อัญญ์ชิสา พันธุ์ป้องนพ เสน่ห์หินยิ่งนานยิ่งเพิ่มค่า

  • วันที่ 06 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

อัญญ์ชิสา พันธุ์ป้องนพ เสน่ห์หินยิ่งนานยิ่งเพิ่มค่า

เรื่อง อณุสรา ทองอุไร  ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

สำหรับผู้หญิงแล้วนอกจาก เพชร เสื้อผ้าเครื่องประดับแล้ว ก็มีหลายคนชอบสะสมหินสี ลูกปัดโบราณ เช่นเดียวกับเธอคนนี้ อัญญ์ชิสา พันธุ์ป้องนพ เธอทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายเครื่องเฟอร์นิเจอร์เก่า ของแต่งบ้านในสไตล์แอนทีก และมีงานอดิเรกเป็นนักพยากรณ์จากไพ่ป๊อกอีกด้วย นอกจากนี้เธอยังสะสมเครื่องประดับจากหินสีลูกปัดโบราณมานานกว่า 7 ปี

เธอจะเน้นหินสีไซส์ใหญ่ขนาด 11 มิลลิกรัมขึ้นไป โดยจะเป็นหินระดับท็อปอย่างไหมเงิน ไหมทอง ไหมนาก ไหมจักรพรรดิ เนื้อไหมแน่นระยับเต็มเส้น รวมทั้งสร้อยคอจากหินก้อนใหญ่ ราคาตั้งแต่หลักหมื่น จนถึงใกล้แสนบาท มีทั้งหินเก่าและหินใหม่ ส่วนใหญ่จะนำเข้าจากประเทศรัสเซียและมาดากัสการ์

“เรารู้สึกถูกโฉลกกับการใช้หินโดยเฉพาะหินตระกูลไหมต่างๆ เวลาใส่แล้วอุ่นใจ สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นแค่เครื่องประดับ แต่สำหรับเราแล้วมีคุณค่าทางใจ ใส่แล้วมีความอุ่นใจ มั่นใจ รู้สึกจะโชคดี และบ่อยครั้งที่เคยลองอธิษฐานเรื่องโชคลาภก็เคยมาแล้ว ของแบบนี้ศรัทธาของใครก็ของคนนั้น ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อาจกล่าวได้ว่าที่มีวันดีๆ แบบทุกวันนี้ได้ ส่วนใหญ่มั่นใจว่ามาจากพลังศรัทธาของหินสีและลูกปัดโบราณ” เธอกล่าวอย่างมั่นใจ

เธอบอกว่าหินเป็นพลังจากธรรมชาติ มีความเชื่อมานานหลากหลายทศวรรษ เกี่ยวกับเรื่องพลังอำนาจของหิน อัญมณี ที่จะช่วยเสริมดวงชะตาชีวิต ให้กับผู้ที่ครอบครองหรือสวมใส่และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ผู้ที่เชื่อในพลังบริสุทธิ์ของหินให้ความสำคัญกับการสวมใส่หินหรืออัญมณีที่ถูกโฉลกกับตัวเอง

อัญญ์ชิสา บอกว่าเธอเคยทดสอบมากับตัวเองแม้อาจจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็ตาม เพราะหินคือแร่ธาตุ และดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกับร่างกายของมนุษย์ ซึ่งหินแต่ละก้อนได้หลอมรวมสะสมพลังจากจักรวาล พลังจากหิน สามารถช่วยพัดพาชีวิตผู้ครอบครองให้โชคดีเจริญรุ่งเรือง และความเชื่อในเรื่องของการใช้หินเพื่อเป็นเครื่องรางของขลังนั้นมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ

เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า หินบางชนิดเมื่อมีการนำมาคำนวณกับ วัน เดือน ปีเกิด ของผู้สวมใส่ จะสามารถนำโชคและเพิ่มพลังแห่งการปกป้องคุ้มครอง รวมทั้งขจัดภัยอันตรายให้แก่เจ้าของได้ จึงนิยมที่จะมอบหินที่เชื่อว่าเป็นเครื่องรางคุ้มภัยให้แก่บุคคลอันเป็นที่รัก เพราะเชื่อว่าหินหรือรัตนชาติทุกก้อนมีรังสีเช่นเดียวกับดาวเคราะห์อื่นๆ และรังสีนั้นมีผลต่อมนุษย์ ความเชื่อนี้มีมากในแถบเอเชีย อินเดีย อียิปต์ ยุโรปในบางประเทศ รวมถึงไทยด้วย

เธอบอกว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมานี้ใส่หินออกจากบ้านทุกวัน วันไหนลืมใส่ถ้าออกไปไม่ไกลบ้านจะย้อนกลับมาเอา (หัวเราะ) แล้วจะเลือกหินเพื่อใช้งานทุกครั้งว่าวันไหนจะใส่อะไรตามแต่ธุระที่จะไป เช่น ไปติดต่องานด้านขายจะใส่หินเส้นนี้ จะไปเรื่องซื้อที่ดินจะใส่หินชนิดนี้ จะไปพบผู้ใหญ่ให้ท่านเมตตาก็จะเลือกประเภทของหินเพื่อการใช้งาน ให้เหมาะกับความประสงค์ในแต่ละวัน

ปัจจุบันนี้เธอมีสร้อยหินเกรดพรีเมียมกว่า 100 เส้น แต่ที่มากที่สุดมีอยู่ 6 เส้น คือ ไหมทองนำเข้าจากประเทศบราซิล จะเป็นไหมทอง หรือ (Golden Rutilated Quartz) เป็นควอตซ์ใส และมีเส้นไหมสีเหลืองทองกระจายอยู่ภายในเนื้อหิน ที่เชื่อกันว่าเป็นหินเสริมความมั่งคั่งร่ำรวย เรียกโชคลาภ หากมีการสื่อสารเรื่องเงินทองให้นำสวมใส่ติดกายไว้ จะทำให้โชคดี เจรจาเป็นผลสำเร็จ หรืออาจมีลาภลอยเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ยังเป็นหินสร้างความเชื่อมั่น ชำระล้างพลังด้านลบ รักษาโรคที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัส เส้นประสาททั้งหมดมีพลังเหมือนเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เหมาะกับอาชีพเกี่ยวกับการขาย นักธุรกิจ

อีกชนิดที่เธอสะสมไว้มากหลายเส้น คือ หินไหมจักรพรรดิ หินแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย และอำนาจบารมี มีพลังในการเรียกทรัพย์ เงิน ทอง และโชคลาภ ช่วยในเรื่องเก็บเงินเก็บทอง ขจัดความโกรธความเครียด ทำให้ผู้ครอบครองกระตือรือร้น และยังช่วยในการดูแลลูกน้องและบริวารให้อยู่ในโอวาทอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่ต้องการความมั่งคั่งมีอำนาจเพิ่ม

รองลงไปที่เธอชอบคือโป่งข่าม แก้วโป่งข่าม ก็เหมือนอัญมณีอื่นๆ ที่มาจากก้อนหินอันดูดซับเอาพลังงานธรรมชาติเอาไว้ในตัวเองนี้เมื่อสัมผัสกับร่างกายของมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานเช่นกัน ร่างกายกับหินจะเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ความเชื่อที่ว่าอัญมณีเลือกเจ้าของ และเจ้าของคือผู้รักษาอัญมณีจึงมีสืบทอดกันมาเสมอๆ

หินโป่งข่าม หรือที่ใครๆ ก็เรียกกันว่า แก้วโป่งข่าม ซึ่งหินชนิดนี้เป็นแร่ธาตุที่ก่อกำเนิดมาจากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นหินควอตซ์สีขาวใส ภายในจะมีมลทินหรือวัตถุลักษณะต่างๆ ที่แตกต่างกันอยู่ภายในอีกที โดยชื่อของหินโป่งข่ามนี้ เป็นศัพท์โบราณ

คำว่าโป่งมาจากชื่อของสถานที่ที่ค้นพบหินโป่งข่ามเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ส่วนคำว่าข่าม มีความหมายตามภาษาเหนือว่า อยู่ยง ยั่งยืน คงกระพัน ซึ่งโดยรวมๆ แล้วหินโป่งข่าม จึงมีความหมายว่าเป็นวัตถุที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และคงกระพันนั่นเอง ซึ่งหินโป่งข่าม หินมงคลชนิดนี้ยังแบ่งย่อยออกเป็นหินอีกหลายๆ ประเภท โดยรวมแล้วแยกออกเป็น 12 ประเภทด้วยกัน และแต่ละอย่างก็จะมีคุณลักษณะและความหมายแตกต่างกันด้วย ถือเป็นอัญมณีของไทยที่หาได้ยากอย่างหนึ่ง และปัจจุบันก็เป็นที่นิยมกันมาก ราคาก็อาจจะแพงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความหายาก

สุดท้ายคือหินเครียล หรือหินการ์เด้น ควอตซ์ อัญญ์ชิสา บอกว่าถือเป็นหินประจำปีนี้ ที่จะช่วยล้างสิ่งไม่ดีต่างๆ “หินควอตซ์ใสเป็นอีกหนึ่งหินมงคลที่อยู่ตระกูลควอตซ์ของหินสีขาว ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เชื่อว่าเป็นหินแห่งความร่ำรวย มีส่วนในการช่วยกระตุ้นให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถทำให้สมองนั้นสามารถส่งคลื่นพลังความถี่ออกไปยังปลายทางที่ต้องการได้

เชื่อว่ามีพลังแห่งพระอาทิตย์จากสีทั้งเจ็ดนั้นมารวมกันอยู่ เป็นพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมอยู่ในหิน ช่วยให้หัวใจถูกกระตุ้นทำงานได้ดีช่วยขจัดความเครียด เป็นหินแห่งโชคลาภ เมตตามหานิยม คล้ายๆ หินเขี้ยวหนุมาน คนสมัยก่อนนิยมนำหินเขี้ยวหนุมานพกติดตัวไว้ เพื่อกันคุณไสย เขี้ยวงาต่างๆ สามารถป้องกันปัญหา และขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้ายให้ออกจากร่างกาย อาคารบ้านเรือน และสถานที่ที่ทำงานได้เป็นอย่างดี”

เธอบอกว่าพยายามที่จะหยุดอยู่แค่นี้ แต่ทุกครั้งที่เจอก็อดใจไม่ไหวทุกที เพราะหินมีแรงดึงดูด และเกือบทุกครั้งหินก็มักจะเลือกเจ้าของด้วยเช่นกัน

ข่าวอื่นๆ