การตรวจสุขภาพจำเป็นจริงหรือ แล้วอายุเท่าไหร่จึงควรไปตรวจ

  • วันที่ 24 พ.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

การตรวจสุขภาพจำเป็นจริงหรือ แล้วอายุเท่าไหร่จึงควรไปตรวจ

คุณหมอไขข้อข้องใจ การตรวจสุขภาพจำเป็นจริงหรือ แล้วควรเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่อายุเท่าไร

เชื่อว่าหลายท่านคงมีคำถามนี้ในใจ คำตอบก็คือ การตรวจสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากปัญหาสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันสูง ถ้าเป็นระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะลุกลามกลายเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายาก เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตก โรคตับแข็ง โรคมะเร็ง ซึ่งโรคเรื้อรังเหล่านี้สามารถป้องกันรักษาหายได้ถ้ารู้ปัญหาตั้งแต่ระยะแรก  แต่คนส่วนใหญ่มักรอให้มีเหตุหรืออาการแสดงก่อนจึงค่อยมาตรวจสุขภาพกัน

การตรวจสุขภาพเป็นการหาปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคบางโรคที่มีความผิดปกติซ่อนอยู่ แอบแฝงอยู่เป็นปีๆ แต่ยังไม่แสดงอาการ การที่เราตรวจก่อนก็จะได้รู้ถึงความเสี่ยง หรือโอกาสที่จะเป็น เพื่อจะได้หาทางป้องกัน และบางโรคถ้าตรวจเจอก่อน ก็มีโอกาสรักษาให้หายมากกว่าเจอในขั้นที่รุนแรงแล้ว

แล้วใครบ้างที่ต้องตรวจสุขภาพ?

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Total Check Up Center ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้แนะนำว่า ทุกคนควรได้รับการตรวจสุขภาพ โดยทั่วไปเริ่มตรวจสุขภาพได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี ทั้งนี้ ขึ้นกับภาวะสุขภาพ อายุ ประวัติครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพ วัยทำงานซึ่งเครียดพักผ่อนน้อยไม่มีเวลาออกกำลังกาย มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน วัยผู้สูงอายุ เพศหญิง เพศชายมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน หรือบางคนที่มีความเสี่ยงมากก็อาจต้องได้รับการตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม ซึ่งเหล่านี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินแนะนำโปรแกรมการตรวจที่เหมาะกับแต่ละบุคคล โปรแกรมตรวจสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องตรวจละเอียดเพิ่มเติมตามวัย ร่างกายเสื่อมถอยมากขึ้นความเสี่ยงโรคต่างๆ ก็สูงขึ้น

อายุ 30-40 ปี

เป็นวัยทำงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร จึงควรรับการตรวจสายตา ความดันลูกตา ระบบเม็ดเลือด น้ำตาล ไขมัน ค่าการทำงานตับ ค่าการทำงานไต กรดยูริก ความยืดหยุ่นหลอดเลือด เอกซเรย์ปอด อัลตราซาวด์ช่องท้อง ตรวจการทำงานหัวใจ เช่น EKG ตรวจปัสสาวะ อุจจาระ

อายุ 40-50 ปี

ตรวจพื้นฐานเหมือนกับอายุ 30-40ปี และตรวจเพิ่มเติมละเอียดมากขึ้น เช่น ตรวจคัดกรองมะเร็ง ตรวจฮอร์โมน การทำงานของปอด ตรวจการทำงานหัวใจที่ละเอียดมากขึ้น เช่น EXERCISE STRESS TEST, ECHOCARDIOGRAM VO2Max และสำหรับชาย หญิงจะมีการตรวจที่แตกต่างกันและเพิ่มเติมอีกคือ

  • ผู้หญิง ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Mammogram แต่อาจต้องตรวจเร็วกว่านี้ถ้ามีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมในคนอายุน้อยกว่า 40 ปี ในครอบครัว
  • ผู้ชาย ตรวจต่อมลูกหมากและตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

การตรวจก็จะตรวจพื้นฐานเหมือนกับอายุ 40-50 ปี และตรวจเพิ่มเติมเน้นค้นหาโรค เนื่องจากพบว่าปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง มะเร็ง และภูมิคุ้มกันลดลง เป็นหวัดบ่อย เช่น

  • ตรวจวัดระดับสารอาหารวิตามิน เช่น วิตามินดี
  • CT Heart Calcium Score ตรวจหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  • MRI and MRA Brain ตรวจดูเนื้อสมอง โรคสมองขาดเลือด เนื้อสมองฝ่อ มะเร็งสมอง
  • Low Dose CT Scan Lung ตรวจโรคปอด มะเร็งปอด
  • CT Intra-Abdominal Fat วัดปริมาณไขมันในช่องท้องซึ่งสัมพันธ์กับ(หรือบอกความเสื่ยง)โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคความดันโลหิตสูง
  • Carotid Intima Thickness and Color Doppler ตรวจวัดการอุดตันและการไหลเวียนเลือดของเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจยีน (Gene Testing) เพื่อหาความเสี่ยงการเกิดโรคก็มีความสำคัญ สามารถบอกความเสี่ยงการเกิดโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอให้ผลเลือดผิดปกติ ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพทั้งการออกกำลังกาย อาหาร การตรวจทางการแพทย์ที่เหมาะสมตามความเสี่ยงทางพันธุกรรม

อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพเราควรคำนึงถึงสถานที่ตรวจสุขภาพ ควรเป็นสถานที่สะอาด ปลอดเชื้อ ไม่เสี่ยงต่อการติดโรค เพราะเมื่อตรวจสุขภาพแล้ว เราก็จะได้ทราบถึงสุขภาพโดยรวม เพื่อจะได้หาวิธีดูแลและป้องกัน ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อสุขภาพที่ดีและปราศจากโรคภัย

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ