Experience Art กับศิลปินหน้าใหม่ ใน LA

  • วันที่ 14 มี.ค. 2562 เวลา 10:47 น.
  • Sponsored Content

Experience Art กับศิลปินหน้าใหม่ ใน LA

ค่ำคืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในมหานครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา โกดังที่ปกติถูกใช้เป็นสตูดิโอของเหล่าศิลปินและคนทำงานออกแบบถูกรังสรรค์ขึ้นผสมปนเปไปกับซากรถ, สิ่งประดิษฐ์, แสง, สี, Performance Art และ ดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของสังคมเมืองที่ใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลเป็นการคมนาคมหลัก และวันเวลาในชีวิตของผู้คนที่ถูกใช้ไปบนท้องถนนอย่างมากมาย ด้วยฝีมือการจัดงานของกลุ่มศิลปิน Open Plan Collective ซึ่งมีศิลปินสาวไทยเป็นผู้ร่วมจัดตั้งรวมอยู่ด้วย

[ภาพผลงานของ Linda Franke]

สำหรับคนที่ชื่นชอบนิทรรศการศิลปะสมัยใหม่และงานดีไซน์ล้ำๆ คงเคยได้ไปชิลกันบ่อยๆในไซต์งานแนว Interactive Art  หรือ Installation Art กันมาบ้างตามงานโชว์ต่างๆในประเทศของเรา "Autobodies and Other Human Factors" เป็นงานนิทรรศการที่นำเสนอแง่มุมของการจราจรในเมืองลอสแองเจลิส แต่ทำให้นึกถึงเมืองหลวงของไทยเราไปด้วย กรุงเทพและเมืองลอสแองจิลลิสมีวัฒนธรรมการสัญจรที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าสนใจ ทั้งโครงสร้างเมืองที่แผ่ขยายออกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ผู้คนที่หลั่งไหลเขามาพำนักอาศัยเพื่อทำงานและเดินทางตามความฝัน บางคนมาพร้อมกำลังใจ บางคนกลับมาพร้อมความเหนื่อยล้า แต่ทุกคนล้วนใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนที่ทอดยาวไปยังจุดหมายของตน บ้างอาจขุ่นค้องหมองใจ บ้างก็อาจเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในการขับเคลื่อนตัวเอง

[ภาพผลงานของ Gareth Walsh]

Open Plan Collective เป็นกลุ่มศิลปิน new-media artists ที่ประกอบด้วย Jonathan Fletcher Moore, Miller Klitsner และ ตวงกมล ทองบริสุทธิ์ (Tuang T) ศิลปินไทยที่สร้างสรรค์งานศิลปะแนว Interactive Art และ Installation Art เราได้พูดคุยกับเธอถึงความเป็นมาของนิทรรศการที่ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกและสำหรับคืนเดียวเท่านั้น แต่ได้กระแสตอบรับดีเป็นอย่างมาก

ตวงกมลเล่าให้เราฟังว่ามันเริ่มมาจาก Jonathan สนใจในงานชิ้นหนึ่งของ Miller จึงชวนเขามาสร้างนิทรรศการร่วมกัน "พวกเราเริ่มต้นจากการระดมความคิด ไอเดีย และพัฒนางานชิ้นนั้น และต่อยอดออกมาเป็นอีเว้นท์ที่รวมงานศิลปะหลายชิ้นในเนื้อหาเดียวกันด้วยงบที่เรามี ในระหว่างนั้นก็มีเพื่อนศิลปินคนอื่นที่เราชักชวนมาหรือสนใจจะมาร่วมงานเอง ค่อยๆเข้ามาสร้างสีสัน เสนอไอเดีย และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นิทรรศการน่าสนใจขึ้นมาก รวมแล้วมีศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์ต่างๆมาแสดงงานและช่วยกันถึง10กว่าชีวิต"

[ภาพผลงานของร่วมกันของ Miller Klitsner, Jonathan Fletcher Moore และ Tuang T]

Bravo Drive คือตัวอย่างของงานศิลปะในนิทรรศการ ซึ่งเป็นงานที่ Open Plan Collective พัฒนามาด้วยกันและมันมีการล้อเลียนรถบริการรับส่งยุคใหม่อย่าง uBer

ผู้ชมจะมีตารางเวลาให้มาขึ้นรถซึ่งเป็นรถจำลอง โดยมีผู้ขับรถประจำการณ์คอยควบคุม"ประสบการณ์"ของการสัญจรตลอดระยะเวลาการบริการ เขาจะสร้างบนสนทนาในรถ ควบคุมกราฟิกเอนิเมชั่นที่ฉายอยู่บนโปรเจคเตอร์และเลือกเสียงเพลงที่เป็นเหมือนดั่งบนกวีของงาน ตอนท้ายผู้ชมยังสามารถจ่ายเงินผ่านการรูดบัตรเครดิตบนแอพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นมาเฉพาะชิ้นงานนี้อีกด้วย

[ภาพผลงานของ Isla Hensen]

"ภายในงานเราไม่ได้โชว์ประติมากรรมแบบ tradition หรืออะไรแบบนั้นเลย เรานำเสนอผลงานที่คนต้องเข้าไปใช้เวลากับมัน มีความเคลื่อนไหว งานศิลปะประเภทนี้โดยเฉพาะตัวชิ้นหลักๆ ถูกสร้างมาเพื่อเปิดให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับงาน พูดคุยกับศิลปินหรือนักแสดง และร่วมผจญภัยไปกับเรา"

[ภาพโต๊ะลงทะเบียน performance art โดย Jonathan Fletcher Moore]

ตวงกมล เล่าตัวอย่างงานให้เราฟังต่อว่า "ตั้งแต่ตอนเข้างาน เราจัดให้มีบูธสำหรับลงทะเบียนที่ทำให้นึกถึงการมากรอกใบคำร้องที่กรมขนส่งกับเจ้าพนักงาน คนที่รับลงทะเบียนจะสวมบทบาทเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมจริงๆ ซึ่งผู้ชมไม่รู้มาก่อนจนมาถึงหน้างาน แต่มันเป็นประสบการณ์ร่วมของคนLA ดังนั้นอาจจะมีหลายคนที่งงกับบทสนทนาตอนแรกแต่สุดท้ายทุกคนก็เล่นไปกับเรา โต๊ะลงทะเบียนก็ถูกสร้างให้สูงเสียจนประชาชน(ผู้ชม)ต้องแหงนหน้าคุยกับเจ้าหน้าที่ มันเป็นมุกตลกที่ใส่ลงไปเช่นกัน เรียกว่าทั้งนิทรรศการมันคือการสร้างประสบการณ์แบบsurrealจากสิ่งที่ผู้คนที่นี่ก็คุ้นเคย"

[ภาพผลงานของ Keith Allyn Spencer]

หากใครกำลังมองหาอีเว้นท์สร้างสรรค์แปลกใหม่ในลอสแองเจลิส หรือมีไอเดียเจ๋งๆอยากร่วมแลกเปลี่ยนกัน ไม่ว่าตัวจะอยู่ที่ไหนในโลกลองแวะไปติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Open Plan Collective ได้ที่ Instagram @openplancollective

สำหรับนักเสพศิลป์ชาวไทย งานแบบนี้จะมาแสดงที่ไทยไหม ตวงกมล ทองบริสุทธิ์ เผยกับเราว่ามีแพลนในการจัดนิทรรศการของตัวเองในกรุงเทพฯ ในปี 2563 เช่นกัน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/TuangStuDiO หรือ instagram @tuangstudio

[เครดิตภาพทั้งหมด โดย Chandler Abbey]

ข่าวอื่นๆ