สวนสามพราน แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์สู่ธุรกิจที่ยั่งยืน

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2558 เวลา 10:59 น.

สวนสามพราน แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์สู่ธุรกิจที่ยั่งยืน

โดย...วรธาร ภาพ เบญจรัตน์ สงวนสิน

โรงแรม รีสอร์ทที่ปลูกผักผลไม้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบด้านอาหารของโรงแรมไม่ค่อยได้เห็นกันทั่วไป ส่วนใหญ่มักสั่งซื้อจากข้างนอก แต่โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ หรือสวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ภายใต้การบริหารของนักธุรกิจไฟแรงอย่าง “อรุษ นวราช” กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ เลือกที่จะปลูกเอง ทั้งเป็นผักผลไม้ปลอดภัยไร้สารพิษด้วย ซึ่งทำมาประมาณ 9 ปีแล้ว

หากใครได้ไปสวนสามพราน ควรหาโอกาสไปเที่ยวชมสวนออร์แกนิกของโรงแรม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ 30 ไร่ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำของที่ตั้งของโรงแรม ปัจจุบันเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรทั่วไป รวมทั้ง เด็ก เยาวชน ตลอดจนหน่วยงานองค์กรต่างๆ

 

ผักผลไม้ที่ปลูกในสวนออร์แกนิก เป็นผักผลไม้ท้องถิ่นและตามฤดูกาล ประเภทพืชผักสมุนไพร อาทิ ถั่วฝักยาว แตงกวา ถั่วพู มะเขือ ผักบุ้ง พริก หอม ฝักชี ฟักทอง ตะไคร้ ฯลฯ ขณะที่ผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้มโอ มะเฟือง กล้วย มะม่วง เป็นต้น

ผู้บริหารหนุ่มเล่าที่มาของการทำสวนออร์แกนิกขึ้นในเนื้อที่ของโรงแรมว่าเป็นไอเดียที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เข้ามารับหน้าที่บริหารโรงแรมต่อจากคุณแม่ เมื่อประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว โดยเห็นว่าโรงแรมมีพื้นที่ว่างยังไม่ได้ทำอะไร จึงเลือกปลูกผลไม้ป้อนครัวและห้องอาหารของโรงแรม โดยที่ไม่ต้องซื้อจากข้างนอกและตัวเองก็ได้กินด้วย

 

“ความที่ผมเป็นคนรักและใส่ใจสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ทว่าไม่ใช่พวกอาหารเสริมนะครับ แต่เป็นอาหารสุขภาพหรือออร์แกนิก ดังนั้น พอเข้ามาบริหารโรงแรมก็เห็นว่าพื้นที่ตรงข้ามแม่น้ำของสามพราน ริเวอร์ไซด์ ประมาณ 30 ไร่ ยังว่างอยู่ จึงได้ปลูกผักผลไม้ เป็นสวนออร์แกนิก คือไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด นำผลผลิตที่ได้ป้อนครัวและห้องอาหารของโรงเแรมไว้บริการลูกค้าและไว้กินเอง”

อรุษ เล่าต่อว่า แม้พื้นที่จะมี 30 ไร่ แต่ไม่ได้ปลูกเต็มพื้นที่ทั้งหมด โดยจะแบ่งเป็นปลูกผักประมาณ 4 ไร่ ข้าวอินทรีย์ 2 ไร่ และผลไม้ประมาณ 10 กว่าไร่ ทำให้ผลผลิตที่ได้น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการใช้ในโรงแรมในแต่ละวัน และถึงแม้จะปลูกเต็ม 30 ไร่ ก็ไม่เพียงพออยู่ดี ต้องสั่งเพิ่มจากข้างนอก เขาจึงไปชักชวนเกษตรกรในสามพรานมาเข้าร่วมโครงการกับโรงแรมพร้อมให้ความมั่นใจว่าผลผลิตที่ได้ โรงแรมจะรับซื้อเอง

“ทว่าการชักชวนเกษตรกรหันมาปลูกผักผลไม้อินทรีย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนใหญ่ไม่อยากเปลี่ยนจากวิถีที่เคยทำมา แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนในพื้นที่ใกล้เคียงต้องการจะปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบเคมีมาสู่อินทรีย์ แต่ยังขาดองค์ความรู้ ผมจึงรับเกษตรกรจำนวนนี้เข้าร่วมโครงการกับเรา โดยเราพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้และคำปรึกษาในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ทุกอย่าง แล้วผลผลิตที่เกษตรกรผลิตได้ โรงแรมรับซื้อหมดเกิดเป็นกลุ่มธุรกิจเชิงคุณค่าสามพราน”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้นของการทำโครงการเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่อยากเปลี่ยนมาเป็นระบบอินทรีย์ เพราะคิดว่าทำยาก ให้ผลผลิตน้อย และไม่มีตลาดรองรับ สามพราน ริเวอร์ไซด์ จึงสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรด้วยการทำตลาดทางเลือกให้กับเกษตรกร นั่นคือ “ตลาดสุขใจ” ในพื้นที่กว่า 2 ไร่ ในสวนสามพราน เปิดให้เกษตรกรนำผลิตผลการเกษตรมาขายทุกวันเสาร์-อาทิตย์

 

“เราทำตลาดนี้ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตอินทรีย์ และผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายตรงถึงมือผู้ซื้อทุกวันเสาร์-อาทิตย์ โดยทางเราจะจัดหาผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือมาสุ่มตรวจคุณภาพพืชผักของเกษตรกรทุกสัปดาห์ ว่ามีสารเคมีตกค้างหรือไม่ ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ นอกจากนี้ทางโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ยังรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยมีการประกันราคาให้อีกด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรอีกด้วย ขณะเดียวกันภายในโรงแรมก็ยังมีจุดจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ด้วย”

จากความสำเร็จในการทำตลาดสุขใจ สวนสามพรานจึงร่วมกับภาคีนำไปขยายผลต่อด้วยการจัด “ตลาดนัดสุขใจสัญจร” ให้เกษตรกรในเครือข่ายนำพืชผักผลไม้อินทรีย์ไปออกร้านจำหน่ายตามหน่วยงานหรือองค์กร ย่านธุรกิจใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ อาทิ อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์คพลาซ่า ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ ทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก

ไม่น่าเชื่อว่า จากแนวคิดเรื่องสุขภาพที่ผู้บริหารคนนี้ทำมา จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนกลายมาเป็นโครงการสามพรานโมเดล ที่ใครต่างก็รู้จักดี และมีหลายหน่วยงานเห็นความสำคัญเข้ามาสนับสนุน อาทิ สกว. สสส. และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ