เรียนรู้โลกกว้าง ผ่านศาสนา

วันที่ 03 ส.ค. 2556 เวลา 11:31 น.
เรียนรู้โลกกว้าง ผ่านศาสนา
เชื่อเหลือเกินว่าในชีวิตของนักเดินทางทุกคน สิ่งหนึ่งที่ต้องเผชิญทุกครั้งเมื่อออกเดินทาง คือการเผชิญกับความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม บางคนอาจจะสนุกสนานไปกับการเรียนรู้ความแตกต่าง แต่บางคนอาจเป็นอุปสรรค จึงควรเตรียมพร้อมด้วยการศึกษาเรียนรู้รากเหง้าวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ โดยเพิ่มเรื่องศาสนาและศาสนปฏิบัติเข้าไป นั่นจะนำไปสู่ความเข้าใจในหลากหลายมิติและมุมมองเกี่ยวกับการเดินทางมากขึ้น

ศาสนาหมายทำให้เกิดการรวมตัวเป็นสังคมเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศที่นับถือศาสนาเหมือนกันจะมีรูปแบบสังคมที่เหมือนกันเสมอไป ดังเช่นเรื่องราวของศาสนาพุทธในประเทศพม่า

ประชากรส่วนใหญ่ของพม่านับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท แต่จากประสบการณ์การเดินทางในประเทศพม่าทำให้เราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในบางแง่มุมเกี่ยวกับความเชื่อและความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและผู้คน เช่น ความเชื่อเกี่ยวกับการไม่สวมรองเท้าเข้าในบริเวณวัด เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นชาวพม่าจะให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดในวัดมาก จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นชาวพม่ามาวัดกันแต่เช้าตรู่ เพื่อมาร่วมกันกวาดพื้นวัด นอกจากนั้นชาวพม่ายังคงมีความเชื่อว่าวัดเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการให้การศึกษา จึงนิยมส่งบุตรหลานทั้งชายหญิงมาบวชเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติที่แตกต่างไปจากประเทศที่นับถือนิกายเดียวกัน

จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมบางประเทศ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว เกี่ยวเนื่องและส่งผลกระทบไปถึงประเทศมุสลิมอื่นๆ ที่ไม่มีความขัดแย้ง จากประสบการณ์ในการเดินทางไปยังประเทศมุสลิม ทำให้เราค้นพบว่า แท้จริงแล้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงรอยด่างจุดเล็กๆ ที่ถูกหยิบขึ้นมาขยายประเด็น ตลอดระยะเวลาที่เราเดินทางในประเทศมุสลิม เราได้พบมิตรภาพจากผู้คนที่หยิบยื่นให้ การเดินทางไปยังประเทศมุสลิมไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่เราศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฏิบัติทางศาสนาก่อนทำให้การเดินทางในดินแดนมุสลิมคุ้มค่าและมีความหมายยิ่งขึ้น

การทำความเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาของประเทศต่างๆ ก่อนการเดินทางไปอาจไม่เพียงพอ เพราะในบางประเทศประชากรส่วนใหญ่นับถือนิกายต่างๆ ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย เช่น การเดินทางไปเยือนประเทศรัสเซีย ซึ่งประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 70 นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์รัสเซีย นิกายที่มีการรวมตัวเป็นคริสตจักรขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากคริสตจักรโรมันคาทอลิก

ก่อนการเดินทางไปยังรัสเซีย มโนภาพเกี่ยวกับประเทศนี้คือการเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวสุดขั้วและผู้คนหน้าตาเคร่งขรึม ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึง บรรยากาศก็เป็นอย่างที่เรามโนภาพก่อนหน้านั้นจริงๆ คนรัสเซียเล่าย้อนประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์รัสเซียให้ฟังว่า ในสมัยการปกครองของนายพลสตาลิน มีคำสั่งเด็ดขาดห้ามประชาชนนับถือศาสนา มีการจับบาตรหลวงและทำลายโบสถ์ ผู้ศรัทธาศาสนาในสมัยนั้นจำต้องปกปิดสถานะตัวเองเป็นระยะเวลากว่า 70 ปี จนกระทั่งสิ้นสุดระบอบการปกครองนี้ ซึ่งก็เป็นเวลามากพอที่จะหล่อหลอมให้ผู้คนมีอุปนิสัยเงียบขรึมดูดุดัน แต่แท้จริงแล้วคนรัสเซียเป็นคนจริงใจและจะยิ้มด้วยเมื่อได้รู้จักกันแล้ว ต่อมาภายหลังจึงมีการฟื้นฟูศาสนาขึ้นอีกครั้ง ด้วยการลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงศาสนสถานจนกระทั่งมีความสวยงาม แต่อย่างไรก็ตาม ศาสนพิธีและศาสนปฏิบัติของคริสต์ศาสนิกชนชาวรัสเซีย ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเงียบขรึมมาจนถึงทุกวันนี้

การเดินทางไปเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาในบางประเทศ ทำให้เราทราบว่าการเพิ่มจำนวนผู้นับถืออาจไม่ใช่เป้าหมายสำคัญ แต่กลับเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ดังเช่นคำบอกเล่าของพระปัญญาวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเมนดุตแห่งเมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจากการสนทนาในครั้งนั้นทำให้เราเห็นถึงการเปิดกว้างทางศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย โดยทางวัดมีความต้องการให้วัดเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าหากัน จึงได้จัดให้มีการฝึกปฏิบัติสมาธิที่ไม่ได้เน้นการฝึกปฏิบัติสมาธิทางธรรมตามหลักศาสนาพุทธ ชาวอินโดนีเซียไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็สามารถมาร่วมได้ หากต้องการฝึกสมาธิเพื่อนำไปประยุกต์กับวิถีชีวิตและการปฏิบัติศาสนกิจตามแต่ศาสนาที่นับถือ

ศาสนาคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนทั้งโลก การเรียนรู้และทำความเข้าใจศาสนาต่างๆ ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางไปยังประเทศใดๆ ในโลกนี้ ทำให้เราสามารถเข้าถึงและเข้าใจผู้คนในประเทศนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติการเป็นนักเดินทางที่ดี จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกเดินทางเรียนรู้โลกกว้างด้วยตนเอง เริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในประเทศก่อน จากนั้นลองเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปศึกษาเรียนรู้จักกับผู้คนที่มีวัฒนธรรมแตกต่าง แม้จะมีอุปสรรคอยู่เบื้องหน้าหรือเกิดความล้มเหลวในการเดินทาง แต่เชื่อว่าอย่างน้อยจะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาซื้อไม่ได้ และยังจะทำให้รู้ว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งสวยงามรอให้ค้นหาอีกมากมาย และอย่าลืมมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางกับเราได้ที่เฟซบุ๊กโลก 360 องศา ด้วย