นภสินธุ์ เพ็ชรสุข ใส่ใจทุกรายละเอียดในบ้าน

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 12:00 น.

นภสินธุ์ เพ็ชรสุข ใส่ใจทุกรายละเอียดในบ้าน

เรื่อง มัลลิกา นามสง่า ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสเต็มไปด้วยร้านรวง อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม ตึกสูงใหญ่ หากในซอยสุขุมวิท 66 ยังเหลือพื้นที่ 1 ไร่ สำหรับบ้านหนึ่งหลัง ซึ่งเจ้าของ คือ “นภสินธุ์ เพ็ชร์สุข” นักธุรกิจด้านสิ่งก่อสร้าง ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ Slipform บ้านหลังนี้ถูกรายล้อมด้วยตึกสูงใหญ่เกือบรอบทิศ

ผืนดินนี้เป็นของตระกูลนภสินธุ์เกิดและเติบโตที่นี่ เมื่อถึงเวลาแยกบ้านจากพ่อแม่ เขาจึงเลือกสร้างบ้านอีกหลังในพื้นเดียวกับบ้านหลังเดิม

การได้อยู่ในรั้วเดียวกับพ่อแม่ สามารถดูแลท่านได้ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่เขาตระหนักเมื่อจะสร้างบ้าน เหตุนี้บ้านหลังใหญ่ 3 ชั้น ด้านหน้าทางเข้าสู่ตัวบ้าน จึงมีทางลาดชันสำหรับรถเข็นรองรับผู้สูงวัยทั้งปัจจุบันและในอนาคต

“ผมอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เกิด และบ้านหลังแรก (หลังข้างๆ) ก็มีอายุมากกว่า 50 ปี คนรุ่นผมมีความรู้สึกติดที่ เราจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ได้ แต่เราผูกพัน เคยวิ่งเล่นแถวนี้แต่ก่อนเป็นสวน มีท้องร่อง หลังบ้านยังมีสีเขียว มีท้องร่องให้เห็น เป็นที่ของญาติยังไม่มีโครงการทำอะไร เขาอยากรักษาแบบนี้ ผมก็เลยได้วิวสวนหลังบ้าน มีต้นมะพร้าว มะม่วง ขี้เหล็ก เป็นไม้ขึ้นเอง ต้นไม่สูงมากหน้าบ้านเป็นสตูดิโอของน้องชาย ข้างบ้านก็เป็นลานโล่งติดกับรถไฟฟ้า ตอนนี้ใช้เป็นลานจอดรถของญาติ ซึ่งอีกหลายปีเราจะยังได้วิวโล่งๆ แบบนี้ แต่มองไปไกลๆ นี่ตึกสูงเต็มไปหมด ปีหน้าก็จะมีสร้างขึ้นอีกด้านหลังสตูดิโอ”

นภสินธุ์ มีโจทย์ให้ดีไซเนอร์ในการออกแบบบ้าน ง่ายๆ กว้างๆ คือ ขอบ้านโล่งๆ ดูแล้วสบายตา เป็นธรรมชาติ ซึ่งสิ่งที่ได้มาและเห็นชัดคือ วัสดุที่ใช้ก่อสร้างบ้านเป็นไม้จริง หินจริง และเน้นให้เห็นพื้นผิวชัดเจนพื้นที่ในบ้านทางเดินเชื่อมต่อกันหมด ไม่มีเสามาเกะกะรกสายตา มีห้องเยอะแต่ห้องถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผนังไม้บานใหญ่ มีประตูขนาดใหญ่แนบชิดอยู่ ถ้าไม่ผลักก็ไม่รู้ว่าเชื่อมต่อกับอีกห้องได้

“ผมบอกดีไซเนอร์ ครอบครัวมีสมาชิก 4 คน พ่อแม่ลูกชายลูกสาว เขาดีไซน์เป็น 3 ชั้น กลัวข้างล่างเสียพื้นที่ บวกกับช่วงนั้นคุณพ่อป่วย ก็เลยได้มานอนห้องข้างล่าง ตอนนี้คุณพ่อเสียแล้ว ในอนาคตก็จะดัดแปลงเป็นออฟฟิศ มีที่จอดรถได้ 4 คันยังมีเหลือพื้นที่ด้านหน้า ตั้งใจจะทำสระว่ายน้ำขนาดแค่พอให้ลูกได้ว่ายเล่นสนุก เพราะตอนนี้ลูกเพิ่ง 2 ขวบบ้านดูจากภายนอกเหมือนสูง ทางขึ้นเหมือนสูงมาก แต่จริงๆ เรามีห้องข้างล่าง แล้วเราทำทางขึ้นแบบลาดชัน วีลแชร์เข็นขึ้นได้ วัสดุใช้เป็นหินธรรมชาติ หินกาบสีเทาดำ หินแกรนิต ช่างเน้นทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ พื้นในบ้านมีทั้งหินอ่อน และไม้สัก หินอ่อนช่วงทางเข้าบ้านกับโซนห้องครัวกินข้าว ผนังก็นำหินมาตัดแล้วติดหินเข้าไปให้เห็นความดิบของวัสดุ เน้นประตูไม้บานใหญ่เป็นผนังปิดทึบได้เลย”

บ้านหลังนี้สร้างแล้วเสร็จเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หากภายในยังมีการตกแต่งเรื่อยๆ “เราไม่รีบ เพราะอย่างตอนนี้ลูกๆ ก็นอนห้องเดียวกับเรา ผมว่าเราเลือกที่มันถูกใจ เพราะเรายังไม่ได้ใช้งานเต็มที่ แล้วผมชอบงานที่แปลก บางอย่างต้องสั่งทำโต๊ะเก้าอี้ตรงห้องกินข้าวเลือกเป็นปีกว่าจะถูกใจ โต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ยาวท็อปด้วยกระจก เก้าอี้เบาะหุ้มหนังแท้ วัสดุไม้แท้ ของคนไทยทำ เฉลี่ยต่อตัวเกือบหมื่นบาท

"โต๊ะกินข้าวเชื่อมต่อกับครัวฝรั่ง โต๊ะกลางท็อปด้วยหินอ่อน มีเก้าอี้ไม้ทรงสูง ห้องครัวคุมโทนสีดำ แล้วมองเห็นห้องรับแขก ซึ่งตอนนี้เป็นสนามเล่นของลูก ถ้าแม่ทำกับข้าวก็มองเห็นลูกได้ตลอดเวลา คืออยู่ส่วนไหนของบ้านก็มองเห็นกัน ได้ยินเสียงกันหมด ถ้าไม่เข้าห้องนอนปิดประตู”

บริเวณโถงเข้าบ้าน เพดานสูง ใช้กระจกเป็นหลังคา แบบสกายไลต์ ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติตลอดทั้งวัน และแสงแดดในอุณหภูมิไม่ร้อนจัด มีเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นที่แสงแดดลงเต็มๆ เพราะได้ผ่านการคำนวณทิศทางแสงมาแล้ว

“ผมชอบแสง บ้านหลังนี้มีโคมไฟเยอะมาก มากลางวันได้อีกแสงหนึ่ง มากลางคืนได้อีกแสงหนึ่ง มันช่วยให้อารมณ์ของบ้านแตกต่างกัน จะว่าผมขี้เบื่อก็ได้(หัวเราะ)”

ข้างบนมีห้องนั่งเล่นดูทีวี มีห้องพระ และ 2 ห้องนอนใหญ่ ภายในมีห้องน้ำและห้องแต่งตัว “ข้างบนผมให้โจทย์ว่าจะต้องเดินจากห้องพ่อแม่ไปหาห้องลูกได้ แบบไม่มีอะไรกั้นห้องน้ำตั้งใจว่า มองออกไปให้เห็นสวนเล็กๆ ก็จัดไม้กระถาง แต่อีกห้องหนึ่งได้วิวสวนจริงๆ เลย แล้วห้องน้ำเป็นห้องที่ใช้เงินในการตกแต่งเยอะกว่าทุกห้อง แพงแบบหน้ามืด ใช้วัสดุที่ดี กระเบื้องนำเข้า เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ ดีไซน์เองเพื่อให้เข้ากับพื้นที่ของเรา”

ที่กั้นบันไดและในส่วนทางเดินด้านบนใช้เป็นกระจกเพื่อความโปร่งโล่ง และยังช่วยให้มิติของแสง และมีระเบียงรอบบ้าน

“ระเบียงช่วยทำให้บ้านมีมิติ และเปิดรับลม แต่ผมเบื่อเรื่องฝุ่น แถวนี้มีการก่อสร้างเยอะ แต่เรื่องลมถูกใจมาก แล้วที่ใช้กระจกความตั้งใจของผม เปิดประตูเข้าบ้านมามองขึ้นไปข้างบนเจอห้องพระ ซึ่งเราใช้ผนังกระจก ด้านหลังก็เป็นทางเดินลงชั้นหนึ่ง แล้วมีระเบียง ติดตั้งชิงช้า มีโคมไฟซึ่งใช้เวลาเลือกนาน เป็นแบรนด์คนไทยจากเชียงใหม่ เข้ามาก็มองเห็นระเบียงนี้สวยชัดเลย”

หากมองจากภายนอกตัวบ้าน เหมือนมีบ้าน 2 หลัง เพราะกำแพงหินกาบเสมือนแบ่งสัดส่วน ซึ่งกำแพงนี้เป็นผืนเดียวกันทั้ง 2 ชั้น ตั้งแต่นอกบ้าน มาถึงในบ้าน ทะลุไปถึงระเบียงหลังบ้าน แล้วตัดช่องว่างให้เป็นทางเชื่อมกับห้องรับแขก

“บ้านในหัวผม ตอนแรกผมอยากได้บ้านเล็ก แต่พอทำใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามจินตนาการของเรา ดูจากยูทูบชอบถูกใจตรงไหนแล้วมาตกผลึก โดยสำคัญเลยคือ ผมอยู่ห้องทำงาน ภรรยาอยู่ในครัวสามารถคุยกันได้ เราต้องการความรู้สึกเชื่อมถึงกันหมดเราพยายามไม่ตกแต่งเยอะ เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ตู้ทุกอย่างถูกซ่อนหลังผนังไม้ เพราะเมื่อก่อนเราอยู่บ้านที่มีข้าวของเยอะ หลังใหม่ก็อยากได้ของน้อยๆ ดูสบายตาผมกลับบ้านทุกวัน ยกเว้นไปต่างประเทศ กินข้าวเช้าเย็นที่บ้าน ผมติดบ้านติดที่ ผมชี้ได้ทุกจุดว่าในบ้านนี้ ส่วนไหนทำจากอะไร ทุกขั้นตอนเราเห็นหมด ทำไมถึงดีไซน์นี้ มันยิ่งทำให้ผูกพัน ถึงจะอยู่มาเพียง 2 ปีกว่า แต่ทุกอย่างในบ้านนี้เราเลือกเองหมด”

ข่าวอื่นๆ