อันตรายใกล้ตัว 'ไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูร้อน'

  • วันที่ 26 เม.ย. 2562 เวลา 08:00 น.

อันตรายใกล้ตัว 'ไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูร้อน'

ภาพ : freepik.com

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ปีนี้ พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 เท่า กรมควบคุมโรคแนะประชาชนยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูร้อน

เรื่องโรคภัยใครว่าไกลตัว ต้องเช็กให้ชัวร์อย่างแรง เพราะปีนี้สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในบ้านเราส่อแววร้ายแรงกว่าปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยช่วงฤดูร้อนนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าของปีที่แล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยเรียน พร้อมแนะประชาชนให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2562 นี้ พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ประชาชนจึงมีโอกาสเสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูร้อนนี้ได้ ซึ่งในปีนี้ถือว่าฤดูระบาดของโรคมาเร็วกว่าปกติประมาณ 2-3 เดือน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หากป่วยแล้วจะมีความรุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 เมษายน 2562 พบผู้ป่วย 130,264 ราย เสียชีวิตแล้ว 9 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 7-9 ปี รองลงมาคือ อายุ 10-14 ปี ซึ่งเป็นอายุที่อยู่ในกลุ่มวัยเรียน ส่วนในปี 2561 ที่ผ่านมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (มกราคม - มีนาคม) พบผู้ป่วยจำนวน 40,995 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าของปีที่ผ่านมา

ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสถานที่ที่คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย ทั้งนี้ โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ) ของผู้ป่วย โดยรับผ่านการ ไอหรือจามรดกัน หลังจากได้รับเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน กลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับวิธีการป้องกัน ขอให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่

  • ปิด คือปิดปากและปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง
  • ล้าง คือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได
  • เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • หยุด คือ เมื่อป่วย ควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพัก รักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ข่าวอื่นๆ