เนเจอร์ อินสไปร์ แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

วันที่ 25 ธ.ค. 2560 เวลา 11:00 น.
เนเจอร์ อินสไปร์ แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

 

หนาวนี้เป็นช่วงเวลาของครอบครัว คู่รัก และบรรดาเพื่อนสนิท ที่จะได้เวียนมาเฉลิมฉลองอย่างใกล้ชิดกันอีกครั้ง ยิ่งถ้าได้ร่วมรับประทานอาหารที่บ่งบอกเรื่องราวแห่งฤดูกาลด้วยแล้วละก็ ยิ่งจะทำให้เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นและน่าจดจำของปีกันทีเดียว

หนุ่มม่อน-สรกิจ กิจเจริญโรจน์ หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน คูซีน เดอ การ์เด้น บีเคเค (Cuisine de Garden BKK) ซึ่งนอกจากจะเป็นสถาปนิกออกแบบและตกแต่งร้านที่ปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลแล้ว เขายังได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ที่ผสมผสานระหว่างวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยเข้ากับเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่แบบตะวันตก เกิดเป็นเมนูเด่นประจำร้านที่เขาเรียกว่า เนเจอร์ อินสไปร์ คิวซีน

“จากจุดเริ่มต้นของการหยิบธรรมชาติมานำเสนอในเมนู เกิดขึ้นจาก เชฟแนน (ลีลาวัฒน์ มั่นคงติพันธ์) ซึ่งเปิดร้านอาหารที่ จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม จึงอยากจะถ่ายทอดธรรมชาติที่อยู่รอบตัวนั้นมาอยู่ในเมนูอาหาร ซึ่งอาหารแต่ละจานจะเหมือนกับศิลปะ แต่เป็นศิลปะที่สามารถรับประทานได้มากกว่าการได้แค่ชื่นชม เป็นศิลปะที่ได้สัมผัส ได้ดู และได้กิน ซึ่งผมมีโอกาสได้ไปลิ้มลองและได้พูดคุยกับเชฟแนน ยิ่งมีความรู้สึกว่าตื่นเต้นกับทุกเมนูที่ได้เห็นและได้ลิ้มลองรสชาติ จึงได้มาร่วมกันเปิดร้านแห่งนี้ โดยใช้คอนเซ็ปต์ เนเจอร์ อินสไปร์ คิวซีน ที่ได้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจและได้เชฟแนนมาเป็นเชฟใหญ่ที่นี่ด้วยครับ” 

นั่นก็เท่ากับว่าอาหารของที่นี่นอกจากจะเน้นการหยิบเอาธรรมชาติมาถ่ายทอดจนเป็นงานศิลปะที่งดงามแล้ว ที่ร้านแห่งนี้ยังเน้นเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์สที่บ่งบอกเรื่องราวแห่งฤดูกาลผสานเข้าไปในแต่ละเมนู และในแต่ละคอร์สจะเสิร์ฟเป็นลำดับขั้นตอนกันอย่างต่อเนื่อง เหมือนการเปิดหนังสืออ่านไล่เลียงไปทีละบท เสมือนกับการได้อ่านนิทานไปทีละบททีละตอนนั่นเอง

สาวพีช-วงศ์ณิชา วงศ์สืบชาติ หนึ่งในหุ้นส่วนบอกเล่าเรื่องราวของคอนเซ็ปต์แต่ละเมนูให้ฟังอย่างออกรสว่า “คอนเซ็ปต์การเล่ายามนี้จะเป็นการบอกเล่าถึงฤดูหนาวซึ่งนอกจากอาหารแล้ว บรรยากาศร้านก็จะถูกเนรมิตใหม่เพื่อบอกรับฤดูกาล ดังนั้นการมาเยือนที่นี่ในแต่ละฤดูกาลก็จะถูกเปลี่ยนไป และเมนูของอาหารก็จะเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับฤดูกาล อย่างฤดูกาลนี้เราจะนึกถึงข้าวซึ่งจะเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวจึงนำมาบอกเล่าอยู่ในเมนู”

 

 

ออกสตาร์ทบอกเล่าฤดูหนาวด้วยอาหารกินเล่น อย่าง Fish in The River Rice in The Field หรือในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ที่หยิบเอาข้าวมาเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งฤดูหนาวจะถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวพอดี เริ่มที่กุ้งแม่น้ำปรุงรสด้วยซอสกุ้ง และข้าวคั่ว คาแรกเตอร์ชัดเจนของคำนี้จะได้กลิ่นหอมของข้าวคั่ว คำที่สองเป็นข้าวเกรียบข้าวหอมมะลิที่นำไปทอดจนกรอบแล้วท็อปด้วยมูสข้าวโพด และคำสุดท้ายเป็นน้ำมะลิที่ผ่านเทคนิค Sphere การคลุกกลิ้งแบบโมเดิร์น เมนูนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของฤดูกาล 

 

 

คอร์สต่อมา Soil ดินต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง เมื่อรับประทานเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความฉ่ำชื่น เพราะเป็นดินในหน้าหนาวที่เพิ่งผ่านฝนมา และพร้อมจะเกิดสิ่งใหม่ๆ เริ่มแตกหน่อแตกต้นออกมา เริ่มจากบีฟทาท่า โรยด้วยผงสมุนไพร ส่วนดินจะเป็นชาโคลไอศกรีม ส่วนพืชที่งอกขึ้นมาจากดินจะเป็นผักแขยง ผักพื้นบ้านที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เสริมรสชาติกับเนื้อได้เป็นอย่างดี แล้วท็อปด้วยบีตรูททอดกรอบเสิร์ฟมาพร้อมบนขอนไม้

 

 

คอร์สที่สาม Roots จากดินสู่ของขวัญจากดิน นั่นคือหัวหรือราก โดยเลือกใช้วัตถุดิบ 3 ชนิด ได้แก่ แครอต มันฝรั่ง และแก่นตะวัน วิธีการคือนำมันฝรั่งมา Croquette หรือวิธีการห่อหุ้มไส้ด้วยปูปรุงรสแล้วนำไปชุบแป้งทอด แล้วโรยด้วยผงแครอตพาวเดอร์ เสิร์ฟมาบนดินที่ทำมาจากแก่นตะวันและธัญพืชต่างๆ และเพิ่มรสชาติด้วยซอสปู 

 

 

คอร์สถัดมา Kluay หรือ กล้วย ที่หยิบหลายๆ ส่วนของกล้วยคู่ครัวไทยมาเป็นเมนูได้น่าสนใจไม่เบา ชวนให้นึกถึงเวลาที่อยู่ในป่าแล้วได้สุมกองไฟ เมนูปิ้งย่างจะต้องเรียกหาใบตองมาปิ้งย่าง ทำให้ได้กลิ่นหอมของใบตองย่างอยู่ในที เริ่มจากนำปลาฮาลีบัต ปลาทะเลของดีจากญี่ปุ่นที่ให้เนื้อปลาที่ขาวละเอียดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาหิมะแต่มีไขมันน้อยกว่า นำมาหมักกับมิโซะแล้วนำไปย่างบนใบตอง เพิ่มรสเค็มจากมิโซะและได้ความหอมจากใบตอง เสิร์ฟคู่มากับกล้วยบด โดยใช้กล้วยดิบมาทำกล้วยบด และหยวกกล้วยทอดที่ให้แพตเทิร์นที่น่าสนใจเสริมความกรอบให้กับเมนูนี้ และตกแต่งด้วยดอกกล้วยหรือกล้วยอ่อนที่อยู่ในหัวปลี และเพิ่มรสชาติด้วยซอสใบตองแห้ง

 

 

มาถึงคอร์สของหวานหวาน Strawberry Field ทุ่งสตรอเบอร์รี่ที่หลายคนคิดถึ งยามที่หน้าหนาวมาเยือน วิธีการคือนำโยเกิร์ตมาทำมาร์ชเมลโล่ เสิร์ฟคู่กับคริสปี้สตรอเบอร์รี่ และสตรอเบอร์รี่สดพันธุ์พระราชทาน 80 ลูกเล็กออกหวาน เสิร์ฟคู่กับโฟรเซนช็อกโกแลตแอร์ ออกเบาๆ เย็นๆ 

 

 

 

คอร์สปิดท้าย Stone ช็อกโกแลตชาโคลที่เปลือกทำมาจากถ่านฟางชาโคลซึ่งเลียนแบบก้อนหินริมลำธารที่ยัดด้วยไส้กระเจี๊ยบ และไส้มะขาม รสช็อกโกแลตที่จับคู่กับรสเปรี้ยวๆ ของผลไม้ไทยได้อย่างลงตัว และเสิร์ฟมากับก้อนหินลำธารจริงๆ ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกและได้จดจำกับเมนูนี้ว่าก้อนไหนเป็นหินจริง ก้อนไหนเป็นหินจากชาโคล 

อย่างที่บอกกันไว้ว่านอกจากจะอิ่มแล้ว มื้อนี้จะเป็นมื้อที่สนุกสนาน อบอุ่น และน่าจดจำอย่างยิ่งเชียวละครับ

คูซีน เดอ การ์เดน บีเคเค ซอยเอกมัย 2 เปิดบริการ ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร. 06-1626-2816 Website facebook.com/cuisinedegardenbkk