บันทึกสีน้ำ พีรดา ชีพสัตยากร

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 10:19 น.

บันทึกสีน้ำ พีรดา ชีพสัตยากร

โดย มัลลิกา นามสง่า ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์ 

ความทรงจำสามารถถูกบันทึกไว้ได้ในรูปแบบต่างๆ ภาพถ่าย การจดบันทึก หรือเก็บไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ หากแต่ “พีรดา ชีพสัตยากร” เลือกบันทึกความทรงจำด้วยการวาดภาพสีน้ำ ในสมุดเล่มเล็ก

ผู้หญิงหลายคนไอเท็มในกระเป๋าอาจจะเป็นตลับแป้ง ลิปสติก แต่พีรดาพกตลับสีน้ำแทนเครื่องประทินโฉม พกปากกาแทนดินสอเขียนคิ้ว พกพู่กันแทนที่ปัดแก้ม มีสมุดบันทึกหนากว่าแท็บแล็ต

“พีรดาเดย์เอาต์” (Pearada’s Day Out) นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก รวบรวมผลงานสีน้ำมาจัดแสดง ที่พิเศษคือ ในโซนแรกของงาน เธอนำผลงานที่ฉีกจากสมุดบันทึกช่วงศึกษาและทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกามาจัดแสดง ซึ่งผลงานชุดนี้เธอไม่ขายผลงานจริง เพื่อต้องการเก็บไว้เป็นความทรงจำในการเริ่มต้นทำงานศิลปะเป็นอาชีพอย่างเต็มตัว

ภาพสถานที่ท่องเที่ยว ตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ ทิวทัศน์ต่างๆ ผู้คน วิถีชีวิต พีรดาไม่ได้แค่สเกตช์ภาพลงในกระดาษ หากแต่ทุกภาพเธอได้ผ่านการเรียนรู้ ร่วมประสบ เกิดแรงบันดาลใจ แน่ละถ้าเธอไม่รู้สึกกับสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า จะมีอารมณ์ถ่ายทอดมันออกมาเป็นภาพสีน้ำที่ให้ความรู้สึกไหวระริกราวกับเหตุการณ์นั้นกำลังดำเนินอยู่ได้เยี่ยงไร

“ผลงานขนาดเล็ก ประมาณ 4 คูณ 6 นิ้ว เพราะเริ่มต้นของเราคือวาดลงในไดอารี่ ตั้งแต่ตอนไปเรียนปริญญาโท ด้าน Strategic Communications ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

บ้านเมืองของเขาสวย แล้วที่เดียวกันแต่ในเวลาที่ต่างกัน ฤดูต่างกัน ก็ให้ความรู้สึกและความสวยต่างกัน แล้วสีสันของแต่ละฤดูชัดมาก ฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนสีสวยมาก ทำให้เรารู้สึกเห็นแล้วอยากวาด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้วาดอะไรแบบนี้จริงๆ จังๆ เลย มีแต่วาดออกแบบตามที่เรียน (ปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

พอมาอยู่อเมริกาก็ได้กลับมาวาดรูปจริงจังอีกครั้ง ลงลายเส้นด้วยปากกาหมึกก่อน แล้วค่อยวาดสีน้ำ งานจะไม่เหมือนมาก เป็นอารมณ์สเกตช์แล้วดูสบายตา โครงสร้างจริง แต่ลดรายละเอียด

วาดเสร็จก็ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมตัวเอง Pearadastyle เมื่อปี 2014 ที่เริ่มวาด ก็มีคนเข้ามาสนใจ กดติดตาม ผ่านไป 2 ปี ถึงเริ่มมีคนจ้าง อย่างไปนั่งร้านกาแฟ โรงแรม สวยก็วาดแล้วก็แท็กซ์สถานที่ คือเราทำไม่ได้คิดอะไร แต่มีคนเห็นแล้วชอบ ก็ติดต่อให้เราวาดรูป

พอเรียนจบก็ทำงานในบริษัทโฆษณาที่นั่น ไม่เกี่ยวอะไรกับวาดรูปเลย ทำงานเต็มเวลา หลังทุ่มหนึ่งถึงตีสองรับงานวาดรูป แบรนด์ดังๆ ก็มาจ้าง ก็คิดว่าเราจะทำงานฟูลไทม์หรือมาสร้างเพจเราต่อ พอกลับมาเมืองไทยมาทำเพจตัวเอง เริ่มกลับมาสนองแพสชั่นตัวเองมากขึ้น ยังรับงานที่นิวยอร์กอยู่บ้าง แบรนด์สินค้าที่ไทยก็ติดต่อมาให้ทำ”

ตอนอยู่นิวยอร์กเธอเคยจัดแสดงนิทรรศการร่วมกับศิลปินอื่นๆ อยู่หลายหน แต่สำหรับการแสดงผลงานเดี่ยวเป็นครั้งแรก และเธอได้คัดผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ ลายเส้นที่ใครเห็นต้องนึกถึงเธอมาจัดแสดง

“วาดเส้นจะยุกยิกๆ ตัวคนก็ยุกยิก เหมือนในรูปไม่มีคนแต่มี เราไม่ได้วาดเหมือน แต่ใส่ลายเส้นยุกยิกลงไป ถ้าดูดีๆ ก็จะเห็นว่านี่คือคนนะ

ต้นไม้ อาคาร เส้นก็ยุกยิก วาดไม่ลงรายละเอียดของวัตถุ แต่เน้นลงตึกมากหน่อย เป็นคนชอบบรรยากาศ พยายามวาดเก็บบรรยากาศที่เห็นให้มากที่สุด อย่างคนก็ไม่โฟกัส ให้รู้ว่ามีบรรยากาศของคนพลุกพล่าน เราก็เลือกโฟกัสในสิ่งที่เราเห็นความสำคัญ ลงสีก็ตามอารมณ์ตามบรรยากาศ บางรูปจะเห็นสีสันหนักๆ บางรูปสีจะฟุ้งๆ”

นิทรรศการแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วน “ส่วนแรกฉีกมาจากไดอารี่ตั้งแต่วาดที่นิวยอร์ก ประเทศฝั่งนู้นมีทุกฤดูกาล แตกต่างกันมาก ไปที่เดิมในช่วงเวลาต่างกันได้บรรยากาศไม่เหมือนเดิม

ถัดมาเป็นในประเทศไทย เมืองเก่าผ่านมุมมองใหม่ๆ ของพี ซึ่งขอเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ เราไปเที่ยวแล้วเรามองแบบนี้ แล้วบ้านอยู่ย่านโบ๊เบ๊ ได้เห็นบรรยากาศเก่าๆ แล้วสถาปัตยกรรมไทยสวย ชอบไปนั่งวาด

วอลล์ด้านในเลือกผลงานที่ทำให้ลูกค้ามาโชว์ ซึ่งก็ยังเป็นสไตล์ เพราะถึงลูกค้าจะมีโจทย์ที่อยากได้ แต่เทคนิคการวาดก็คือสไตล์เราจะไม่ปรับ แต่จะพยายามทำยังไงให้ชูทั้งแบรนด์และสไตล์เราให้ชัดเจนทั้งคู่ แต่ส่วนใหญ่แบรนด์ที่เข้ามาติดต่อก็ชอบสไตล์เราอยู่แล้ว”

เรื่องราวที่เธอบันทึกไว้ ไม่ได้เป็นเพียงความทรงจำและอารมณ์ของเธอเพียงผู้เดียว หากผู้ชมได้เข้าไปสัมผัส ภาพเล็กๆ เหล่านั้นมีพลังดึงดูดมหาศาลให้เราลุ่มหลง และร่วมจินตนาการกับสีสันแห่งฤดูกาล และอิ่มเอมกับสถาปัตยกรรมที่งดงาม

นิทรรศการ พีรดาเดย์เอาต์ จัดแสดงถึงวันที่ 15 ม.ค. 2562 ณ เดอะแกลเลอรี ชั้น 36 โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี (สีลม) เปิดให้ชมเวลา 10.00-17.00 น.

ข่าวอื่นๆ