บ้านแสนอบอุ่น ครอบครัวอยู่สวัสดิ์

  • วันที่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

บ้านแสนอบอุ่น ครอบครัวอยู่สวัสดิ์

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา  ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

นิยามความสุขในการอยู่อาศัยของแต่ละครอบครัวอาจแตกต่างกัน สำหรับครอบครัวอยู่สวัสดิ์ ซึ่งประกอบด้วย รวิทย์ อยู่สวัสดิ์ เจ้าของโปรดักชั่นเฮาส์ ออนเนอร์ บางกอก (Honor Bangkok) ญาดา ศรีสัมมาชีพ พีอาร์ธนาคารแห่งหนึ่ง และอัญญดา อยู่สวัสดิ์ ลูกสาววัย 2 ขวบครึ่ง พวกเขานิยามความสุขไว้ในบ้านหลังงามที่ออกแบบทุกตารางนิ้วด้วยความรักและความต้องการของสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง

“บ้านหลังนี้เพิ่งย้ายมาอยู่ได้ปีกว่าเองค่ะ จริงๆ เป็นทาวน์เฮาส์เก่าที่สร้างมา 30 ปีแล้ว แต่เรามารีโนเวตใหม่ให้เป็นสไตล์ที่เราชอบ ก่อนหน้านี้ตอนเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เราเลือกอยู่คอนโด เพราะมองว่าตอบโจทย์ชีวิตคู่ที่มีแค่เราสองคน แต่พอมีลูก เราคิดว่าอยากได้สเปซในบ้านเพิ่ม เลยเริ่มมองหาบ้านสักหลัง โดยมีโจทย์ว่าต้องอยู่ในย่านเย็นอากาศ นางลิ้นจี่ สาทร ซึ่งเป็นย่านที่เราชอบและคุ้นเคย เพราะคอนโดเราก็อยู่แถวนี้ เดินทางสะดวก 10 นาทีก็ถึงสุขุมวิท” ญาดาบอกเล่าถึงโจทย์ในการเลือกที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปก่อนเสริมว่า

“แต่ปัญหาคือ ถ้าจะหาบ้านหรือทาวน์เฮาส์ใหม่ในย่านแบบนี้ราคาก็สูงมาก เราเลยมาคิดใหม่ว่า ถ้าอย่างนั้นลองหาทาวน์เฮาส์เก่ามารีโนเวตใหม่ดีกว่า สุดท้ายเลยมาลงตัวที่นี่”

18 เดือนเต็มที่เธอใช้เวลาฟูมฟักแปลงโฉมทาวน์เฮาส์เก่าจนออกมาเป็นบ้านที่เธอพอใจ

“ถือว่าเร็วนะคะ เพราะถึงโครงสร้างเดิมของบ้านซึ่งมี 2 ชั้นจะไม่เปลี่ยน แต่เราวางสเปซในบ้านใหม่ทั้งหมด เรามีอินทีเรียร์ดีไซน์มาช่วยออกแบบ โดยตั้งต้นจากความต้องการในการอยู่อาศัยของบ้านเป็นหลักก่อน อย่างครอบครัวเราเน้นโซนดูทีวี กินข้าว เราก็ออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยตรงนี้กว้างหน่อย จากเดิมที่บ้านหลังนี้มีการออกแบบให้มีห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ เราก็ทุบออกเพื่อเพิ่มสเปซพื้นที่กินข้าวและดูทีวี ส่วนพื้นที่ด้านล่างที่เหลือ เราก็เน้นเป็นสเปซกว้างๆ เพราะอยากให้ลูกมีพื้นที่ของเขา เป็นศูนย์กลางให้ครอบครัวเราได้มาใช้เวลาร่วมกัน”

พื้นที่ชั้น 2 ตามแบบบ้านหลังเก่าคือ ไม่มีห้องกั้น เปิดโล่งเป็นพื้นที่ดูทีวีเชื่อมกับห้องน้ำ แต่ญาดามองว่าไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้หญิงทำงานอย่างเธอ จึงออกแบบใหม่ เนรมิตให้เป็นพื้นที่ห้องนอน และวอล์กอินโคลเซตที่เชื่อมกับห้องน้ำแทน นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นห้องนอนสำหรับแขก

นอกจากจะออกแบบบ้านตามการใช้งานจริงๆ แล้ว เรื่องความสวยงาม และสไตล์ที่ตอบโจทย์เป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักที่ญาดาให้ความสำคัญไม่น้อย

“เราชอบแต่งบ้านอยู่แล้ว ว่างๆ ก็ชอบนั่งดูพินเทอเรสต์เพื่อหาแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านอยู่ตลอด สำหรับบ้านหลังนี้เราตั้งใจคุมโทนสีขาว เพื่อให้ดูโปร่ง โล่ง สะอาดตา ข้าวของไม่เยอะจนดูเกะกะ ไม่ต้องฟรุ้งฟริ้ง เพราะอยากได้อารมณ์แบบมินิมอล เก๋มีสไตล์ อาจจะมีกลิ่นอายอินดัสเทรียล มีความดิบนิดๆ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความชอบของเรากับสามี แต่ในความดิบเรายังคุมธีม ด้วยการทาสีอิฐปูนเปลือยให้เป็นสีขาวเพื่อให้ดูสะอาดตา เพิ่มความหรูหราด้วยการเลือกใช้แชนเดอเลียร์สีทองเข้ามา” เจ้าของบ้านคนสวยบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังบ้านที่ชวนอยู่อย่างออกรส

“ช่วงที่รีโนเวตบ้าน เราทำการบ้านหนักมาก เพื่อสื่อสารรายละเอียดทุกอย่างให้อินทีเรียร์อย่างชัดเจนที่สุด แต่ละมุมอยากได้แบบไหน คือ หารูปมาให้เลยว่าจะเอาแบบนี้ คุมงานเองทุกขั้นตอน ลงรายละเอียดไปถึง มือจับตู้ในห้องครัวก็เลือกเอง หาแบบที่อยากได้ในไทยไม่มีก็ไปสั่งจากเมืองนอกให้ส่งมา เพื่อให้ทุกอย่างออกมาแบบตรงใจอย่างที่เราคิด

ยิ่งเราเป็นพวกชอบแต่งบ้าน มีไอเดีย แรงบันดาลใจใหม่ๆ ตลอด จนคุณสามียังแซวว่า อยากมีบ้านเพื่อสนองความต้องการเรื่องดีไซน์บ้านไม่ได้นะ เพราะพอบ้านหลังนี้เสร็จ เราก็เริ่มเปรยๆ แล้วว่าอยากมีบ้านหลังใหม่ เพราะพอลูกโตขึ้น เขาก็อยากได้สเปซที่มากกว่านี้ มีห้องของตัวเอง เราเองตอนออกแบบบ้านหลังนี้ เราไม่ได้ออกแบบเผื่อเขาโต เพราะคิดว่าจะอยู่แค่ 5 ปี ตอนนี้ลูกยังนอนกับเรา แต่พอ ป.1 เขาเข้าโรงเรียน ก็ต้องมีห้องของตัวเอง มีมุมหนังสือของตัวเอง ซึ่งเราก็ต้องทำการบ้านใหม่”

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ เธอมีคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่คิดจะรีโนเวตบ้านเก่าว่า ต้องยอมรับก่อนว่าการซื้อบ้านมารีโนเวต เหนื่อยกว่าซื้อบ้านสำเร็จ การรีโนเวตมีรายละเอียดเยอะมาก สมมติจะย้ายห้องน้ำ ต้องดูระบบประปา การวางท่อน้ำ ยังไม่รวมระบบไฟฟ้า เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีเวลามาเก็บรายละเอียด เช็กผลงานช่าง คอยแวะเวียนมาที่บ้าน การซื้อบ้านใหม่ที่ออกแบบมาสำเร็จเลยน่าจะง่ายกับชีวิตมากกว่า แถมรีโนเวตบ้านเรียบร้อย ยังไม่จบ ยังต้องแต่งบ้าน เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตรงใจอีก

“เป็นอีกความท้าทายของเราเหมือนกัน อย่างโต๊ะกินข้าวเราซื้อสำเร็จ แต่พอมาถึงโต๊ะวางทีวี โต๊ะหน้าห้องน้ำ เพื่อให้เข้ากับโต๊ะกินข้าวที่เราตั้งต้น เราต้องสั่งทำพิเศษ มานั่งคำนวณไซส์ว่ากว้างยาวสูงเท่าไหร่ถึงจะลงตัว หรืออย่างเตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง ก็สั่งทำพิเศษเพื่อให้มีลิ้นชักฝังปลั๊กไว้เพื่อเก็บไดรเป่าผม ทุกเช้าใช้เสร็จไม่ต้องคอยถอดปลั๊กเก็บสาย แต่ใส่เข้าลิ้นชักได้เลย เพราะเราไม่ชอบความรกแต่ก็แอบขี้เกียจ หรืออย่างตู้เหนือศีรษะในห้องครัวเราออกแบบพิเศษให้เป็นตะแกรงคว่ำจานและแก้ว เวลาล้างเสร็จเก็บเข้าตู้ได้เลย น้ำที่หยดจะลงไปที่ตะแกรงลงมาที่อ่างล้างพอดี”

ญาดา ทิ้งท้ายว่า ณ ตอนนี้บ้านหลังนี้คือบ้านในฝันที่ออกแบบมาตรงใจ ตอบโจทย์สมาชิกในครอบครัว “แต่บ้านในฝันของเราก็เปลี่ยนตลอดเวลา (หัวเราะ) ที่นี่อาจจะเป็นบ้านในฝันเมื่อปีที่แล้ว แต่พอมาอยู่จริง เราก็เริ่มคิดถึงอนาคต ซึ่งพอลูกโตอีกนิดน่าจะได้ช่วยกันสร้างบ้านหลังใหม่อีกครั้ง”

ข่าวอื่นๆ