10 วันหยุดสุดสโลว์ จองที่พักแล้วไปชิลกัน

Sponsored Content
วันที่ 08 ธ.ค. 2560 เวลา 13:56 น.
10 วันหยุดสุดสโลว์ จองที่พักแล้วไปชิลกัน
 

ช่วงปลายปีต่อต้นปีแบบนี้เป็นช่วงที่มีวันหยุดหลายวัน ใครกำลังคิดเรื่องพักผ่อนแต่ไม่อยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ วันนี้เรามีไอเดียดีๆ แบบ 10 วันหยุดสุดสโลว์ 10 สถานที่ชิลให้ออกไปเที่ยวสโลว์ไลฟ์กัน ไปพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ในหน้าหนาว เที่ยววิถีสโลว์ไลฟ์ ชาร์จพลังชีวิตให้เต็มแล้วกลับมาลุยเรียน ลุยงานกันต่อ โดย 10 สถานที่ชิลของเราจะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกัน

1. เขาใหญ่

เขาใหญ่เป็นสถานที่สโลว์ไลฟ์สุดชิลท่ามกลางธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศเหมือนต่างประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพราะมีภูมิทัศน์หลากหลายตั้งแต่ภูเขา ทุ่งหญ้า สวนดอกไม้ ไปจนถึงไร่องุ่น แถมยังมีที่พักสวยๆ หลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกไปสโลว์ไลฟ์กันตามใจชอบอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในเขาใหญ่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฟาร์มโชคชัย ปาลิโอเขาใหญ่ สวนดอกไม้เดอะบลูม สระน้ำผุดและเขาใหญ่พาโนรามาฟาร์ม

จองที่พักเขาใหญ่ กับ Travelokคลิกที่นี่

2. บางกระเจ้า

อีกหนึ่งสถานที่สำหรับวันหยุดสุดชิลที่ไม่ควรพลาดคือบางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวที่เป็นเสมือนปอดขนาดยักษ์ใกล้กรุงเทพฯในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ใครอยากสโลว์ไลฟ์พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอดแบบไม่ต้องไปไหนไกลก็เตรียมจัดทริปไปปั่นจักรยานชิลๆ ที่บางกระเจ้ากันได้เลย นอกจากกิจกรรมปั่นจักรยานชมธรรมชาติและวิถีชีวิตผู้คนในเขตบางกระเจ้าแล้ว ที่นี่ยังมีตลาดบางน้ำผึ้ง สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย วัดพราหมณ์มหาเทวาลัย และร้านกาแฟอาร์ตๆ อยู่หลายร้านให้เป็นจุดเช็คอินอีกด้วย เรียกได้ว่ามาที่นี่นอกจากจะได้ออกกำลังกาย ได้ฟอกปอดแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ และของกินอร่อยๆ เป็นออฟชั่นเสริมให้เราอีกด้วย

จองที่พักบางกระเจ้ากับ Traveloka คลิกที่นี่

3. น่าน

เมืองสโลว์ไลฟ์ยอดฮิตที่กำลังมาแรงในขณะนี้คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก น่าน เมืองเหนือที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมล้านนาและธรรมชาติที่สวยงามรวมถึงวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ไม่เร่งรีบของคนพื้นที่ น่านเป็นทริปที่เหมาะกับทั้งสายบุญ สายธรรมชาติและสายวัฒนธรรมเพราะเป็นสถานที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ สถานที่ห้ามพลาดหลักๆ ในน่านได้แก่ ดอยเสมอดาวในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน วัดภูมินทร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อำเภอปัว อำเภอนาเกลือและนาข้าวขั้นบันไดโครงการปิดทองหลังพระ

จองที่พักน่านกับ Traveloka คลิกที่นี่

4. แพกาญจนบุรี

ใครอยากมีวันหยุดสุดสโลว์แบบเย็นฉ่ำชื่นใจก็ต้องลองไปนอนแพกาญจนบุรีริมแม่น้ำแคว ใช้เวลาพักผ่อนเย็นๆ ชิลๆ เหนือน้ำแบบเอกซ์คลูซีฟชนิดที่ว่าเปิดประตูออกมาก็สามารถลงเล่นน้ำในแม่น้ำแควได้เลย นอกจากนี้แพกาญจนบุรียังมีกิจกรรมทางน้ำสนุกๆ ให้ทำอีกมากมาย เช่น ล่องแก่งเปียก พายเรือแคนู ล่องเรือชมแม่น้ำแควและวิถีชีวิตชาวมอญ จะเลือกไปเที่ยวแพกาญฯแบบชิลๆ หรือแบบผจญภัยก็สนุกสนานไม่แพ้กัน

จองที่พักแพกาญจนบุรีกับ Traveloka คลิกที่นี่

5. บ้านรักไทย

บ้านรักไทยเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานกลางหุบเขาในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นี่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,700 เมตร มีบรรยากาศที่สวยงามล้อมรอบด้วยเทือกเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ไฮไลท์ของบ้านรักไทยคือทะเลสาบกลางหมู่บ้านที่จะเต็มไปด้วยไอหมอกลอยเหนือน้ำในยามเช้า ไร่ชาที่ปลูกอยู่เป็นแนวยาวตามเนินเขารอบๆ หมู่บ้าน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์ของชาวจีนยูนนาน ใครอยากมาสโลว์ไลฟ์ในที่สูงท่ามกลางอากาศหนาวๆ ไม่ควรพลาด

จองที่พักบ้านรักไทยกับ Traveloka คลิกที่นี่

6. สัตหีบ

อีกหนึ่งสถานที่สำหรับวันหยุดสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุงเทพก็คือสัตหีบนี่เอง สัตหีบมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลากหลายโดยมีทะเลเป็นตัวชูโรง ชายหาดและทะเลที่สัตหีบค่อนข้างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เปิดโอกาสให้ได้ใช้เวลาพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์กันได้อย่างเต็มที่ แค่ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ รับลมเย็นชิลๆ ริมทะเลก็ฟินสุดๆ แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในสัตหีบ ได้แก่ หาดนางรำ หาดนางรอง หาดบางเสร่ และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย

จองที่พักสัตหีบกับ Traveloka คลิกที่นี่

7. เชียงคาน

อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยอีกหนึ่งเมืองสโลว์ไลฟ์ที่กำลังมาแรงเหมาะกับวันหยุดสุดสโลว์ เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทยที่มีเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายของคนในพื้นที่ วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมรวมถึงอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน กิจกรรมชิลๆ ที่สามารถทำได้ในเชียงคานก็คือปั่นจักรยานชมเมืองและวิถีชีวิตชาวเชียงคาน ทำบุญไหว้พระที่วัดต่างๆ ในเชียงคาน เช่น วัดมหาธาตุ วัดโพนชัย วัดศรีคุณเมืองและตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า

จองที่พักเชียงคานกับ Traveloka คลิกที่นี่

8. ภูลมโล

ภูลมโลตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่สโลว์ไลฟ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นจุดชมวิวบรรยากาศหลักล้านอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไฮไลท์ของภูลมโลคือช่วงประมาณเดือนมกราคมของทุกปี โดยภูแห่งนี้จะกลายเป็นสีชมพูจากต้นดอกนางพญาเสือโคร่งที่พร้อมใจกันชูช่อเบ่งบานทั่วกระจายอยู่ทั่วพื้นที่กว่า 1,000 ไร่

จองที่พักภูลมโลกับ Traveloka คลิกที่นี่

9. สวนผึ้ง

อำเภอสวนผึ้งในจังหวัดราชบุรีเป็นดินแดนแห่งขุนเขา สายหมอกและทุ่งหญ้าที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติกคล้ายประเทศทางฝั่งยุโรป ได้รับฉายาว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เหล่ารีสอร์ทและโรงแรมต่างๆ ในสวนผึ้งก็จำลองภาพบรรยากาศที่สวยงามจากฝั่งยุโรปมาไว้ผ่านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งรีสอร์ทใครอยากไปสโลว์ไลฟ์ในบรรยากาศแบบต่างประเทศก็ต้องจดชื่อสวนผึ้งไว้ในลิสต์ได้เลย

จองที่พักสวนผึ้งกับ Traveloka คลิกที่นี่

10. เชียงใหม่

พูดถึงวันหยุดสุดสโลว์จะขาดเชียงใหม่ไปได้ยังไง เมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในภาคเหนือแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาและมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ความมีเสน่ห์ของเชียงใหม่อยู่ที่ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม วิถีชีวิตแบไม่เร่งรีบ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และศิลปะวัฒนธรรมแบบล้านนาที่มีเอกลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในเชียงใหม่ที่ห้ามพลาดคือ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ถนนคนเดินท่าแพและถนนนิมมานเหมินทร์

จองที่พักเชียงใหม่กับ Traveloka คลิกที่นี่

ถ้าเลือกสถานที่ชิลได้แล้ว เราขอแนะนำให้จองโรงแรมหรือจองที่พักดีๆ ราคาประหยัดกับ Traveloka กันก่อน เพราะนอกจากจะได้ที่พักราคาถูกกว่าเว็บไซต์อื่นแล้วยังสามารถเลือกช่องทางการจ่ายเงินที่หลากหลายได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบัตรเครดิตที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม การโอนเงินผ่านธนาคารหรือการจ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส แถมยังมีคอลเซ็นเตอร์ให้ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวกสบายแบบสุดๆ วันหยุดครั้งหน้า อยากจะไปสโลว์ไลฟ์ที่ไหน ก็จองที่พัก แล้วไปตะลุยกันได้เลย

บทความแนะนำ