สงกรานต์ยังชื้นใจ ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร

  • วันที่ 28 เม.ย. 2561 เวลา 11:12 น.

สงกรานต์ยังชื้นใจ ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร

โดย/ภาพ : กาญจน์ อายุ

ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังเทศกาลสงกรานต์จบบริบูรณ์ทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่จะยังอยู่ทุกเมื่อที่ไปคือ เรื่องราวของจุดหมายปลายทาง อย่าง เมืองศรีสัชนาลัย และ เมืองเก่ากำแพงเพชร เมืองแห่งอารยธรรมในอดีตและร่ำรวยความเป็นไทย

 ด้วยเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์ใน 2 พื้นที่ ซึ่งสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งสองเมืองได้จัดงานสงกรานต์ได้งดงามและทำให้คิดถึงรากเหง้าความเป็นไทยได้ชัดเจน

สรงน้ำโอยทานสงกรานต์ศรีสัชนาลัย

สงกรานต์ศรีสัชนาลัยได้จัดขึ้นตามหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ 1 ด้านที่ 2 ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีของคนสุโขทัยว่า “คนสุโขทัยมักทรงศีล มักโอยทาน” คำว่า โอย หมายถึง ทำ เมื่อร่วมกับคำว่า ทาน จึงหมายถึง การทำทาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิถีของชาวสุโขทัยโบราณที่ถูกจารึกไว้ และยิ่งดูขลังเข้าไปใหญ่เมื่อใช้พื้นที่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นพื้นที่จัดงาน

ความสวยงามต้องยกให้ขบวนแห่ช้างพ่อเมืองมากกว่า 10 เชือก พร้อมขบวนสลากภัตรและเครื่องบวงสรวง เดินแถวอย่างยิ่งใหญ่ผ่านโบราณสถานและไปสิ้นสุดที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ทำให้ภาพที่เห็นประหนึ่งกำลังอยู่ในเหตุการณ์สมัยสุโขทัยที่ปรากฏใหม่อีกครั้ง โดยช่วงสุดท้ายช้างทุกเชือกจะลอดผ่านซุ้มอุโมงค์น้ำมนต์ที่พ่นออกมาจากหัวฉีด ซึ่งหนาเม็ดพอให้หัวเปียก รวมทั้งพี่ป้าน้าอาในขบวนจะเปียกชุ่มเพราะถูกเด็กๆ เฝ้าโจมตีด้วยขันน้ำ สร้างเสียงหัวเราะแต่พองามให้สมเป็นสงกรานต์ศรีสัชนาลัย

เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานสำคัญ เช่น วัดนางพญา ในเขตกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย มีลวดลายปูนปั้นประดับผนังวิหารที่สวยงาม วัดเจดีย์เจ็ดแถว มีสถาปัตยกรรมของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะสุโขทัยอย่างแท้จริง

และ วัดพระปรางค์ (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุหรือวัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง) ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ภายในพบรอยจิตรกรรมฝาผนังแต่ลบเลือนไปมาก ส่วนด้านหน้ามีวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ทางขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา ทางด้านกำแพงวัดเป็นศิลาและแท่นกลมขนาดใหญ่เรียงชิดติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหนือซุ้มประตูทำเป็นรูปคล้ายหลังคายอด และเหนือซุ้มขึ้นไปเป็นปูนปั้นรูปพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ทั้งนี้ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยมีเนื้อที่ 28,217 ไร่ และมีโบราณสถาน 283 แห่งทั้งในและนอกกำแพงเมือง

สงกรานต์มงคล ก่อพระทรายน้ำไหล ยิ่งใหญ่พวงมโหตร

จ.กำแพงเพชร จัดงานสงกรานต์ได้ไทยแท้ไม่แพ้กัน ด้วยการหยิบยก “พวงมโหตร” มาเป็นสัญลักษณ์ในการจัดงานบนเกาะกลางแม่น้ำปิง

พวงมโหตร หรือที่ชาวแพร่ น่าน เชียงใหม่ เรียกว่า ตุงไส้หมู หรือที่ชาวลำปางเรียกว่า ช่อพญายอ หรือที่ชาวเชียงรายและลำพูนเรียกว่า ตุงไส้ช้าง แต่สำหรับคนภาคกลางตอนบนหรือภาคเหนือตอนล่างอย่างชาวกำแพงเพชรเรียกว่า พวงมโหตร (พวง-มะ-โหด) มีรูปทรงเหมือนเจดีย์ ทำจากกระดาษว่าวหลากสี ใช้เพื่อบูชาพระพุทธศาสนา

แต่การนี้ถูกนำมาประดับประดานับพันๆ พวงตลอดสะพานที่ทอดข้ามไปเกาะกลางแม่น้ำปิง สร้างสีสันสวยงามยิ่ง แลดูพลิ้วไหวทำให้รู้สึกเย็นใจเมื่อลมพัดพา และสะท้อนภูมิปัญญาแห่งศรัทธาของชาวบ้าน

ปีนี้กำแพงเพชรจัดงานสงกรานต์ใหญ่เป็นพิเศษ เนื่องจากถูกคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ ให้เป็นพื้นที่จัดงานสงกรานต์เมืองรอง บนเกาะกลางแม่น้ำปิงหรือชายหาดของชาวกำแพงเพชร สถานที่รวมตัวคนทุกผู้ทุกวัยมาเล่นน้ำดับร้อนกลางแม่น้ำใหญ่ที่ตื้นเขินจนยืนเดินได้ในยามหน้าแล้ง

นอกจากสีสันของพวงมโหตรที่สะดุดตาเป็นอันดับแรกแล้ว สิ่งที่น่าตื่นตาต่อไปคือจำนวนคนมากมายนับไม่ไหวที่กำลังเล่นน้ำกลางลำน้ำปิง โดยบริเวณชายฝั่งมีให้บริการเช่าห่วงยางทั้งแบบห่วงยางธรรมดาและแฟนซี ทำให้กลางลำน้ำมีทั้งฟลามิงโก้ ฉลาม จระเข้ ปลากระเบน และวาฬเพชฌฆาต ลอยละล่องอยู่หลายตัว

ไม่เว้นแม้แต่เจ็ตสกีก็มีให้เห็นจนนึกว่าเป็นทะเลบางแสน แต่ที่เด็ดสุดน่าจะเป็นสไลเดอร์เป่าลมริมชายฝั่งที่มีให้บริการหลายสเตชั่น เป็นที่ถูกอกถูกใจเด็กเล็กและวัยรุ่นให้เล่นกันสนุกสนาน

จากนั้นเมื่อเท้าได้เหยียบเกาะกลางแม่น้ำปิง เวลานั้นก็เท่ากับไปเยือนเกาะศักดิ์สิทธิ์เพราะได้รวบรวมความมงคลไว้หลายประการ ทั้งการสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ที่ชาวกำแพงเพชรเคารพนับถือ สรงน้ำพระประจำวันเกิด และการก่อพระทรายน้ำไหล ซึ่งส่วนใหญ่คำว่า การก่อพระทรายน้ำไหล จะได้ยินในประเพณีวันไหลของชาวชลบุรี ที่กำแพงเพชรนั้นมีลักษณะและวัตถุประสงค์เหมือนกันคือ ในช่วงฤดูแล้งน้ำในแม่น้ำปิงจะลดลงจนมีหาดทราย ชาวบ้านจึงช่วยกันขนทรายนั้นขึ้นมาก่อพระเจดีย์ทรายริมฝั่งแม่น้ำเนื่องในวันสงกรานต์ แต่ที่ต่างออกไปคือ งานนี้มีประติมากรรมทรายฝีมือนักศึกษาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัดช้างรอบ หนึ่งในวัดสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งเป็นการประยุกต์พระเจดีย์ทรายให้เป็นงานศิลปะที่สวยงาม

งานสงกรานต์มงคล ก่อพระทรายน้ำไหล ยิ่งใหญ่พวงมโหตร สามารถดึงดูดคนกำแพงเพชรและนักท่องเที่ยวให้ไปร่วมงานได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้คนเดินทางต่อเนื่องไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

องค์การยูเนสโกประกาศให้ “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534 ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

เมืองกำแพงเพชรตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง มีคูเมืองรอบแนวกำแพง มีป้อมตามมุมกำแพง 4 มุม มีประตูเข้า-ออก 10 ประตู และอีกฝั่งของเมืองกำแพงเพชรมีเมืองโบราณชื่อว่า นครชุม ทั้งสองเมืองเป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยประมาณพุทธศตวรรษที่ 19-20 โดยเมืองกำแพงเพชรมีลักษณะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงสุโขทัยต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอยุธยา โดยเฉพาะในการป้องกันข้าศึก จึงเป็นมูลเหตุให้มีการก่อสร้างกำแพงเมืองด้วยศิลาแลงที่แข็งแกร่ง

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรประกอบด้วยโบราณสถานกว่า 80 แห่งทั้งในและนอกกำแพงเมือง โดยโบราณสถานในเขตกำแพงเมืองที่น่าไปยลคือ วัดสิงห์ สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัดประกอบด้วย พระอุโบสถซึ่งเดิมน่าจะเป็นวิหารแต่ถูกดัดแปลงให้เป็นอุโบสถ มีรูปสิงห์ปูนปั้นแกนศิลาแลง และทวารบาลประดับอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ

วัดพระสี่อิริยาบถ มีความสวยงามและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเพราะมีมณฑปแบบจตุรมุข แต่ละด้านประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางต่างๆ ได้แก่ ตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา (เดิน) เหนือประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (นอน) ใต้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย (นั่ง) และตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานอภัย (ยืน)

รวมไปถึง วัดพระนอน ประกอบด้วย ศาลา ห้องน้ำ ห้องส้วม บ่อน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโบราณสถานในเขตอรัญญิก เพราะก่อนที่ประชาชนจะเข้าไปประกอบพิธีกรรมในวัดจะต้องชำระร่างกายให้สะอาดในห้องน้ำ ห้องส้วม โดยใช้น้ำจากบ่อ อีกนัยหนึ่งยังเป็นการกล่าวถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ที่แยกการใช้ห้องน้ำห้องส้วมออกจากพระภิกษุด้วย

นอกจากนี้ อุโบสถวัดพระนอนยังคงหลงเหลือเสาแปดเหลี่ยม และมีฐานเสมาแปดฐานโดยรอบซึ่งทำมาจากหินชนวน ส่วนภายในวิหารยังปรากฏแนวแท่นอาสนสงฆ์และแท่นประดิษฐานพระประธาน องค์พระประธานชำรุดหักพังหมดแล้ว เหลือไว้เพียงเสาศิลาแลงแท่งสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำให้ฉงนใจว่าคนสมัยสุโขทัยขนย้ายและตั้งให้ตรงได้อย่างไร

อย่างไรแล้ว โบราณสถานในเมืองโบราณกำแพงเพชรไม่มีที่ไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่า วัดพระแก้ว วัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองโบราณ โดยมีการค้นพบฐานที่เชื่อกันว่าเป็นบุษบกประดิษฐานพระแก้วมรกต มีพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ประกอบด้วย พระปางมารวิชัย 2 องค์ และพระไสยาสน์ 1 องค์ ตอนหลังสุดของวัดมีเจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยมอยู่ในระเบียงคด เรียกเจดีย์องค์นี้ว่า เจดีย์ช้างเผือก เนื่องจากฐานเดิมเคยประดับช้างปูนปั้นโผล่ครึ่งตัวโดยรอบจำนวน 32 เชือก และยังมีร่องรอยพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ แต่องค์พระและซุ้มหักพังจนหมดเหลือเฉพาะส่วนพระบาททั้งสองข้าง เรียกพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่เช่นนี้ว่า พระอัฏฐารศ

นอกจากนี้ ภายนอกกำแพงเมืองเก่ายังมีโบราณสถานที่ห้ามพลาด หนึ่งในนั้นคือ วัดช้างรอบ ใช้วิธีการกำหนดอายุจากการเทียบเคียงรูปแบบศิลปกรรมที่เหมือนกับเจดีย์วัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จึงสันนิษฐานได้ว่าเจดีย์วัดช้างรอบสร้างขึ้นราวปลายสมัยพ่อขุนรามคำแหง และต่อมาในสมัยอยุธยามีการซ่อมแซมเจดีย์อีกครั้ง

ข้อมูลจากกรมศิลปากร ระบุว่า วัดช้างรอบตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเนินเขาลูกรังเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร สิ่งก่อสร้างสำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ ทำฐานสี่เหลี่ยมล่างสูงใหญ่มีบันไดทั้งสี่เพื่อขึ้นไปถึงลานด้านบน ชานบันไดแต่ละด้านประดับสิงห์และทวารบาลปูนปั้นแต่ชำรุดเสียหายไปจนเกือบหมด และจากบันไดเข้าสู่ลานด้านบนทำเป็นซุ้มประตูหลังคาซุ้มมีเจดีย์ยอดระฆังขนาดเล็กประดับ นับเป็นรูปแบบที่แปลกไม่ปรากฏตามโบราณสถานอื่นๆ ทั้งที่สุโขทัยและกำแพงเพชร

ส่วนผนังของฐานสี่เหลี่ยมล่างประดับรูปช้างปูนปั้นครึ่งตัวจำนวนทั้งสิ้น 68 เชือก ตัวช้างปั้นด้วยปูนแกนในเป็นศิลาแลง หัวและสองขาหน้าโผล่พ้นจากผนังประดับลวดลายปูนปั้นที่แผงคอ กำไลโคนขา และข้อขา ผนังระหว่างช้างแต่และเชือกตกแต่งลายปูนปั้นนูนสูงรูปต้นไม้ แต่ปัจจุบันงานปูนปั้นดังกล่าวชำรุดหลุดร่วงไปมาก ทว่าก็ยังคงความงดงามของความรุ่งเรืองสมัยสุโขทัยได้ประจักษ์ชัดเจน

แม้ว่าทั้งสองสถานที่จะเป็นเมืองโบราณสมัยสุโขทัยและอยู่ในพื้นที่มรดกโลก แต่ยังไม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเต็มตัวเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเสียมาก ทว่าก็กลายเป็นเสน่ห์ของศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชรที่รอให้คนไทยเข้าไปศึกษาอดีตของตัวเองผ่านของจริงในปัจจุบัน

ทั้งนี้ สุโขทัยและกำแพงเพชรจัดอยู่ในเมืองรอง ซึ่งทาง ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2561 โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในเมืองรองมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตามจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก รวมไปถึงรีสอร์ทและโฮมสเตย์ นับเป็นโอกาสอันดีที่ปีนี้จะหาเรื่องเที่ยวให้บ่อยขึ้น 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ