อรรถกานท์ พิมพ์วงศ์ สุขสดชื่นเหมือนมีปอดส่วนตัว

  • วันที่ 10 มิ.ย. 2561 เวลา 10:12 น.

อรรถกานท์ พิมพ์วงศ์ สุขสดชื่นเหมือนมีปอดส่วนตัว

โดย อณุสรา ทองอุไร

เขาเป็นผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้หญิง ในฐานะคนทำงานนั้นเขาเป็นโปรดิวเซอร์รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง แต่ถ้าเป็นวันหยุดเขาเป็นคุณพ่อของลูกชายตัวน้อยวัย 5 ขวบ ที่มีกิจกรรมในการทำสวนเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลากับลูกน้อยวัยซน หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า ถ้าเป็นวันหยุดนั้นเขาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเป็นหัวหน้าทีมเด็กๆ ที่มักจะมีลูกเพื่อนๆ หรือเพื่อนๆ ลูกมาร่วมกิจกรรมทำโน่นนี่นั่นในสวนเป็นที่สนุกสนานของทั้งคุณพ่อแลคุณลูก

เจ๋ง-อรรถกานท์ พิมพ์วงศ์ ที่เริ่มสนใจการทำเกษตรทางเลือก เกษตรผสมผสานแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เขาเล่าว่าเริ่มสนใจเรื่องเกษตรพอเพียงเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ไปทำสกู๊ปข่าวเกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเห็นเกษตรกร ชาวบ้าน ทำได้จริงมีอยู่มีกินไม่ลำบากเดือดร้อน เขาก็เริ่มสนใจแบบหนักแน่นจริงจัง

“ที่จริงผมสนใจเรื่องการทำเกษตรอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ทำต่อเนื่องจริงจังคือ ชอบปลูกต้นไม้ ว่างก็ปลูกทิ้งไว้ มีเวลาก็ไปดูแล ถ้าไม่มีก็ไม่ได้ดูแลเท่าที่ควรคือ โชคดีที่บ้านแม่ยายอยู่ย่านพหลโยธินไม่ไกลความเจริญมากนัก ท่านพอมีที่มีทางเหลืออยู่จากที่เราปลูกบ้านแล้วยังเหลือที่อีกเกือบไร่ ก็ปลูกมะม่วง ขนุน ต้นไม้ใหญ่ๆ ไว้กินผล มีกล้วย มะละกอ มะพร้าว หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ต้นไม้ตายไปบ้าง เราก็ลงต้นไม้ไว้ใหม่แล้วก็ปลูกผักเพิ่ม จากเดิมที่ปลูกผักสวนครัวไว้กินเองในบ้าน เราก็เริ่มปลูกผักคะน้า ผักบุ้ง ผักสลัด กระเจี๊ยบ ทำแปลงผักเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา หลักๆ ก็ไว้กินเองเป็นหลัก ปลอดสารเคมีปลูกแบบธรรมชาติเพราะเรากินเอง ถ้ามีเหลือค่อยขายให้กับร้านของชำแถวบ้าน” เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้น

พอได้ไปทำข่าวเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริเมื่อ 2 ปีก่อน เห็นถึงคุณค่าที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านพระราชทานไว้ ก็เริ่มน้อมนำตามคำสอนของพระองค์ท่านอย่างจริงจัง มีเวลาวันหยุดก็ไปทำสวนมากขึ้น ขุดดินยกแปลงผักทำอย่างจริงจังมากขึ้น กินที่เราปลูก ปลูกในสิ่งที่เรากิน แจกจ่ายเพื่อนฝูงบ้าง เหลือก็ขาย

อรรถกานท์ บอกว่า ตัวเขาเองก็เป็นคนกรุงเทพฯ ไม่เคยทำสวนทำไร่มาก่อนก็หัดลองทำลองผิดลองถูกกันไปเรียนรู้กันไปหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตบ้าง แต่เรามีใจรักชอบทำก็ได้ผลที่น่าพอใจ แล้วก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ที่บ้านแทบไม่ต้องซื้อผักกินเลยผลผลิตที่ได้จากในสวนเกือบจะพอกินหมุนเวียนประเภทของผักที่ปลูกไปเรื่อยๆ

ตอนนี้เขาพัฒนาการไปอีกขั้น ด้วยการขุดบ่อเล็กๆ เลี้ยงกุ้งก้ามแดงไว้กินเอง ซึ่งกุ้งพันธุ์นี้มันแพ้ง่ายมากแค่ทาครีมที่มือแล้วไปจับตัวกุ้งก็จะตายได้ง่ายๆ ถ้ากุ้งรอดสุขภาพดีก็จะเป็นดัชนีชี้วัดได้ว่าระบบนิเวศในสวนเราสะอาดปลอดภัยจริงๆ

อนาคตเขาวางแผนจะเลี้ยงไก่ไว้กินไข่ แต่ก็กลัวงูจะมากิน เพราะหลังซอยบ้านเขานั้นยังมีพื้นที่สวนป่ารกครึ้มมีงูชุมอยู่ก็กลัวจะมากินไก่ แล้วที่บ้านมีเด็กก็ไม่อยากให้มีงูเข้ามาบ่อยๆ

เขาบอกว่าสิ่งที่ได้จากการทำสวนเองนั้น นอกจากที่ได้ผลผลิตหลายอย่างไว้บริโภคในครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินพืชผักที่สะอาดปลอดภัยมั่นใจว่าไร้สารเคมีแล้ว ยังถือว่าได้ออกกำลังกายได้เสียเหงื่อไม่ต้องเสียเงินไปเข้าฟิตเนสที่ไหนให้ยุ่งยาก ที่สำคัญคือมีความสุขความอิ่มเอมใจ เหมือนชีวิตได้มีจุดมุ่งหมายใหม่ๆ ให้ทำรอวันหยุดที่จะได้ลงต้นไม้เพิ่มจะทำนั่นทำนี่เพิ่ม พอเพื่อนฝูงญาติมิตรเขารู้ว่าชอบปลูกต้นไม้ไปเจอพันธุ์พืชแปลกเขาก็ซื้อมาฝากเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีน้ำใจให้กัน มีเรื่องราวให้ได้คุยกันเยอะขึ้น

“ที่สำคัญที่สุดคือได้ทำกิจกรรมกับลูก ที่ช่วยให้เขามีพัฒนาการที่ดีได้สอนได้เล่น ได้พูดคุยกัน ลูกชายจะมีส่วนในการช่วยหยิบจับนั่นนี่ คือธรรมชาติของเด็กเขาชอบวิ่งชอบออกกำลังชอบที่โล่งกว้าง แต่ที่อยู่อาศัยยุคนี้เราอยู่กันแต่ทาวน์เฮาส์ คอนโด บ้านเดี่ยวที่มีบริเวณราคาแพงหายาก ทำให้เด็กไม่ได้วิ่งเล่นไม่ได้ปีนต้นไม้ ก็เล่นแต่คอมพิวเตอร์ มือถือ อยู่แต่ในห้องแคบๆ เดินเล่นกันแต่ในห้าง พอเรามีที่กว้างๆ ให้ลูกได้เล่นเราก็อยากหากิจกรรมทำกับลูก บางทีเพื่อนก็เอาลูกมาเล่นด้วย หรือเพื่อนลูกมาเล่น ก็เป็นสังคมที่น่ารักอีกแบบหนึ่ง นั่งเล่นกันอยู่แต่ในสวน ให้เด็กได้เล่นดินเล่นทรายกันบ้างเขาได้จับไส้เดือนครั้งแรกเขาตื่นเต้นมากแล้วก็ไม่กลัวไส้เดือนด้วย” เขากล่าวอย่างมีความสุข

ตอนนี้เขากำลังจะหาอ้อยพันธุ์ดีมาปลูก เพราะนึกอยากกินอ้อยควั่นแบบตอนที่เขาเด็กๆ อ้อยเย็นๆ หวานชื่นใจ กัดลงไปไม่แข็งมาก บางทีก็หวนหาวัยเด็ก และอยากนำประสบการณ์น่ารักๆ แบบที่เขาเคยได้ทำให้ลูกชายตัวน้อยของเขาได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความทรงจำที่แสนประทับใจของรุ่นคุณพ่อบ้าง

เมื่อก่อนเคยแอบคิดกังวลว่า ถ้าหากหลังเกษียณแล้ว จะไปทำอะไรดี ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ จะทำธุรกิจอะไรดีก็ยังนึกไม่ออก แต่พอได้มาทำตรงนี้ รู้สึกว่าเหมือนมีเป้าหมายในชีวิต พอเห็นทางว่านี่คือสิ่งที่จะทำต่อไปได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวหลังเกษียณ เหมือนได้เติมเต็มชีวิตขึ้นไปอีกขั้น

“หวังต่อไปในอนาคตว่าหากเรามีประสบการณ์มากกว่านี้เราเก่งกว่านี้ จะเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้กับคนที่สนใจเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริให้เป็นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลให้ความรู้กันได้ต่อไป ถึงตอนนั้นอายุ 60 กว่าเราก็ไม่ได้หวังร่ำรวยอะไรอีกแล้ว พอมีพอกินพอใช้ ได้มีงานทำ ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง มีชีวิตที่เรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติใช้ชีวิตแบบเนิบช้า มีเวลาอยู่กับตัวเอง มีสมาธิ มีความสุขแบบพอเพียงและอยากบอกว่าสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านสอนไว้เป็นสิ่งที่ทำได้จริง เป็นของดีมีประโยชน์ต่อไปในอนาคตเรื่องเกษตรนี่สำคัญ ถ้าประเทศไทยเป็นครัวของโลกอย่างที่คาดการณ์กันไว้ ใครที่ทำตรงนี้ได้ย่อมได้เปรียบ ถึงไม่รวยแต่ก็มีกินไม่อดไม่อยากมันดีกับจิตใจจริงๆ”

เขาสรุปสุดท้ายเอาไว้ว่า ใครที่อยไากจะทำสวนครัวปลูกผักผลไม้ไว้กินเอง แม้จะมีที่เพียงน้อยนิดก็ทำได้ ปลูกลงกระถางทำสวนแนวตั้งก็ได้ ขอให้มีใจรักต้นไม้เท่านั้น ลองหัดลองปลูกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งไปเอง พื้นที่ไม่ใช่ข้อจำกัด ขอเพียงใจรักนั่นสำคัญกว่า

ข่าวอื่นๆ