ปวดบ่า ปวดไหล่ ทำไมเป็นๆ หายๆ แล้วจะรักษาอย่างไร

  • วันที่ 10 มิ.ย. 2562 เวลา 13:00 น.

ปวดบ่า ปวดไหล่ ทำไมเป็นๆ หายๆ แล้วจะรักษาอย่างไร

อาการปวดบ่า ปวดไหล่ เป็นอาการหนึ่งใน “กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม” ที่แทบทุกคนที่มีอายุมากขึ้นต้องได้สัมผัสมากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นว่าปวดเรื้อรังขนาดไหน ซึ่งพบมากในกลุ่มคนทำงานที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ และคนที่มีท่าทางการเดิน ยืน นอน นั่ง ที่ไม่ถูกต้อง

สาเหตุของอาการปวดบ่า ปวดไหล่

  1. การเกร็งของกล้ามเนื้อ มักเกิดกับคนที่ต้องทำงานนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือกับคนที่ต้องขับรถระยะทางไกลบ่อยๆ ต้องยกแขนจับพวงมาลัยเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อช่วงบ่าจะเกิดการเกร็ง ถ้าเกร็งนานๆบ่อยๆ กล้ามเนื้อจะไม่คลาย และทำให้เกิดการปวด ตึง เมื่อย ถ้ากล้ามเนื้อเกร็งมากๆ จนตึงขึ้นไปถึงขมับอาจทำให้ปวดหัว และสามารถตึงลามไปถึงสะบักได้
  2. สภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะหรือเก้าอี้ไม่เหมาะสมกับการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน
  3. การใช้งานกล้ามเนื้อที่ผิดวิธี เช่น การเล่นกีฬาหนักๆ เช่นกีฬาฟุตบอล กีฬารักบี้ เป็นต้น
  4. มีสภาพร่างกายที่อาจส่งผลต่ออาการเจ็บป่วย เช่น เครียดจากงาน การอดอาหาร พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องแบกรับความตึงเครียดไม่ผ่อนคลาย

การรักษาอาการปวดบ่า ปวดไหล่เบื้องต้น

คนที่มีอาการ ปวดบ่า ปวดไหล่ เรื้อรัง อาจจะต้องไปให้หมอทำการวินิจฉัยรักษาให้รู้แน่ชัดว่าเป็นอาการจากการนั่งทำงาน อาการออฟฟิศซินโดรม หรือมีปัญหาจากกระดูกต้นคอเสื่อม หมอนรองกระดูกผิดปกติกันแน่เพราะหากมีปัญหาที่หมอนรองกระดูก จำเป็นต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายดี

โดยหากเป็นในช่วงเริ่มต้นหรืออาการไม่มาก หมออาจจะให้ยาเพื่อรักษา แต่บางครั้งอาจจะจำเป็นต้องทำการผ่าตัดร่วมด้วย แต่ส่วนใหญ่คนไข้ที่มีอาการปวดไหล่ และ ปวดบ่าเรื้อรังมานาน แต่ไม่ไปรักษา เพราะคิดว่าอาการที่ตัวเองเป็นนั้นไม่รุนแรง ซึ่งกว่าจะมาถึงมือหมออาการก็เป็นหนักมากแล้ว ดังนั้นถ้ามีอาการปวดไหล่ ปวดบ่าเรื้อรังไม่หายสักที ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาจะดีกว่า

 

 

 

ภาพ freepik

ข่าวอื่นๆ