Office Syndrome ระวังแทบตายสุดท้ายก็เป็น

  • วันที่ 17 มิ.ย. 2562 เวลา 11:30 น.

Office Syndrome ระวังแทบตายสุดท้ายก็เป็น

ด้วยดีกรีความเป๊ะของมนุษย์ออฟฟิศที่ขยันจนใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าบ้าน จึงอดกังวลไม่ได้ว่าบรรดาโรคภัยแห่งยุคสมัย ไม่ว่าจะมะเร็ง กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า และโดยเฉพาะโรคออฟฟิศซินโดรม จะถามหา

แน่นอนอยู่แล้วว่าหนึ่งในโรคยอดฮิตของคนทำงานที่แพร่หลายกระจายไปทุกสารทิศก็คือ "ออฟฟิศซินโดรม"

โรคและอาการของโรคนี้ไม่ได้เกิดจากการจัดท่าทางในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยภายในอย่างความเครียดร่วมด้วย แม้จะพยายามลุกไปชงกาแฟ ดื่มน้ำ หรือเข้าห้องน้ำทุกชั่วโมง แต่เราก็นั่งทำงานจนล่วงเวลาทุกที จากงานติดพันจนอยากทำให้เสร็จตามแบบฉบับ Workaholic

ความคิดและพฤติกรรมเหล่านี้เองที่สะสมเป็นความเครียดโดยไม่รู้ตัว แม้จะสนุกกับงานจนไม่ได้รู้สึกว่ากดดันอะไร แต่การต้องแก้ปัญหาหลายๆ อย่างเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ย่อมผูกติดมากับความเครียดอยู่ลึกๆ หรือการทำงานจนเพลินแล้วเว้นวรรคไม่กินอาหารบางมื้อ การยอมอดอาหารหรืออดนอนเพื่อมาทำงานให้ทันเวลา อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าเรื่องเล็กๆ เหล่านี้รวมกันเข้าก็สามารถทำให้เกิด โรคออฟฟิศซินโดรมได้เช่นกัน

รู้อย่างนี้แล้วก็ลองปรับพฤติกรรมวันละนิด อย่างเช่นการหาความบันเทิงใส่ตัวแบบที่ไม่ใช่การแอบเล่นเฟซบุ๊กในเวลางาน แต่เป็นการใช้เวลาระหว่างพักกลางวันและหลังเลิกงานให้เป็นประโยชน์มากขึ้น แทนที่จะรีบๆ ลนๆ กินข้าวเที่ยงไปจ้องหน้าจอ ก็เปลี่ยนมาใส่ใจการตักข้าวแต่ละคำใส่ปาก และหากมีโอกาสก็หาทำเลนั่งกินข้าวหรือจิบกาแฟยามบ่ายในแบบที่มีวิวต้นไม้สีเขียวเป็นฉากหลังเพื่อพักสายตาไปในตัว 

ส่วนตอนเย็น เมื่อหมดเวลางานแล้วแทนที่จะทำโอทีหรือรีบฝ่าการจราจรติดขัดกลับบ้าน ลองเปลี่ยนมาเดินขึ้นลงบันไดในออฟฟิศ มองหาสวนสาธารณะใกล้ที่ทำงานแล้วใส่ชุดออกกำลังกายออกไปเดินๆ วิ่งๆ ให้เหงื่อออกสักครึ่งชั่วโมง เพื่อสูดออกซิเจนจากต้นไม้ ให้อะดรีนาลินแห่งความสุขได้ไหลเวียนในตัวบ้าง พลังงานที่เรามองไม่เห็นนี่แหละ ที่เป็นยาวิเศษช่วยให้เราห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยได้อย่างไม่น่าเชื่อ รักงานได้ แต่ก็อย่าลืมรักตัวเองให้มากด้วยเช่นกัน

 

 

 

ภาพ : freepik

ข่าวอื่นๆ