ปลูกผักและต้นไม้ การลงทุนที่ยั่งยืน

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 11:30 น.

ปลูกผักและต้นไม้ การลงทุนที่ยั่งยืน

เรื่อง กั๊ตจัง

ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนในโลกใบนี้ที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา แม้กระทั่งงานที่เราคิดว่ามั่นคงที่สุด หรือแม้แต่การลงทุนในธุรกิจที่มั่นคงที่สุดก็อาจจะไม่ใช่เช่นนั้น แต่การลงทุนที่มั่นคงที่สุดคือการลงทุนสร้างชีวิตของตัวเองให้มั่นคงด้วยการพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด หาเงินและดูแลเงินอย่างชาญฉลาดด้วยตัวเราเอง

จนกระทั่งชีวิตได้เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมุ่งตรงสู่เป้าหมายความสงบสบายอย่างที่คาดหวัง และกำเงินไปสู่การลงทุนก้อนสุดท้ายด้วยการลงทุนไปกับต้นไม้และพืชผักสวนครัว ชีวิตเราเป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อถึงเวลาที่เรี่ยวแรงถดถอย ความสุขเล็กๆ เวลาได้อยู่บ้านกับการมองชีวิตที่สร้างขึ้นกับมือ เป็นความสุขที่ได้ทั้งสุขภาพที่ดี และมีเงินเหลือใช้

ปลูกผักประหยัดเงิน

การลงทุนปลูกผักในวัยเกษียณเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เราไม่จำเป็นต้องทำสวนขนาดใหญ่เป็นไร่ๆ ขอแค่มีพื้นที่เล็กๆ ริมกำแพงบ้านผนังบ้านสักด้านให้เราปลูกสวนผักแนวตั้ง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ผักที่สามารถเก็บรับประทานได้ตลอดทั้งปี เพียงแค่ปลูกหมุนเวียนกันไปแล้วค่อยๆ เก็บมารับประทานทุกเช้า

การลงทุนปลูกสวนผักแนวตั้งอาจจะต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 5,000-12,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบการดูแลแต่ไม่ว่าจะลงทุนระดับใดก็ให้ผลออกมาคล้ายๆ กันคือผักออร์แกนิกที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งช่วยทำให้คุณประหยัดค่าผักสำหรับประกอบอาหารได้อย่างน้อยราวๆ 60 บาท/วัน

หักลบต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าน้ำ ค่าปุ๋ย 50 บาท/เดือน คุณจะประหยัดเงินค่าผักไปได้ประมาณ 1,650 บาท/เดือน คืนทุนได้ในเวลาไม่ถึง 10 เดือน ผลผลิตที่เหลือสามารถส่งขายต่อให้กับกลุ่มรับซื้อผักออร์แกนิกและผักไฮโดรโปนิกส์ สร้างรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ อีกทางหนึ่งด้วย

ผักที่นิยมปลูกในสวนส่วนมากแล้วจะเป็นผักสลัด ถั่วผักยาว พริก และผักอื่นๆ ที่เจ้าของบ้านชอบรับประทานเองเสียมากกว่า ซึ่งมีไม่กี่ชนิดที่เรารับประทานกัน เช่น ผักคะน้า แตงกวา ผักชี มะนาว ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักบุ้ง เป็นพืชผักสวนครัวที่เราซื้อเป็นประจำ

สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมคืออย่าท้อในการปลูกผัก ผักเป็นพืชที่เติบโตง่ายแต่ก็น้อยใจได้ง่ายเช่นกัน อ่อนไหวต่อแมลง และโรคพืช เราจึงต้องศึกษาหาความรู้เรื่องการปลูกผักแต่ละชนิดเอาไว้ เสียเวลาไม่กี่วันแต่ใช้หากินได้ตลอด

ปลูกต้นไม้สบายใจ

ต้นไม้ทุกต้นมีค่ามีราคามากกว่าที่เราคิด แม้จะเป็นต้นไม้ที่เราปลูกไว้มานานแล้ว ก็สามารถขายได้โดยการติดต่อธุรกิจขายต้นไม้ โดยเฉพาะไม้ขนาดใหญ่และมีพื้นที่ที่กว้างพอที่จะขุดขนย้ายได้ ก็สามารถมีรายได้หลักพันบาทต่อต้นโดยเฉพาะต้นไม้ที่โตช้า แต่เมื่อเป็นไม้ใหญ่แล้วจะให้ความร่มรื่นสวยงามอย่างมาก

ไม้ใหญ่ส่วนมากโตช้าแต่ดูแลง่ายอาศัยแค่การให้ปุ๋ยพรวนดินเป็นระยะต้นไม่ก็จะเจริญงอกงามดี นอกจากนี้ข้อดีของการปลูกไม้ใหญ่ก็คือการดูดซับมลพิษและฝุ่นโดยรอบที่จะพัดเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้เราสุขภาพดีขึ้นเจ็บป่วยน้อยลง เสียค่าหมอค่ายาน้อยลง

ตอนกลางวันร่มไม้จะช่วยสร้างความแตกต่างของอุณหภูมิทำให้เกิดลมพัดเย็น ตอนกลางคืนต้นไม้จะคายไอน้ำออกมาส่วนหนึ่งช่วยทำให้อากาศรอบบ้านเย็นขึ้น ทำให้เราประหยัดค่าไฟจากการใช้เครื่องปรับอากาศ ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน เป็นการลดค่าใช้จ่ายให้บ้านโดยไม่รู้ตัว

หากชอบดอกไม้การจะปลูกไม้ดอกก็ดูแลง่ายได้ราคา ตั้งแต่กล้วยไม้ ดาวเรือง ไปจนถึงดอกกุหลาบ คุณอาจจะแบ่งประเภทเป็นไม้ดอกสวยงาม หรือไม้ดอกที่ส่งกลิ่นหอมทั้งกลางวันและกลางคืน หากลงดินแล้วเติบโตแพร่พันธุ์ได้ดี ขยายพันธุ์ได้เอง ส่วนเกินจากพื้นที่ปลูกก็สามารถขุดออกมาขายได้ยิ่งต้นใหญ่ดอกสวยยิ่งได้ราคา

บางครั้งเราก็สามารถใช้เป็นของฝากเวลาไปเยี่ยมเยือนผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากจะชื่นชอบคนที่ให้ต้นไม้ดอกไม้แปลกๆ เพราะต้องการเอามาประดับสวนที่บ้านอยู่แล้ว

ดังนั้นการปลูกต้นไม้ไม่ใช่แค่ปลูกให้มีพื้นที่สีเขียวสบายตา แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและการประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในทางอ้อม แม้จะมีค่าแค่ไม่กี่ร้อยกี่พันบาทแต่เมื่อรวมเป็นปีแล้วก็ถือว่าประหยัดและดีต่อตัวเราเองในอนาคตได้มากกว่าที่คิด

ข่าวอื่นๆ