รับมือสูงวัย เงินและใจต้องเต็มร้อย

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 13:00 น.

รับมือสูงวัย เงินและใจต้องเต็มร้อย

เรื่อง กั๊ตจัง ภาพ Pixabay.com

เมื่อถึงวัย 40 ทุกคนจะคิดแบบเดียวกันก็คือ ชีวิตเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว มองสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ทุกวันนี้ว่าได้ตามเป้าหมายที่ต้องการแล้วหรือยัง บ้างก็ได้เกินเป้าแต่ก็มีไม่น้อยที่ยังต้องพยายามเดินไปตามฝัน ไม่ผิดหากยังไม่มีสิ่งที่ต้องการ แต่จะผิดมากกว่าหากละความพยายามและไม่เตรียมพร้อมรับกับชีวิตวัยเกษียณด้วยแนวทางเหล่านี้

1.บ้านเช่าหรือซื้อ ก็มีดีมีเสียต่างกัน

บ้านนับเป็นสิ่งหลักที่ทุกคนควรมีบ้านของตัวเองที่มั่นใจได้ว่าจะเป็นบ้านที่สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่ถูกไล่ที่หรือมีปัญหาตามมาภายหลัง แม้แนวคิดของโลกยุคใหม่จะนิยมเช่าบ้านอยู่มากกว่าซื้อก็ตาม เช่น ญี่ปุ่นนิยมเช่าบ้านอยู่ แต่เพราะปัจจัยการดำเนินชีวิตของเขา บ้านราคาแพงเกินกำลังซื้อ และภาษีมรดกก็สูงเกินกว่าจะจ่ายไหว ทำให้คนเลือกที่จะขายบ้านมากกว่ารับมรดกและเลือกการเช่าบ้านแทน อีกอย่างหนึ่งระบบบำนาญคนชราของต่างประเทศก็ให้รายได้สูงพอ ที่จะมีกำลังจ่ายค่าเช่าบ้านได้ตลอดชีวิตพวกเขา จึงแทบไม่มีความจำเป็นต้องซื้อบ้านก็ได้

มองกลับมาที่บ้านเราระบบการจ่ายภาษีและการใช้ภาษีไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ เงินบำนาญหลังเกษียณไม่มี ภาษีมรดกไม่สูง และตัวบ้านหรือคอนโดเองก็ยังใช้วิธีการผ่อนชำระแล้วคุ้มกว่าเสียเงินค่าเช่า ไม่มีภาษีซ่อมบำรุงอาคารเหมือนต่างประเทศ ดังนั้น หากคนไทยจะใช้วิธีการเดียวกับต่างประเทศต้องคิดทบทวนให้มากๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณโสดและไม่มีภาระหรือคนรับมรดกตกทอด การเช่าบ้านหรือซื้อคอนโดจะเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน

2.สร้างหลักประกันให้ชีวิต

หากเราไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง คุณควรจะหาช่องทางการลงทุนเอาไว้บ้าง เช่น กองทุนบำนาญ เงินที่จะได้รับผลตอบแทนกลับมาแม้เพียงน้อยนิดก็มากพอที่จะทำให้คุณมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในวัยเกษียณ ดังนั้น คุณจึงควรเตรียมพร้อมเรื่องเงินไว้ใช้จ่าย อย่างน้อยๆ 10 ปีก่อนเกษียณอายุ และควรจะมีกำหนดหรือเป้าหมายแน่นอนว่าจะต้องเก็บสะสมเดือนละเท่าใด เพื่อเมื่อปลดเกษียณแล้วจะมีเงินพอใช้จ่ายกับชีวิตบั้นปลายของตน ด้วยความมุ่งมั่นในการทำอย่างจริงจัง เพื่อจะได้ไม่ลำบากทำงานต่อเนื่องในบั้นปลายชีวิต

3.สุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ

ทำงานหาเงินมาได้มากมายแต่ไม่มีโอกาสได้อยู่ใช้นั้นก็น่าเสียดาย คุณควรรักษาสุขภาพของตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในช่วงก่อนเกษียณอายุ เพื่อร่างกายจะได้แข็งแรงและมีสุขภาพสมบูรณ์ และยังเป็นผลดีต่อเนื่องมาจนถึงวัยสูงอายุของผู้นั้นด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้ชีวิตในวัยสูงอายุเป็นชีวิตที่มีความสุขสามารถไปไหนมาไหนได้ หรือสามารถทำอะไรด้วยตัวของตัวเองได้ รวมทั้งสามารถที่จะทำงานต่อหลังจากปลดเกษียณแล้วด้วย

นอกจากนี้ ให้มองเรื่องของการทำประกันสุขภาพหลังเกษียณไว้ด้วยจะทำให้คุณมีความมั่นคงด้านการเงินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราบอกได้เลยว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย

4.มองหาแบบอย่างในการใช้ชีวิต

หากคุณนึกภาพชีวิตหลังเกษียณไม่ออกให้มองหาใครสักคนที่คุณคิดว่าใช้ชีวิตหลังวัย 60 ปี อย่างมีความสุขและมีไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกับตัวคุณเองแล้วตั้งเป้าให้ได้แบบเขา โดยเก็บเอาเฉพาะแนวคิดดีๆ มาใช้เท่านั้น

ด้วยการเดินไปขอคำแนะนำจากเขา คนที่มีอายุแล้วมักจะชอบช่วยเหลือคนอื่นเป็นด้วยการให้คำแนะนำจากประสบการณ์ (ได้หาเพื่อนคุยด้วยในตัว) และเราก็ไม่จำเป็นต้องดูแบบอย่างจากคนเพียงคนเดียว บางอย่างอาจเหมาะสมกับตัวเรา บางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับตัวเรา เราจึงควรดูตัวอย่างจากหลายๆ คน แล้วเลือกข้อที่ดีที่เหมาะสมกับตัวเรามาปฏิบัติ ก็จะช่วยให้เรามีวิธีที่จะเลือกใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมกับชีวิตของเรายิ่งถามมาก หากได้มากคุณอาจจะพบแนวทางใหม่ที่ดีกว่าและถูกจริตมากกว่า ซึ่งจะทำให้ชีวิตในวัยเกษียณของคุณ มั่งคั่ง มั่นคงและมีความสุขมากที่สุด

ข่าวอื่นๆ