ประติมากรรมในหลวง ร.9 ความทรงจำอันสูงค่า

  • วันที่ 12 ก.ย. 2561 เวลา 13:30 น.

ประติมากรรมในหลวง ร.9 ความทรงจำอันสูงค่า

เรื่อง อณุสรา ทองอุไร  ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

ในฐานะประชาชนคนไทยที่เกิดในยุคสมัยของรัชกาลที่ 9 เราทุกคนล้วนมีความรักและผูกพันกับพ่อหลวงของแผ่นดิน แน่นอนว่าส่วนใหญ่คนไทยเกือบทุกบ้านจะมีรูปในหลวงอยู่ในบ้านกันแทบทุกครัวเรือน แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจ ตั้งใจที่จะเก็บงานทั้งประติมากรรม ภาพวาด ภาพถ่าย รูปหล่อ รูปปั้น ของในหลวงเอาไว้ โดยเฉพาะงานประติมากรรมของศิลปินชั้นครูที่เขาพยายามจะตามเก็บไว้ให้ครบทุกคอลเลกชั่น

สุชาย พรศิริกุล เจ้าของธุรกิจสิ่งทอ เป็นอดีตนายกสมาคมพ่อค้าผ้า อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่า เอ็มบีเอจุฬาฯ และเป็นผู้ก่อตั้งสมบัติผลัดกันชม ที่ช่างชุ่ยและที่ล้ง 1919 นั่นถือเป็นบทบาทหลักทางด้านธุรกิจของเขา ทางด้านการศึกษานั้นเขาจบปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และยังเป็นประธานชมรมโบราณคดีนักศึกษา เพราะชื่นชอบทางด้านศิลปะและประวัติศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก และอยากทำงานทางด้านนี้ แต่ทางครอบครัวทำธุรกิจสิ่งทอมาเนิ่นนาน เขาจึงต้องรับช่วงบริหารธุรกิจต่อจากครอบครัว แต่ความชื่นชอบหลงใหลในงานศิลปะ ประวัติศาสตร์และของเก่าไม่เคยหายไปจากใจของเขา

หลังมีรายได้เป็นของตัวเอง เขาจึงเริ่มสะสมงานศิลปะต่างๆ เอาไว้นับจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว แต่เขาจะไม่สะสมงานประเภทโบราณวัตถุ เพราะนั่นเป็นสมบัติของชาติ ไม่ควรอาจเอื้อมมาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

เขามีงานอดิเรกเป็นการเดินทางไปดูงานศิลปะต่างๆ โดยเฉพาะศิลปินดังๆ ของทั่วโลก เพราะเขาสนใจงานพวกนี้ เนื่องจากเขาได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยเฉพาะงานศิลป์จากฟากยุโรปเพราะมีพื้นฐานความรู้ตรงนี้เป็นอย่างดี

“ตอนเรียนหนังสือเราก็ดูรูปจากสไลด์ ไม่มีปัญญาไปดูของจริง ผมจึงสัญญากับตัวเองไว้เลยว่า ถ้าทำงานมีเงินเดือนจะต้องพยายามหาโอกาสไปดูของจริงให้ได้สักครั้ง พอมีเงินเก็บเองผมก็เดินทางไปทั่วโลกเพื่อดูงานศิลป์เหล่านี้ให้เห็นสดๆ กับตาจากของจริงๆ เลย”

นอกจากเป็นนักสะสมงานศิลปะต่างๆ แล้ว เขายังสะสมงานรูปภาพ รูปวาด และรูปปั้นอีกด้วย โดยเฉพาะรูปปั้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งเขาสะสมมานานแล้ว โดยเฉพาะงานปั้นของศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง วัชระ ประยูรคำ ที่เป็นศิลปินมีชื่อเสียงทางด้านประติมากรรม และท่านยังเป็นข้าราชการกรมศิลปากร ที่เคยเป็นผู้ช่วยของไข่มุกด์ ชูโต ในการปั้น-หล่ออนุสาวรีย์ต่างๆ หลายแห่งในประเทศไทย และถือว่าเป็นศิลปินที่ปั้นพระรูปของราชวงศ์มากที่สุด ทั้งงานของรัชกาลที่ 8 รัชกาลที่ 9 และของสมเด็จย่า ถือได้ว่าท่านเป็นศิลปินชั้นครูที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ปั้นพระรูปพระราชวงศ์หลายพระองค์ งานที่คนรู้จักท่านมากที่สุดก็คือการปั้นชุดบูรพมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 9

นอกจากนี้ เมื่อปี 2549 หรือเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ศิลปินท่านนี้ก็ได้ปั้นงานชุด 9 ด้วยเกล้า ซึ่งเป็นผลงานประติมากรรมที่ปั้นรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชุด 9 องค์ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนถึงครองราชย์ครบ 60 ปี ซึ่งศิลปินท่านนี้ทำมาทั้งหมด 9 ชุด ชุดละ 9 องค์

“โชคดีที่ผมได้มีโอกาสจองไว้ได้ทันครบทั้งชุด ซึ่งแต่ละซีรี่ส์ก็มีรูปแบบแตกต่างกันไป คือคอนเซ็ปต์นั้นตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงครองราชย์ครบ 60 ปี ชุดละ 9 องค์ ปั้นออกมาทั้งหมด 9 ชุด แต่อิริยาบถหรือรูปแบบการปั้นนั้นไม่เหมือนกันเลยใน 9 ซีรี่ส์นี้ ต่างๆ กันไปทุกชุด ส่วนใหญ่คนที่จองงานของอาจารย์วัชระจะเลือกไปบางองค์ ไม่มีใครจองยกชุด เพราะงานอาจจะไม่พอ จึงต้องแบ่งๆ กันจอง แต่ผมโชคดีได้มีโอกาสจองไว้ได้ครบชุด ซึ่งตอนนี้ถือเป็นของหายาก และราคาก็ขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต” เขาเล่าให้ฟัง

สุชาย บอกว่า งานของอาจารย์วัชระเริ่มหายากขึ้น เพราะงานมีน้อยชิ้น และระยะ 5-6 ปีหลังๆ นี้ อาจารย์แทบจะไม่ผลิตงานใหม่ๆ ออกมาเลย และฝีมือท่านดีมากๆ “ท่านปั้นรูปเหมือนของสมเด็จย่าออกมาหลายชุด ถึงขนาดที่ในหลวง ร.9 พระองค์ท่านยังทรงให้ข้าราชบริพารมาขอซื้องาน”

เขาบอกว่าเขาสะสมงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากที่สุด มีทั้งงานประติมากรรม พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ นอกจากงานของวัชระแล้วเขาก็สะสมงานของ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี โดยตอนนี้เขามีงานสะสมของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่หลายร้อยชิ้น และมีงานของในหลวงรัชกาลที่ 5 อยู่พอสมควร เขาสะสมงานทั้งสองพระองค์นี้มากที่สุด

เพราะการได้ไปชมงานศิลปะถือเป็นความสุข แม้ไม่มีโอกาสได้ครอบครอง แค่ได้มองก็สุขใจ

นอกจากนี้ เขายังได้นำเอางานศิลปะประติมากรรมบางชิ้นที่เขาสะสมไว้มาแสดงไว้ที่ช่างชุ่ย เพื่อแบ่งปันให้คนอื่นได้มีโอกาสชื่นชมความงามไปด้วยกัน โดยงานชิ้นไหนที่มีซ้ำหากมีคนมาขอแลกเปลี่ยนกันก็มี “เราเข้าใจคนที่ชื่นชอบงานศิลปะ คนคอเดียวกันย่อมเข้าใจกัน อะไรแบ่งปันกันได้แลกเปลี่ยนในสิ่งที่เรามีซ้ำ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของหมู่นักสะสม บางครั้งแค่เห็นแม้ไม่ได้ครอบครองก็มีความสุขใจแล้ว” เขาบอกด้วยรอยยิ้ม

สำหรับการดูแลรักษานั้น รูปปั้นและประติมากรรมต่างๆ ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงไม่ให้ตากแดด ตากฝน ไม่ให้อยู่ในที่ที่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไปเท่านั้น ไม่ต้องเข้าตู้โชว์ นานๆ ทีก็อาจจะปัดฝุ่นบ้างเท่านั้น เพียงแต่หาที่ตั้งให้ดูดีเป็นเรื่องเป็นราว รูปเจ้ารูปนายจัดวางให้สมฐานะเป็นของสูงอย่ามาวางที่ต่ำ อย่าให้หล่นหรือกระแทกจนแตกหักเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งบางครั้งหากโดนลมโดนแดดนิดๆ หน่อยๆ งานอาจจะเปลี่ยนสีไปบ้าง ก็ดูขลังมีเสน่ห์ไปอีกแบบ เพราะเป็นธรรมชาติของงานบรอนซ์

ข่าวอื่นๆ