กิน-ดื่ม ชิล ชิล ที่เกาหลี

วันที่ 06 ก.ค. 2555 เวลา 08:41 น.
กิน-ดื่ม ชิล ชิล ที่เกาหลี
โดย...องค์ชายห้า

อัน-ยอง-ฮา-เซ-โย

ขอทักทาย “สวัสดี” เป็นภาษาเกาหลีกันสักหน่อย หลังจากหลงรักซีรีส์เกาหลี รสชาติของกิมจิและหมูย่างเคล้าโซจูมานาน ก็ฝันว่าสักวันจะมีโอกาสไปสัมผัสของจริงกันถึงถิ่นที่ ในที่สุดฝันก็เป็นจริงสักที อิอิ

คราวนี้นอกจากจะมีโอกาสบินไปสัมผัสเกาหลีเพื่อศึกษานวัตกรรมใหม่เพื่อความงามที่กำลังอินเทรนด์สุดๆ ในเกาหลีแล้ว ยังมีโอกาสได้ไปดื่มกินอาหารเกาหลีจากร้านต้นตำรับกันจนสำราญบานใจ โดยทริปนี้ ปุ๊กกี้ สินีนารถ และธัญญาเรศ เองตระกูล กรรมการผู้จัดการสถาบันบีบี คลินิก & บิวตี้เซ็นเตอร์ คนสวย จัดให้อย่างประทับใจกันเลยทีเดียว ชอบอ่ะ

“อโณทัย” ไกด์หนุ่มประจำทริปที่พวกเราเรียกกันเท่ๆ ว่า อาโน เล่าให้ฟังถึงวัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีเป็นการเรียกน้ำย่อยว่า การจะออกไปกินอาหารนอกบ้านของคนเกาหลีนั้นถือเป็นเรื่องซีเรียสอยู่ไม่น้อย ถึงขั้นที่ต้องมาพูดคุยตกลงกันเสียก่อนว่ามื้อนี้สมาชิกส่วนใหญ่อยากจะกินอะไรกัน เรื่องทั้งเรื่องก็มีอยู่ว่าร้านอาหารที่นี่เขาจะขายกันเป็นเฉพาะอย่างๆ เท่านั้น และไม่ได้มีเมนูให้เลือกจนตาลายเหมือนบ้านเรา จะกินหมูย่างก็จะไปร้านหมูย่างกันไปเลย หรือจะกินไก่ต้มโสมก็จะเน้นไก่ต้มโสมเพียงอย่างเดียว แต่ที่ขาดไปเสียมิได้ก็คือกิมจิ ไม่ว่าจะกินแบบไหน ก็ต้องมีกิมจิเสิร์ฟมาเคียงข้างเสมอ

อาโน ไกด์ใจดียังเล่าให้ฟังอีกว่า ชาวเกาหลีเขานิยมกินผักกันมากๆ เลย เรียกว่าขาดไปเสียมิได้จากมื้ออาหาร แต่ผักบ้านเขาก็ไม่ได้หลากหลายเท่าบ้านเรา ที่เห็นเป็นประจำก็จะเป็นผักกาดขาว หัวไช้เท้า แตงกวา แต่จะเน้นเรื่องของผักที่ต้องปลอดสารพิษมากกว่า น้อยๆ แต่ปลอดภัยว่างั้นเถอะ

ทราบข้อมูลพอหอมปากหอมคอ แต่ว่าท้องพวกเราเริ่มบรรเลงเพลงร็อก (หิวอ่ะ) อาโนแสนรู้ใจก็ประเดิมของอร่อยๆ มื้อแรกให้ทันใจที่ “แพคยอน โทจัง ซัมเกทัง” ร้านอาหารเกาหลีมีชื่อเสียงมานานอยู่ย่านทงแด กับเมนู “ซัมเกทัง” หรือ ไก่ตุ๋นโสม อาหารขึ้นชื่อและเป็นสูตรดั้งเดิมของเกาหลี คนเกาหลีนิยมรับประทานทั้งฤดูหนาวเพื่อให้ความอบอุ่น และยังนิยมกินกันในฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าการได้กินอะไรร้อนๆ จะช่วยขับเหงื่อทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย

ส่วนวิธีการทำก็คือ นำข้าวเหนียวมาแช่น้ำ 3 ชม. นำไก่มาตัดก้นทิ้ง ยัดด้วยข้าวเหนียวที่แช่น้ำแล้ว ตามด้วยกระเทียม 23 กลีบ พุทราจีน ผักชี ขิง กระเทียมที่จะใส่ในถุงผ้าขาวบาง แล้วนำไปตุ๋นกับรากโสม เสิร์ฟร้อนๆ ในน้ำซุปเข้มข้น กินคู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว ชอบเผ็ดก็จะมีพริกอ่อนและกระเทียมเสิร์ฟมาให้ด้วย แหมมันช่วยไล่เหงื่อดีแท้เมนูนี้

พอตกเย็นย่ำอาโนพาเราไปชิมเมนูที่คนไทยเราส่วนใหญ่แสนจะคุ้นเคย เทจิคาลบี หรือ หมูย่างเกาหลี ที่ร้าน “ซอเรปนคา” ย่านพันโพ ที่ร้านนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของการหมักเนื้อหมู ที่ทั้งนุ่มและหอมเครื่องเทศ จุดเด่นอีกประการ คือเขาใช้วิธีย่างจากเตาถ่าน ทำให้เนื้อนุ่มหอมหวานและสุกกำลังดี โดยมีเจ้าหน้าที่จะคอยมาพลิกกลับหมูที่ย่าง ก่อนจะใช้กรรไกรตัดฉับๆๆๆ อย่างช่ำชอง เนื้อนุ่มหวานยิ่งได้ซอสน้ำจิ้มสูตรเต้าเจี้ยวเข้มข้นและเครื่องเคียงอีกหลากหลาย ทั้งปลาชุบแป้งทอด กุยช่ายทอด สลัดงาดำ และผักเคียงอีกหลายชนิด และที่ขาดไม่ได้ก็คือกิมจิ มีทั้งชนิดที่ทำจากผักกาดขาวและก็หัวไช้เท้าชิ้นโตๆ ที่แอบแปลกคือมีก้ามปูหมักกิมจิด้วย แปลกแต่อร่อยหอมกิมจิ ได้ความหวานของเนื้อปู

ส่วนเทคนิคการกินหมูย่างให้อร่อยต้องห่อด้วยผักแล้วใส่นั่นใส่นี่ กินแบบเมี่ยงคำ จะได้อรรถรสและอร่อยเต็มปากเต็มคำมากๆ (แอบดูมาจากซีรีส์เกาหลี อิอิ) และแน่นอนสิ่งที่ต้องเรียกหายามนี้เป็นอย่างยิ่งก็คือ โซจู ว้าว...ผมว่ามื้อนี้อร่อยที่สุดเลยนะ อิอิ

มื้อที่น่าจดจำสำหรับการเยือนเกาหลีครั้งนี้อีกมื้อคือ ที่ร้าน “เย็นนัล จิมทัก” ร้านนี้อยู่แถบกรุงโซล แต่บรรยากาศโก้ๆ แบบบ้านๆ เราต้องเดินผ่านแปลงผักที่ทางร้านปลูกเอาไว้ ทั้งพริก ผักกาด และผักหน้าตาแปลกๆ อีกหลายชนิด ที่น่าสนใจก็คือผักทุกอย่างนี้ถูกนำไปปรุงอาหารจานเด่นประจำร้านด้วยอีกต่างหาก ร้านนี้เขาเปิดขาย 20 กว่าปีมาแล้ว

สำหรับเมนูเด็ดของที่นี่ก็คือ จิมทัก หรือ ไก่ผัดวุ้นเส้น ชามโต๊โตที่อุดมไปด้วยผักนานาชนิดที่เราเดินผ่านตามาสักครู่ ทั้งหอมใหญ่ แครอต มันฝรั่ง พริกแห้งเม็ดใหญ่

เมนูนี้เป็นเมนูพื้นเมืองดั้งเดิมของเมืองอันดง และด้วยเหตุที่ว่าเป็นอาหารที่ทำได้ง่ายๆ และอิ่มดีอร่อยจัง เราจึงสามารถพบร้านที่ขาย “จิมทัก” อยู่ทั่วประเทศเกาหลี

ส่วนวิธีการทำ ก็จะใช้ไก่ทั้งตัวกับวุ้นเส้นและผักนานาๆ นำมาผัดกับซอสดำเข้มข้นของเกาหลี หลายคนดี๊ด๊าเพราะมีรสเผ็ดของพริกแห้งด้วย รสชาติน่าจะถูกปากของคนไทย บรรยากาศร้านก็เป็นแบบท้องถิ่น สัมผัสได้ถึงความสบายใจจัง

ความอร่อยในแดนกิมจิยังคนดำเนินต่อไป เมนูนี้ขอเอาใจคนรักปู ไม่ใช่ปูยิ่งลักษณ์ แต่จะยิ่งรักปู อิอิ เพราะเป็นปูอะแลสกาก้ามโตสดใหม่ที่ทั้งเนื้อแน่น ทั้งหวานนุ่ม ที่ร้าน “คิมคิม” ย่านทงแด ตื่นตาตื่นใจมากๆ เพราะเขาเสิร์ฟมาแบบชามเป ทั้งก้ามกรรเชียง กระดอง เรียกว่าทุกส่วนที่กินได้ใส่มาให้หมดเลย แค่เนื้อปูล้วนก็อร่อยเด็ด ยังมีซุปหัวไช้เท้าที่คราวแรกทุกคนคิดว่าเป็นน้ำล้างมือเพื่อลบกินคาว แต่ยามนั้นผมซดไปเต็มคอ โชคดีที่เป็นน้ำชุปจริงๆ เป็นซุปเย็นๆ ชื่นใจดี ยังมีซุปสาหร่ายเพิ่มความคล่องคออีกด้วยนะ ขนาดรักปูชอบปูยังกินไม่หมดเสียดายจัง นี่ถ้าอยู่บ้านมีขอห่อกลับบ้านแน่ๆ แฮะแฮะ

ทีเด็ดยังไม่จบ กระดองปูที่เหลือเขายังใช้เป็นภาชนะแสนเก๋ใส่ข้าวผัดปูร้อนๆ มาเสิร์ฟอีกด้วยนะฮะ เก๋เปล่าล่ะ

ในที่สุดก็มื้อสั่งลาแดนกิมจิ ว้า...(แอบเซ็ง) มื้อนี้อาโนการันตีเสียงใสว่าต้องถูกใจพวกเรา ร้านนี้มีชื่อว่า “พุลโกกิ บราเธอร์ส” บรรยากาศร้านดูโมเดิร์นกว่าร้านอื่นๆ ที่ผ่านมา เมนูเด่นของที่นี่ก็คือ พุลโกกิ เป็นอาหารประเภทย่างสูตรดั้งเดิมของเกาหลี ซึ่งมีให้เลือกทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู แต่ไม่มีเนื้อหมาอย่างที่กลัวกันหรอกนะจ้ะ ส่วนผสมเด่นๆ ก็จะมีน้ำลูกแพรหรือน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง กระเทียมสับ หัวหอมหั่นลูกเต๋า น้ำมันงา ตามด้วยวุ้นเส้น หอมหัวใหญ่ ต้นหอมเกาหลี และก็เห็ดเข็มทอง วิธีทำ คือหั่นเนื้อหรือหมูเป็นชิ้นบางๆ แล้วหมักกับเครื่องปรุงต่างๆ ก่อนนำไปย่างและใส่ผักเครื่องเคียงนานา พุลโกกินั้นจะกินได้สองแบบ คือ แบบย่างและต้ม รสชาติออกหวานๆ หน่อย เข้ากันกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยดี แต่ส่วนตัวผมชอบหมูย่างมากกว่า

ช่างเป็นทริปที่ทั้งอิ่มหนำ ทั้งน่าจดจำ มิตรภาพผสานความอร่อยจนอยากจะหยุดเวลาไว้ ณ ตรงนั้น

อัน-ยอง-ฮี-คา-เซ-โย ลาก่อน สัญญาว่าจะกลับมาอีกนะคร้าบบบ!!!!