ไต้หวันหาโซลูชั่นใหม่ให้ชาไข่มุก เตรียมพร้อมแบนหลอดพลาสติก

  • วันที่ 08 ก.ค. 2562 เวลา 14:10 น.

ไต้หวันหาโซลูชั่นใหม่ให้ชาไข่มุก เตรียมพร้อมแบนหลอดพลาสติก

กระแสรักษ์โลก ลดโลกร้อน และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม กลายเป็นสิ่งที่หลายๆ ประเทศตระหนักและให้ความสำคัญ ด้วยการออกมาตรการยกเลิกถุงพลาสติกรวมไปถึงหลอดพลาสติก ซึ่งเป็นวัสดุที่สร้างปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ

อย่างที่ "ไต้หวัน" ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีการแบนการใช้หลอดพลาสติกอย่างจริงจัง โดยประกาศนโยบายว่าจะแบนการใช้หลอดพลาสติก เริ่มต้นกับสำนักงานราชการกว่า 8,000 แห่ง รวมถึงโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดก่อนเป็นอันดับแรก มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งร้านอาหารชื่อดังหลายร้านก็เริ่มมีการงดใช้แล้ว

นโยบายนี้มีการประกาศใช้อย่างจริงจัง หากใครฝ่าฝืนต้องถูกปรับ  6,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 6,000 บาท ซึ่งทางรัฐบาลไต้หวันหวังว่าจะยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกได้หมดภายในปี 2030

ทั้งนี้ มีการประเมินว่าในแต่ละปีไต้หวันใช้หลอดพลาสติกมากถึง 3,000 ล้านชิ้น จึงเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลต้องหาวิธีการแก้ปัญหา เริ่มต้นจากการกระตุ้นพฤติกรรมของผู้บริโภคในการกินโดยไม่ใช้หลอดพลาสติก  โดยหวังว่าในอนาคตจะมีการปรับตัวและไม่ใช้หลอดพลาสติกได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์

และที่หลายคนนึกถึงเมื่อเอ่ยชื่อไต้หวัน ก็คือ "ชานมไข่มุก" ซึ่งแน่นอนว่าการแบนหลอดพลาสติกต้องส่งผลกระทบต่อการดื่มชาไข่มุกแน่นอน แต่กรณีนี้สาวกชาไข่มุกไม่ต้องกังวลไป เพราะทางผู้ค้าก็เตรียมหาโซลูชั่นในการวิวัฒนาการการดื่มชาไข่มุกแบบไร้หลอดกันแล้ว อาทิ การพัฒนาถ้วยที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง และมีช่องสำหรับไข่มุก เมื่อยกดื่มก็จะได้ทั้งชาทั้งไข่มุกพร้อมๆ กัน โดยถ้วยดังกล่าวจะมีการวางจำหน่ายในช่วงปลายปีที่จะนี้

สำหรับเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ตอบรับกับนโยบายนี้แล้ว อาทิ McDonald’s ที่เริ่มนำเอาหลอดพลาสติกออกจากตู้จ่ายหลอดภายในร้านแล้ว ซึ่งทางผู้บริหารของ McDonald’s บอกว่าวิธีการนี้จะช่วยลดการใช้พลาสติกในไต้หวันได้ถึง 16% แต่ก็มีโซลูชั่นด้วยการให้หลอดกระดาษแก่ลูกค้าที่ยังต้องการใช้หลอดอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำฝาปิดเครื่องดื่มแบบใหม่ที่ให้ลูกค้าสามารถยกดื่มได้เลยโดยที่ไม่ต้องใช้หลอด เป็นลักษณะเดียวกันกับถ้วยกาแฟร้อนนั่นเอง ส่วนทาง KFC ได้มีโซลูชั่นในการนำเสนอหลอดแบบโลหะแก่ลูกค้า

ทั้งนี้ เมือง Seattle เป็นเมืองแรกในสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศห้ามใช้หลอดพลาสติก เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2018 ที่ผ่านมาแล้ว ส่วน Starbucks มีแผนที่จะยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกทั้งหมดทั่วโลกให้ได้ภายในปี 2020 และทางสหภาพยุโรปก็ได้มีข้อตกลงในการห้ามใช้หลอดพลาสติก รวมไปถึงช้อนส้อมพลาสติกภายในปี 2021 อีกด้วย

สำหรับในประเทศไทยทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ก็เริ่มมีการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกจากทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังคงต้องรอดูต่อไปว่าจะมีมาตรการอะไรที่จริงจังตามมา

 

ข่าวอื่นๆ