ทัวริ่งพะเยา ชมวิถีไทลื้อ จากเชียงคำถึงภูซาง

วันที่ 19 ม.ค. 2562 เวลา 14:28 น.
ทัวริ่งพะเยา ชมวิถีไทลื้อ จากเชียงคำถึงภูซาง
โดย กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

ปี 2561 รัฐบาลมีนโยบายต้องการให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเสริมสร้างและยกระดับฐานรากให้มีความเข้มแข็ง จากการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเมืองรอง 55 จังหวัดทั่วประเทศ โดยพิจารณาเมืองรองจากจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวและนักทัศนาจรน้อยกว่า 4 ล้านคน พบว่ามีจำนวน 55 จังหวัดทั่วไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ส่งเสริมให้มีการเดินทางท่องเที่ยวนำร่องในพื้นที่เมืองรองในช่วงปี 2558-2561 ภายใต้แคมเปญ 12 เมืองต้องห้ามพลาด และ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ซึ่งเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจ และได้รับผลตอบรับดีทำให้เกิดการเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก

วิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือททท. เปิดเผยตัวเลขหลังผุดโครงการส่งเสริมเมืองรองว่า ในปี 2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางทั่วประเทศ 228.94 ล้านคน/ครั้ง มีรายได้อยู่ที่ 1.08 ล้านล้านบาท และมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดอยู่ที่ 83.92 ล้านคน/ครั้ง และมีรายได้อยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท

ดังนั้นในปีนี้ ททท. จึงต่อยอดจากแคมเปญเมืองต้องห้ามพลาด โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อเป็นการกระจายการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างความเข้มแข็งให้แก่พื้นที่เมืองรอง และเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป ผ่านการจัดกิจกรรมในเมืองรองเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างโครงการ เที่ยวไปวิ่งไป ไลค์ อะ โลคอล ที่จะจัดขึ้นใน จ.พะเยา วันที่ 16-18 ก.พ. 2562

งานวิ่งครั้งนี้มีความน่าสนใจเพราะเป็นการวิ่งที่ไม่มีการแข่งขัน ไม่จับเวลา แต่อยากให้ใช้เวลานานที่สุด เพื่อสัมผัสกับสิ่งรอบตัวและชมวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งตอบโจทย์เป้าประสงค์ของ ททท. ที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบลึกซึ้งในมิติร่วมสมัย และต่อยอดให้สร้างรายได้ให้เกิดแก่ชุมชน

เส้นทางวิ่งเริ่มจาก อ.เชียงคำ ถึง อ.ภูซาง ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมระยะทาง 11 กม. ซึ่งนอกจากจะเหมาะกับการวิ่ง ยังเหมาะสมอย่างยิ่งกับการปั่นจักรยาน เพราะเป็นถนนเลี่ยงเมืองลัดเลาะทุ่งนา และมีจุดแวะให้ลงไปท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวพะเยา

จุดสตาร์ทเริ่มต้นที่ เฮือนไทลื้อ บ้านธาตุสบแวน อ.เชียงคำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดย แม่แสงดา สมฤทธิ์ ได้อนุรักษ์บ้านหลังนี้ไว้ให้คงสภาพเดิมมากที่สุด และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมของชาวไทลื้อ รวมถึงเปิดโอกาสให้เรียนรู้วิธีการทอผ้าของชาวสิบสองปันนา

เรือนแห่งนี้เป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูง หลังคาทรงจั่ว ซึ่งหลังคาของเฮือนไทลื้อหลังนี้ แตกต่างจากในเมืองสิบสองปันนา คือมีลักษณะเป็นหลังคาสูง ใหญ่ จั่วผสม ส่วนโครงสร้างของตัวบ้านออกแบบให้มีสองหลังติดกัน โดยมีพื้นยกสูงเชื่อมติดกัน มีเรือนนอนกับครัวแยกหลังคากัน และมียุ้งข้าวแยกออกจากเรือนอยู่อาศัยสะท้อนถึงวิถีชีวิตเกษตรกรและความผูกพันกับข้าว

ปัจจุบันเฮือนไทลื้อของแม่แสงดา สมฤทธิ์ได้รับการยกย่องเชิดชูในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ไทลื้อ เป็นแหล่งศึกษาวัฒนธรรมใน จ.พะเยา และเป็นบ้านไทลื้อเพียงหลังเดียวใน อ.เชียงคำ

นอกจากนี้ รอบๆ เรือนจะมีการจำลองกาดชาติพันธุ์ให้เห็นวิถีชีวิต สนุกกับการช็อปปิ้งของที่ระลึก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และผ้าทอมือชาวไทลื้อที่ไม่เหมือนใคร

จากนั้นใช้เส้นทางเชียงคำ-ภูซาง ไปอีกประมาณ 4.5 กม. ผ่านป่าชุมชนจนถึงบ้านสวนผักมีสุข ปั่นชมวิวแปลงผัก แถวดอกดาวเรือง และการทำเกษตรพอเพียง ก่อนจะซอกแซกไปตามเส้นทางสู่โลกของทุ่งนาแห่งภูซาง แนะนำให้ลดจังหวะความเร็วเพื่อชื่นชมวิวสองข้างทาง

ในช่วงต้นปีนาข้าวกำลังเขียวชอุ่ม ยามที่ลมพัดจะเห็นยอดหญ้าพลิ้วไหวเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกสบายใจและสบายตา ระยะทางกว่า 2 กม. ที่มีแต่ทุ่งนาทอดยาวสุดสายตาถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก นอกจากธรรมชาติและตัวคุณเอง

บนเส้นทางเดียวกันไปต่ออีก 2 กม. สามารถแวะพักขาและท่องเที่ยวได้ที่บ้านหมุน ภูซาง หนึ่งเดียวในสยามกับไอเดียสร้างบ้านให้ขยับได้ตามทิศทางแดดและฤดูกาล คือสามารถหมุนเป็นวงกลมได้ 360 องศา จึงสามารถกดรีโมทสั่งให้เคลื่อนที่ไปอยู่ในตำแหน่งหลบแสงแดดหรือรับลมหนาว จึงช่วยประหยัดพลังงานในตัวบ้านและไม่ต้องติดเครื่องปรับอากาศแต่อย่างใด

บ้านไอเดียเจ๋งหลังนี้เป็นของ ศิวกร ผาแก้ว ชาวภูซางที่เพิ่งกลับมาอยู่บ้านเกิด จึงสร้างบ้านสองชั้น สองห้องนอน หนึ่งห้องทำงาน และสั่งให้เคลื่อนที่ได้ตามใจ ซึ่งได้ทำการจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไว้แล้วเรียบร้อย

นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังใจดีเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม นักปั่นที่ผ่านมาจึงสามารถเข้าไปสวัสดีพี่ศิวกรและทดลองอยู่บนบ้านที่ขยับได้

จากบ้านหมุนปั่นต่อไปอีก 3 กม. จะถึงจุดหมายปลายทางที่ อุทยานแห่งชาติภูซาง มีไฮไลต์อยู่ที่น้ำตกภูซาง จุดเด่นคือเป็นน้ำตกน้ำอุ่นแห่งเดียวในประเทศไทย ไม่มีกลิ่นกำมะถันน้ำใสแจ๋ว และมีแอ่งน้ำสีเขียวมรกตให้ลงเล่นน้ำได้

หรือจะท้าทายตัวเองด้วยการเดินป่าศึกษาธรรมชาติด้านบนของน้ำตก เพื่อชมป่าต้นน้ำ ป่าดงดิบ และบ่อซับน้ำอุ่นตามธรรมชาติ

เส้นทางดังกล่าวมีระยะทาง 11 กม. แต่เป็นพะเยาในมุมเล็กๆ เท่านั้น เพราะจังหวัดนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจ อย่างเช่น วัดนันตาราม ศาสนสถานที่มีความงดงาม สักการะหลวงพ่อยิ้มซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้สักทอง ขอพรพระพุทธรูปเกสรดอกไม้ที่สร้างจากดอกไม้หอมนานาชนิดจากเมืองตองกี ประเทศเมียนมา รวมทั้งพระเจ้าทันใจพระเจ้าแสนแซ่ และหลวงพ่อสุขใส เพื่อความเป็นสิริมงคล

หรือวัดมาง ที่สร้างขึ้นโดยชาวเมืองมางจากมณฑลยูนนาน ซึ่งถูกเจ้าเมืองน่านกวาดต้อนลงมาจากสิบสองปันนาและมาตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์ของชาวไทลื้อ ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในเชียงคำ โดยประดิษฐานอยู่ในพระวิหารหลังคามุงแป้นเกล็ดที่สร้างขึ้นตามแบบศิลปะไทลื้อผสมล้านนา และในบริเวณวัดยังมีศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดแสนเมืองมาง สถานที่เก็บโบราณวัตถุทางพุทธศาสนาและเครื่องใช้โบราณในชีวิตประจำวัน

อีกวัดสำคัญคือ วัดพระธาตุสบแวน เป็นวัดไทลื้อที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเชียงคำ เดิมเป็นวัดร้าง แต่เมื่อชาวไทลื้ออพยพเข้ามา เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้านครเมืองน่าน จึงให้บูรณปฏิสังขรณ์เพื่อเป็นศูนย์กลางของชาวไทลื้อ และพระธาตุภูซาง อายุมากกว่า700 ปี เป็นพระธาตุเก่าแก่เป็นที่เคารพสักการะของคนภูซาง

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสร้างประสบการณ์แบบท้องถิ่นได้ที่เฮินป้ามาลี ที่มีการสาธิตวิธีย้อมผ้าแบบโบราณ และเรียนรู้การทอผ้านั่งกี่ ตัดตุง และเย็บหมากลูกโยนที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ (วัดหย่วน) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้การเดินทางมีคุณค่าและมีความหมายขึ้น

สำหรับโครงการเที่ยวไป วิ่งไป ไลค์อะ โลคอล เปิดรับสมัครนักวิ่งจำนวน 300 คนรับสมัครตั้งแต่วันนี้-31 ม.ค. 2562 มี 2 แพ็กเกจคือ ทัวร์เที่ยว-วิ่ง วันที่ 15-18 ก.พ. 2562ราคา 6,850 บาท และกิจกรรมวิ่ง วันที่ 17 ก.พ.2562 ราคา 900 บาท เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ race.thai.run/like-a-local

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต