บริหารพอร์ต เปลี่ยนชีวิต (หลังเกษียณ)

  • วันที่ 19 มี.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

บริหารพอร์ต เปลี่ยนชีวิต (หลังเกษียณ)

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังโพสต์ทูเดย์

ปัจจุบันคนไทยมีอายุยืน โดยเฉลี่ยมีอายุถึง 80 ปี นั่นหมายความว่า เราต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายอีกยาวนานขึ้น ก็ยิ่งถ้าบรรพบุรุษของเรามีอายุยืนถึง 80-90 ปีแล้ว ก็ยิ่งต้องเตรียมเงินไว้ใช้มากขึ้นตามไปอีก การจัดการพอร์ตเพื่อชีวิตหลังเกษียณจึงมีความสำคัญมาก มาดูกันเลยว่าคุณจะต้องบริหารจัดการพอร์ตอย่างไร เพื่อให้มีชีวิตหลังเกษียณในแบบที่ต้องการ

คงเคยได้ยินกันมาบ้างถึงเรื่องที่หลังเกษียณ ณ วันที่เลิกทำงานต้องมีเงินอย่างน้อย 4 ล้านบาท (4,060,701 บาท) เพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณไปอีก 20 ปี!

1.ตั้งเป้าหมาย

เริ่มต้นจัดระบบการเงินส่วนบุคคลของตัวเองด้วยการตั้งเป้าหมาย แปลงเป้าหมายชีวิตที่คิดไว้ให้กลายเป็นจำนวนเงิน จำนวนเงินจำนวนนี้ต้องเขียนให้เห็นเป็นรูปธรรม เป้าหมายเป็นเป้าหมายที่ “จับต้องได้” ที่สำคัญช่วยตอกย้ำจิตใต้สำนึก กระตุ้นการเดินหน้าทำเป้าหมายให้เป็นจริง

2.ตอบโจทย์ในทางปฏิบัติ

เป้าหมายที่กำหนด หรือตัวเลขจำนวนเงินที่ตั้งไว้เป็นเป้าหมาย กำหนดโจทย์เป็นจำนวนเงินที่ต้องมี ณ วันเกษียณอายุจากการทำงาน และกำหนดให้ถอนเงินทุกๆ ต้นปี โดยคำนวณผลตอบแทนแบบทบต้นต่อปี ปรับค่าด้วยอัตราผลตอบแทนหลังเกษียณ 1.73% (เงินฝากประจำเฉลี่ยปี 2550-2560) หลังหักอัตราเงินเฟ้อ 3%

3.เป้าหมายที่เป็นไปได้

เป้าหมายที่ดีต้องมีความชัดเจน (Specific)วัดผลได้ (Measurable) ทำสำเร็จได้ (Achievable) เป็นไปได้ (Realistic) และมีระยะเวลากำหนดไว้อย่างชัดเจน แน่นอน (Time Bound) เช่น “ฉันจะเก็บเงินให้ได้ 4 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณไปอีก 20 ปี โดยฉันจะเก็บเงิน เดือนละ 1.1 หมื่นบาท เป็นเวลา 30 ปีนับตั้งแต่วันเริ่มต้นทำงานวันแรก”

เป้าหมายไม่จำเป็นต้องมีเพียงหนึ่งเดียว เราอาจกำหนดเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลาได้ เพียงแต่ต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายต่างๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามความจำเป็นในชีวิต ไล่เรียงตั้งแต่สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก อันดับรองลงมา และเรื่อยไปจนถึงอันดับสุดท้าย

4.พอร์ตที่ยืดหยุ่น

การรับรู้เป้าหมายชีวิตและปรับเปลี่ยนให้เป็นเป้าหมายทางการเงินที่ SMART จะทำให้เส้นทางชีวิตมีโอกาส มีความราบรื่น เป็นไปตามเป้าหมาย เรียกง่ายๆ ว่าพอร์ตไม่พลิก มีโอกาสสำเร็จมากกว่าครึ่ง หากก็ต้องยอมรับว่า ความสำเร็จอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่วินัยทางการเงิน รวมทั้งการปรับแผนปรับพอร์ตในระหว่างทางอย่างชาญฉลาด

5.ไต่บันไดความมั่งคั่ง

แม้จะเป็นแค่เงินก้อนเล็กๆ แต่ถ้าสะสมอย่างสม่ำเสมอ ถูกที่ ถูกเวลา เชื่อว่าเงินออมอนาคตจะเติบโตแน่นอน สร้างความมั่นคั่งด้วย 3 พลังแห่งการออม สร้างเงินก้อนโตภายใต้สมการ “เงินรวม = เงินต้น x (1 + อัตราผลตอบแทน) ยกกำลังด้วย เวลา”

คิดแบบง่ายๆ ถ้าต้องการออมเงิน 4 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายเกษียณสุขในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยออมเงินในธนาคารหรือลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทน 2% ต่อปี ถ้ากำหนดออมเดือนละ 1,000 บาท เมื่อถึงวันที่เกษียณอายุ จะมีเงินออม 4.9 แสนบาท

แต่ถ้าเพิ่มเงินออมเป็นเดือนละ 5,000 บาท ณ วันที่เกษียณ จะมีเงินออมเพิ่มเป็น 2.4 ล้านบาท หรือหากสามารถสร้างรายได้เพิ่มจนออมได้เดือนละ 1 หมื่นบาท ในวันที่เกษียณ ก็จะมีเงินออมเกือบ 5 ล้านบาท ให้ใช้ไปสบายๆ ตลอดชีวิต

6.เวลาคือเพื่อนที่ดีที่สุด

ยิ่งระยะเวลาในการออมยาวนาน ก็ยิ่งเป็นต่อ แต่ในกรณีที่คุณเพิ่งเริ่มเก็บเงิน เริ่มออมเมื่อตอนอายุมากแล้ว หรือในรายที่มีข้อจำกัด เงินเหลือไม่มากพอเก็บเงินได้มากนักในแต่ละเดือน ขนาดที่จะสร้างพลังเงินต้นให้เติบโตได้ดั่งใจ ตัวช่วยสุดท้ายคืออัตราผลตอบแทนจากการออมและการลงทุน ที่จะช่วยตอบโจทย์ในการสร้างเงินก้อนโต

การจัดการพอร์ตในกรณีนี้ อาจต้องอาศัยความเฉียบขาดการตัดสินใจ เลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 5% ต่อปี เงินจะโตขึ้นเกือบเท่าตัว หรือราว 8 แสนบาท ยิ่งถ้าเลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี ก็จะยิ่งเติบโตเป็นเท่าตัว (ประมาณ 2 ล้านบาท) แม้ระยะเวลาลงทุนจะสั้น แต่ถ้าหาทางเลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้สูงกว่า พอร์ตเพื่อการเกษียณของคุณก็มีสิทธิมั่งคั่งได้เหมือนกัน

ข่าวอื่นๆ