ความงดงามแห่งวันวาน ชิโนโปรตุกีส

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2560 เวลา 10:33 น.

ความงดงามแห่งวันวาน ชิโนโปรตุกีส

โดย สืบสิน ภาพ กาญจนา

มีโอกาสบินลัดฟ้าสู่ จ.ภูเก็ต ดินแดนที่มีทะเลที่สวยงาม อาหารที่อร่อยได้ใจแล้ว ยังจัดว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และความรุ่งเรืองมายาวนานอีกแห่งหนึ่งของไทยเลยทีเดียว

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่แล้ว ภูเก็ตไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้ แต่กลับเป็นเมืองที่มีทรัพยากรแร่ธาตุเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแร่ดีบุก ซึ่งแร่ดีบุกในสมัยนั้นเป็นแร่ที่มีราคาสูงมาก และเป็นของมีค่าที่หลายประเทศมีความต้องการใช้ในการพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม จากการที่มีแร่ดีบุกอยู่มากนี้เอง ทำให้มีชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกเข้าภูเก็ตมาร่วมลงทุนในเหมืองแร่และมีชาวจีนมาเป็นแรงงาน บ้างก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นนายเหมือง พ่อค้ากันไปเลย

เมืองภูเก็ตในตอนนั้นจึงมีวัฒนธรรมแบบตะวันตกและจีนผสมอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน การสร้างบ้านในตอนนั้นจึงผสมผสานสถาปัตยกรรมทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่า ชิโนโปรตุกีส ตามหลักฐานบอกว่าบรรดาตึกเก่าเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2446 ซึ่งบ้านเรือนแบบชิโนโปรตุกีสนั้น จริงๆ แล้วมีกระจายกันหลายจังหวัดในภาคใต้ แต่ที่มีเยอะสุดและยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ภูเก็ตนี่ล่ะ

คำว่าชิโน (Sino) แปลว่า จีน ส่วนโปรตุกีส ก็คือประเทศโปรตุเกสในทวีปยุโรปนั่นเอง เมื่อนำมารวมเป็น ชิโนโปรตุกีส จึงหมายถึงสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรปได้อย่างลงตัว

ทางเทศบาลเมืองภูเก็ตได้เห็นถึงความสำคัญของสถาปัตยกรรมเหล่านี้ จึงได้ทำการอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสนี้ไว้ และจัดให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการท่องเที่ยว จัดให้มีเส้นทางเดินชมเมืองเก่าภูเก็ตเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความสวยงามของบ้านเรือนเก่าแก่ของภูเก็ต พร้อมๆ กับได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนภูเก็ตอีกด้วย

 ส่วนเส้นทางการเดินชมตึกเก่าชิโนโปรตุกีส มีด้วยกันหลายถนน เริ่มต้นที่

ถนนถลางและซอยรมณีย์ เป็นถนนสายประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ตรงช่วงนี้จะมีอาคารตึกแถวเก่าที่มีรูปแบบเดิมๆ เกาะกลุ่มกันอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงร้านค้า ร้านอาหารต่าง เริ่มต้นจากสี่แยกถนนถลางตัดกับถนนภูเก็ตไปจนสุดสี่แยกตัดกับถนนเยาวราช มีตึกแถวกว่า 151 คูหา ตัวตึกจะมีรูปแบบการตกแต่งช่องหน้าต่างโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิก มีลวดลายที่งดงามเน้นธรรมชาติเถาไม้ ใบไม้ และรูปสัตว์ ตึกแถวบริเวณนี้จึงมีลักษณะเด่นอยู่ที่ประตูด้านหน้า เป็นแบบบานเฟี้ยมไม้เก่าแก่ให้ชื่นชมกันจนอิ่มตา

ถนนพังงา ถนนภูเก็ต ถนนมนตรีเริ่มจากศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถนนพังงาตัดกับถนนภูเก็ต เมื่อเดินลงมาตามทิศใต้ เลี้ยวขวาเข้าถนนรัษฎาไปจนถึงวงเวียนสุริยเดชและตรงไปตามถนนระนอง ซึ่งช่วงนี้จะได้พบกับตึกที่น่าสนใจ อาทิ โรงแรมออน ออน ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ซึ่งปัจจุบันทาสีใหม่เป็นสีเหลืองโดดเด่น และมีหอนาฬิกาสูง 4 ชั้น มีหลังคาคล้ายรูปหมวกตำรวจสมัยก่อน ช่องประตูหน้าต่างแบ่งเป็นช่องโค้งมีเสาอิงแบ่งเป็นช่วง ประดับลายปูนปั้นบนยอดซุ้มโค้งสวยงาม

ถนนเยาวราชตัดกับถนนดีบุกช่วงนี้เริ่มจากแยกถนนดีบุกตัดกับถนนสตูล เดินตามถนนดีบุกจนถึงสี่แยกตัดกับถนนเยาวราช พอเลี้ยวขวาเข้าถนนเยาวราช จะได้สัมผัสกับบรรยากาศตึกเก่า และแวะลิ้มรสอาหารอร่อยในตรอกสุ่นอุทิศ แล้วย้อนกลับมาสี่แยกเลี้ยวเข้าถนนดีบุก อีกช่วงหนึ่งจะเข้าสู่ซอยรมณีย์ การเดินชมเมืองในช่วงนี้จะได้สัมผัสกับความหลากหลายของตึกชิโนโปรตุกีสที่หาดูได้ยาก อย่างที่บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ เป็นบ้านที่มีความงดงามโดดเด่นอยู่ที่ลายปูนปั้นตั้งแต่หัวเสาแบบคอมโพสิต และช่วงคานเหนือเสา เป็นศิลปะแบบกรีก ยุคคลาสสิก ผสานกับปูนปั้นลายค้างคาว ลายหงส์ ลายเมฆ รวมทั้งลายใบไม้และผลไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของคนจีน

ถนนกระบี่และถนนสตูลเริ่มจากถนนกระบี่ บริเวณแยกถนนเยาวราช เดินไปทางตะวันตกจนถึงสามแยกตัดกับถนนสตูล เดินตรงไปถึงบ้านคุณประชา ตัณฑวณิช ย้อนกลับมาจนถึงสามแยกตัดกับถนนดีบุก เส้นทางสายนี้มีอาคารเก่าที่ชวนชมอย่างอาคารพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นตึก 2 ชั้น ชั้นล่างมีซุ้มโค้งเตี้ยขนาดใหญ่ 3 ซุ้ม มีเสากลมรับโค้ง หัวเสาประดับด้วยลายบัวแบบกึ่งไอโอนิกและคอรินเธียน ผนังอาคารเซาะร่องขนาดใหญ่ เรียกว่า Rustication ชั้นบนมีซุ้ม หน้าต่าง 3 ซุ้ม มีช่องหน้าต่าง 2 ช่อง กรอบหน้าต่างด้านบนเป็นจั่วโรมัน บานหน้าต่างไม้สี่เหลี่ยม มีลวดลาย เรขาคณิต เหนือซุ้มช่วงกลางมีหน้าจั่วปูนปั้นรูปค้างคาว

ถนนเทพกระษัตรี ช่วงนี้เป็นช่วงต่อจากเส้นทางเดินที่ซอยรมณีย์ เลี้ยวซ้ายทะลุออกถนนถลาง เมี่อถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเดินตามถนนเทพกระษัตรี พอถึงแยกตัดกับถนนดีบุก อาจแวะชมบ้านเก่าแล้วย้อนออกมาตามถนนเทพกระษัตรีอีกครั้งจนไปสิ้นสุดเส้นทางที่คฤหาสน์ตระกูลหงส์หยก หรือบ้านหลวงอนุภาษภูเก็ตการ ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 ด้านหน้าอาคารเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่รถยนต์เข้าไปจอดเทียบได้ ชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งเตี้ย 3 โค้ง หัวเสา จะเป็นแบบดอริก ผนังเซาะเป็นร่องลึกคล้ายแนวหินก่อ ชั้นบนเป็นระเบียง มีลูกกรงปูนปั้นประดับงดงามมาก

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ