8 ทักษะที่ Manager มือใหม่ต้องมีในปี 2019

  • วันที่ 12 ก.ค. 2562 เวลา 12:45 น.

8 ทักษะที่ Manager มือใหม่ต้องมีในปี 2019

ขอแสดงความยินดีกับว่าที่ผู้จัดการคนใหม่! สำหรับหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ค่าตอบแทนที่มากขึ้น ซึ่งแลกมาด้วยภาระหน้าที่และงานที่หินขึ้น ส่วนใครที่อยากรู้ว่า Manager ยุคใหม่ต้องเตรียมพร้อมทักษะด้านไหนบ้าง มาดูกัน

1.ทักษะการแก้ปัญหาการเป็นผู้นำในยุคนี้ต้องรู้จักป้องกันปัญหาก่อนที่ปัญหาจะเกิด (Preventing Problems) ดังนั้น Manager ยุคใหม่ต้องทำงานแบบ Proactive คือเตรียมตัวเพื่อความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ทำงานแบบ Reactive ซึ่งมักจะนั่งรอสถานการณ์ หากมีปัญหาก็แก้กันเป็นเรื่องๆ โดยไม่ได้คิดที่จะป้องกัน ส่วนการแก้ปัญหาเชิงรุกนี้ เราสามารถนำวิธีการคิดแบบ Innovative thinking เข้ามาดูว่าจะสามารถปรับปรุงรูปแบบการทำงานเดิมให้ “สมาร์ท” ขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้งานดีขึ้น เร็วขึ้น ประหยัดเวลาและทรัพยากรบุคคลมากขึ้น

2.ทักษะการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ด้วยข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและอัพเดทตลอดเวลาในโลกยุคใหม่ บางทีคุณอาจไม่สามารถรอเวลาเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบก่อนแล้วจึงตัดสินใจ ในบางครั้งคุณต้องตัดสินใจโดยใช้ประสบการณ์และทัศนคติที่ดี เลือกสักทางหนึ่งออกมาและนำไปปฏิบัติ และพร้อมมีแผนเสมอสำหรับการรับมือผลที่ตามมาไม่ว่าจะในทางดีหรือทางร้าย

3.ทักษะเรื่องคน

ความเชื่อมั่นของสมาชิกในทีมที่มีในตัวของ Manager ส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการทำงาน หากพวกเขารู้สึกว่าหัวหน้าทีมทำได้แค่สั่งงานและตามงาน โดยไม่ได้สนใจในความเป็นคนของพวกเขาเลย ทีมก็ย่อมขาดความศรัทธา Manager มือใหม่จึงควรเรียนรู้ที่จะดูแลลูกทีม ทำความรู้จักพวกเขา เพื่อมองหาแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจที่ทำให้พวกเขาเกิดพลังในการทำงาน พนักงานบางคนอาจให้คุณค่ากับครอบครัวมากเป็นพิเศษ ฉะนั้น การนัดพบลูกค้าหลังเลิกงานอาจเป็นประจำอาจเป็นสิ่งที่คุณควรปรับปรุง นัดให้เร็วขึ้นเพื่อให้พนักงานสามารถกลับไปใช้เวลากับครอบครัวได้มากขึ้น

4.ทักษะการให้ฟีดแบ็ก

หมดยุคใส่อารมณ์ทิ้งระเบิดกับพนักงานแล้ว สมัยนี้มีอะไรก็คุยกันอย่างมีเหตุผล เพราะคนยุคใหม่ไม่ได้มีค่านิยมและความภักดีต่อองค์กรแบบสมัยก่อน ถ้าหัวหน้าทำตัวไร้เหตุผลพวกเขาก็พร้อมออกไปหาที่ใหม่ได้ง่ายๆ ฉะนั้น การให้ฟีดแบ็กจึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ผู้จัดการต้องเรียนรู้ จะติเพื่อก่ออย่างไร หรือควรชมอย่างไรให้พนักงานคิดว่าเขายังทำได้ดีมากขึ้นอีก

5.ทักษะการจัดลำดับความสำคัญและบริหารเวลา

Manager มือใหม่ควรศึกษาเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของงานให้มากขึ้น โดยทั่วไปงานจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ สำคัญและเร่งด่วน สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน และไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน จึงควรให้ความสำคัญกับงานที่สำคัญและเร่งด่วนมากที่สุดเป็นตัวเลือกแรก และใช้เวลาทำงานสำคัญที่ไม่เร่งด่วนให้ออกมาดีที่สุดเป็นอันดับสอง งานที่ไม่สำคัญแต่เร่งด่วนควรกระจายงานให้คนในทีม ส่วนงานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนอาจพิจารณามันใหม่อีกทีว่ามันมีความจำเป็นต้องทำจริงหรือเปล่า มันได้สร้าง Impact หรือผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญหรือไม่ จงอย่าเสียเวลาทำงานที่ไม่มี Impact ต่อลูกค้า ต่อบริษัท นอกเสียจากว่าคุณอยากเสียเวลาและทรัพยากรที่มีค่าไปเปล่าๆ

6.ทักษะการนำเสนอ

ทักษะนี้สำคัญอย่างมากต่อความก้าวหน้าในอาชีพ การนำเสนอที่ฉลาดประกอบไปด้วยเสน่ห์ในการดึงดูดผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ขัน หรือมารยาทที่เหมาะสม และอีกส่วนคือเนื้อหาในการนำเสนอ คุณต้องฝึกตีโจทย์ให้แตกว่าผู้ฟังต้องการอะไร และควรใช้ภาษาระดับใด วิชาการมากแค่ไหน ถ้าคุณทำให้มันง่ายไว้ก่อนได้เป็นดี “พูดสิ่งที่ผู้ฟังอยากฟัง ไม่ใช่พูดแต่สิ่งที่เราอยากพูด” ยังเป็นกฎทองคำเสมอสำหรับการนำเสนออะไรก็ตาม

7.ทักษะการคิดอย่างมีเหตุมีผลและวิเคราะห์ข้อมูล

โลกปัจจุบันมีข้อมูลให้ใช้ประกอบการตัดสินใจได้มากกว่าในอดีต ทำให้เราสามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น ทการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ การใช้ความรู้สึกหรือสัญชาติญาณตัดสิน หรือที่เรียกว่าใช้กัทฟีลลิ่ง ยังมีความสำคัญอยู่ก็จริงแต่ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนตัวเองให้ใช้ข้อมูลเป็นตัวผลักดันในการตัดสินใจ โอกาสที่คุณจะตัดสินใจผิดก็น้อยลงด้วย

8.ทักษะภาษาอังกฤษ

ขาดไม่ได้คือทักษะทางภาษาอังกฤษ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้และกระบวนการทำงานต่างๆ ในสมัยนี้เราต้องศึกษาจากประเทศตะวันตกเป็นส่วนมาก ดังนั้น คุณจะพาทีมไปสู่ระดับภูมิภาคหรือระดับโลกได้อย่างไรถ้าคุณเองยังตามไม่ทันกระแสโลก

 

 

ภาพ freepik

ข่าวอื่นๆ