ชิโกคุครั้งแรก

วันที่ 20 ม.ค. 2562 เวลา 13:40 น.
ชิโกคุครั้งแรก
ยามบ่ายในห้องแอร์เย็นๆ หลังมื้ออาหาร ท่ามกลางไฟสลัว มีเพียงแสงสว่างจากสไลด์หน้าห้อง เสียงพิธีกรเสมือนเสียงเพลงขับกล่อม ชวนนอนเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องถ่างตาทำตัวเป็นเด็กดีทั้งๆ ที่เลือกนั่งหลังห้องแล้ว เคลียร์โสตสัมผัสเพื่อรับข้อมูลที่อยู่ตรงหน้า อย่าให้โอกาสที่ได้รับมาเสียเปล่า ฉันยังจำได้ว่าการสัมมนาเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นสัมมนาการท่องเที่ยวงานแรกในชีวิต อดตื่นเต้นไม่ได้กับประสบการณ์ใหม่ๆ และความรู้ใหม่ๆ พอรู้สึกตัวฉันก็กำลังขะมักเขม้นตั้งใจรับสารที่อยู่เบื้องหน้า ผ่านการถ่ายทอดจากคนใหญ่คนโตของภูมิภาคนี้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันได้รู้จัก “Shikoku”

ชิโกคุ คือ หนึ่งเกาะหนึ่งภูมิภาค บนสี่เกาะหลักของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชู และตะวันออกของเกาะคิวชู ตามความหมายคำว่า “Shikoku” (四国) แปลว่า สี่ประเทศ หรือในความเป็นจริงคือสี่จังหวัด เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเกาะใหญ่ทั้ง 4 เกาะ และในภูมิภาคนี้ประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ Tokushima Kagawa Ehime และ Kochi จากการไปสัมมนาทำให้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ของภูมิภาคนี้อยู่บ้าง เช่น วัด น้ำวนนารูโตะ ปราสาทต่างๆ แม่น้ำชิมันโตะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ รวมถึงเทศกาลอะวะโอโดริอันโด่งดัง การจัดสัมมนาเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อต่างๆ ได้รู้จักภูมิภาคนี้มากขึ้น ฉันคิดว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ค่อนข้างได้ผล ถึงจะเป็นการทำความรู้จักแค่ผิวเผิน แต่ก็มองเห็นภาพรวมได้ทั้งหมด สามารถนำไปต่อยอดได้ เป็นเหมือนการทักทายเริ่มต้นให้รู้จักกันคร่าวๆ เพื่อกระตุ้นให้ลองไปสัมผัสของจริง

สำหรับคนไทย ภูมิภาคชิโกคุอาจจะไม่คุ้นหูมากนัก ยังไม่ค่อยมีรีวิวเที่ยว หนังสือไกด์บุ๊กก็มีเพียงไม่กี่เล่ม ถ้าเทียบกับข้อมูลการเที่ยวของภูมิภาคอื่นอย่างคันโต คันไซ คิวชู จูบุฮอกไกโด และโทโฮคุ ทั้งๆ ที่ชิโกคุเต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่เที่ยวที่สดใหม่และบริสุทธิ์ คงความ Real และ Local ที่ยังไม่ได้ถูกปรุงแต่งจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภูมิภาคนี้เด่นเรื่องธรรมชาติ ความเรียบง่าย ความสงบ อาจจะไม่ค่อยถูกสไตล์คนไทยส่วนใหญ่นัก ที่ถ้าพูดถึงญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงเรื่องช็อปปิ้ง หรืออะไรที่เป็นเมืองๆ หน่อย ให้ความรู้สึกที่ดูศิวิไลซ์มีอะไรให้เที่ยวให้ดูเยอะ จึงทำให้ชิโกคุอยู่นอกสายตา แต่สำหรับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง และใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ภูมิภาค Shikoku คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ Next Destination ของคุณเลยล่ะ

การเดินทางมายังชิโกคุมีด้วยกันหลายวิธี วิธีที่สะดวกสบายก็คงเป็นการนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินหลักของญี่ปุ่นก่อน แล้วต่อเครื่องภายในประเทศ ซึ่งสนามบินภายในประเทศบนเกาะชิโกคุมีทั้งหมด 4 สนามบิน ได้แก่ Takamatsu Airport Matsuyama Airport Tokushima Awadori Airport และ Kochi Ryoma Airport หรือนั่งรถไฟจากเกาะฮอนชู แล้วต่อรถไฟข้ามมายังสถานีหลักๆ ในเกาะชิโกคุก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถนั่งเรือนอนจากโกเบ หรือนั่งเฟอร์รี่ข้ามมาได้อีกด้วย ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นของแต่ละคนว่ามาจากไหน แต่สำหรับการเดินทางไปชิโกคุครั้งแรกของฉัน เป็นการเดินทางที่เริ่มจากสนามบินฮาเนดะ แล้วนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบิน Matsuyama ในจังหวัด Ehime

เริ่มต้นจากการนั่งเครื่องบินสายการบิน All Nippon เที่ยวบินที่ NH848 เครื่องเทกออฟตอนเช้า 09.35 น. ก่อนหน้านี้เคยมีประสบการณ์นั่ง All Nippon ภายในประเทศมาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้บินระหว่างประเทศกับสายการบินนี้ ค่อนข้างประทับใจ ที่นั่งสบายไม่แคบ อาหารรสชาติใช้ได้ จอทีวีทัชสกรีนสัมผัสลื่นไหลไฮโซทันสมัยดูใหม่มาก มีหนังใหม่ที่เพิ่งออกจากโรงค่อนข้างเยอะ แต่ไม่มีซับภาษาไทย มีแต่ซับภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น แล้วก็ภาษาจีนนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นหนังเก่าๆ จะมีแต่ซับภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ถือว่าใช้โอกาสนี้เป็นการฝึกภาษาไปในตัวก็แล้วกัน สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นและประทับใจที่สุด ไม่ใช่การบริการ อาหาร หรือทีวีทัชสกรีน แต่เป็นความเก๋ของหน้าต่าง ที่เหมือนจะธรรมดาแต่แฝงลูกเล่นไว้ในตัว ปกติหน้าต่างบนเครื่องจะมีฉากดึงลงมากันแดด แต่สำหรับเครื่องลำนี้ฉากกันแดดหายไปไหน เอ๊ะ! แล้วเวลาแดดออกเราจะหลบแดดได้อย่างไร สำรวจไปมาก็พบว่ามันมีปุ่มควบคุมอัจฉริยะอยู่ด้านล่างของหน้าต่าง มีปุ่มขึ้นและลง พร้อมจุดบอกระดับ เอาไว้ปรับความเข้มของสีกระจก ถ้าอยากปรับให้กันแดดก็กดปุ่มขึ้น สีหน้าต่างก็จะค่อยๆ เข้มขึ้น อยากมองเห็นท้องฟ้าก็แค่ปรับความเข้มให้อ่อนลง หน้าต่างก็จะค่อยๆ สว่างขึ้น คุณอาจจะเคยนั่งเครื่องบินแล้วเจอเทคโนโลยีแบบนี้กันมาบ้าง แต่สำหรับฉันที่จะคุ้นชินหน้าต่างแบบอัตโนมือ ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับความเลิศและเก๋ไก๋นี้

โชคดีที่เครื่องบินมาถึงตามเวลา 17.55 น. จากนี้ต้องต่อเครื่องไปยังสนามบิน Matsuyama เที่ยวบินที่ NH599 เวลา 19.40 น. และจะถึงในเวลา 21.10 น. หลังจากผ่านการตรวจเข้าเมืองและรับกระเป๋าออกมาแล้ว ก็เดินมาโหลดกระเป๋าเพื่อต่อเครื่อง สำหรับ Boarding Pass เที่ยวบินภายในประเทศ จะได้รับตั้งแต่เช็กอินที่ไทย เก็บให้ดีอย่าทำหายก็พอ เนื่องจากอาคารสนามบินภายในประเทศจะอยู่คนละอาคาร จึงต้องนั่งรถบัสรับส่ง ตรงโซนรอรถบัสแทบไม่มีคนเลย นั่งรอแป๊บเดียวรถบัสก็มาจอดรับ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงที่หมาย ระหว่างทางไปขึ้นเครื่อง มีร้านเสื้อผ้า ร้านขายของฝาก ร้านอาหารบ้างนิดหน่อย เที่ยวบินนี้คนค่อนข้างแน่น มีทั้ง Business Man ครอบครัว คุณลุง คุณป้า ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างเรามีไม่เยอะ บนเที่ยวบินไม่มีเสิร์ฟอาหาร ที่นั่งค่อนข้างเล็ก ทีวีก็ไม่มี แต่ยังดีที่โหลดซีรี่ส์ Netflix เผื่อไว้ กว่าจะถึงสนามบิน Matsuyama ก็ดูซีรี่ส์จบไป 2 ตอนพอดี

สนามบิน Matsuyama เป็นสนามบินเล็กๆ สายพานรับกระเป๋ามีเพียง 2 แถวเท่านั้น ไม่ต้องกลัวหลง เดินไปกับเพื่อนร่วมไฟลต์ได้เลยมีแค่ทางเดียว ทางออกมีเจ้าหน้าที่ของจังหวัดคอยต้อนรับอยู่ 2 คืนแรกเราจะพักที่โรงแรม ANA Matsuyama ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที โรงแรมค่อนข้างใหญ่ โลเกชั่นดี อยู่ใกล้กับแหล่งเดินเล่นช็อปปิ้ง และสถานที่เที่ยวอย่างปราสาท Matsuyama ค่ำคืนแรกที่ชิโกคุ เราเหนื่อยกับการเดินทางพอสมควร แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองท้องว่าง ดึกขนาดนี้คงมีร้านอาหารให้เลือกไม่มากนัก และฉันเองก็ไม่อยากเดินสำรวจให้พลังลดลงไปมากกว่านี้ จึงหาอะไรง่ายๆ อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ โรงแรมพอให้อิ่มท้องก็สบายใจ คืนนี้จะได้พักผ่อนให้เต็มที่ เติมพลังตัวเองให้พร้อมสำหรับการไปทำความรู้จักกับจังหวัดแรกของภูมิภาคชิโกคุในวันพรุ่งนี้ ราตรีสวัสดิ์

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต