4G ยุค 5G การค้าขายธุรกิจต่างๆ แปรเปลี่ยนไป ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง เช่น หิมะไม่เคยตกก็ตก ไม่เคยร้อนขนาดนี้ก็ร้อน ไม่เคยหนาวก็หนาว แผ่นน้ำแข็งละลาย ดังนั้นโลก ผู้คน สัตว์ต่างๆ รวมถึงพืชพรรณธัญญาหารจึงต้องปรับตัว ซึ่งโชคดีที่ปี 2563 เป็นปีหนู จึงเป็นปีที่คนไทยรวมถึงคนทั้งโลกควรที่จะปรับเปลี่ยนตนเอง ก้าวให้ทันยุค รุกให้ทันเกม

เคล็ดลับการเสริมสิริมงคลรับตรุษจีนปีหนูทอง 

เนื่องจากเป็นปีธาตุทอง แต่ดาวบินเจ็ดแดงชาดสีแดงตั้งอยู่บริเวณกลางบ้าน จึงควรเสริมสิริมงคลด้วยสีฟ้า สีน้ำเงิน หรือโทนสีช่วงยามสนธยา จะเป็นการดึงพลังของธาตุน้ำและธาตุทองเข้ามาด้วยกัน ทำให้เกิดความสงบ ร่มเย็น ราบรื่น ดังนั้นสีฟ้า สีน้ำเงิน รวมถึงสีทองและสีแดง สีส้ม จึงเป็นสีมงคลของปีนี้ โดยสามารถตกแต่งบ้านด้วยโทนสีหลักดังกล่าว เช่น แจกันสีทอง ดอกไม้เป็นโทนสีฟ้าอย่างดอกไฮเดรนเยีย ตั้งบนโต๊ะทำงาน โต๊ะรับแขก หรือโต๊ะอาหาร เลือกพรมสีฟ้าหรือสีน้ำเงินแซมด้วยสีทองหรือสีส้มหรือสีแดงปูไว้ปลายเตียงหรือข้างเตียง เป็นต้น เหล่านี้จะเป็นการดึงพลังของดาวบินเจ็ดแดงชาดส่งผลทำให้มีโชคลาภ ความรื่นเริงยินดี ซึ่งใช้ได้กับทุกราศี เพราะว่าลักษณะการตั้งฮวงจุ้ยของจีนเป็นการนำพลังของธรรมชาติมาเพิ่มพลังให้กับชีวิตของเรา และทิศที่ดีของปีนี้คือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตก