ข้าวน้ำตาลต่ำ เพื่อคนรักสุขภาพ

  • วันที่ 22 พ.ค. 2561 เวลา 12:07 น.

ข้าวน้ำตาลต่ำ เพื่อคนรักสุขภาพ

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว

ข้าวเป็นอาหารหลักที่อยู่ในทุกมื้ออาหารของคนไทย จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงาน เมื่อผ่านกระบวนการย่อยสลายของร่างกายจะเปลี่ยนเป็นกลูโคสหรือน้ำตาล และถูกดูดซึมเพื่อนำไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงานของร่างกาย กระนั้นการบริโภคข้าวควบคู่กับอาหารอื่นๆ ที่มากเกินไปก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญของการเป็นโรคเบาหวานได้ ทว่า ในอนาคตอันใกล้คนไทยจะได้กินข้าวน้ำตาลต่ำที่สามารถช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้ข้าวกล้องและไรซ์เบอร์รี่ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการลดปริมาณการบริโภคแป้งและน้ำตาล โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ทำการวิจัยนวัตกรรมข้าวน้ำตาลต่ำสำเร็จ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพโดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานเป็นอย่างดี

ผศ.ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล รองคณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร สจล. กล่าวว่า สจล.ได้วิจัยและค้นพบกรรมวิธีในการดัดแปรโครงสร้างเคมีของข้าวเจ้าจนออกมาเป็นข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI : Low Glycemic Index) โดยไม่ใช้สารเคมี ผ่านกระบวนการการควบคุมอุณหภูมิซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างทางเคมีของข้าว โดยนำข้าวเจ้าไปผ่านกระบวนการให้ความร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วยวิธีการนึ่งแล้วทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วผ่านการแช่เย็น จากนั้นนำมาอบแห้งอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้โครงสร้างทางเคมีสามารถทนทานต่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ถูกย่อยสลายช้า ร่างกายเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลและดูดซึมได้ช้าลง และทำให้รู้สึกอิ่มนานมากยิ่งขึ้น โดยทีมผู้วิจัยสามารถลดค่าดัชนีน้ำตาลของข้าวดังกล่าวได้กว่า 25% เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวเจ้าทั่วไป และเมื่อนำไปป่นให้เป็นแป้งข้าวเจ้า สามารถลดค่าดัชนีน้ำตาลได้ต่ำในระดับที่เทียบเท่ากับข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่เหล่าคนรักสุขภาพนิยมรับประทาน

“ปกติข้าวที่เรารับประทานทั่วไปจะมีค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ที่ 85 ขึ้นไป ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง แต่ทีมวิจัยสามารถลดค่าดัชนีน้ำตาลของข้าวเจ้าผ่านกรรมวิธีข้างต้น ลงมาอยู่ที่ระหว่าง 65-75 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มดัชนีน้ำตาลระดับกลาง ขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธ์ุของข้าวนั้นๆ ซึ่งสายพันธุ์ที่สามารถลดค่าดัชนีน้ำตาลลงมาได้สูงที่สุด ได้แก่ ข้าวเสาไห้ และหากนำไปป่นเป็นแป้งข้าวเจ้าจะสามารถลดค่าดัชนีน้ำตาลลงมาอยู่ระหว่าง 50-55 ซึ่งจัดอยู่ในระดับต่ำ โดยผ่านกรรมวิธีที่ไม่ต้องใช้สารเคมี จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลกระทบและสารตกค้างภายในร่างกายอย่างแน่นอน”

ทุกวันนี้ในท้องตลาดจะมีข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำอยู่แล้ว แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถรับประทานข้าวชนิดดังกล่าวได้ เนื่องจากมีฟอสฟอรัสและแคลเซียมสูงเกินปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย ส่งผลต่อระบบหน่วยไตที่ต้องทำงานหนักมากขึ้น อาจก่อให้เกิดนิ่วในไต และเสี่ยงต่อภาวะไตวาย อันเป็นโรคแทรกซ้อนอันดับต้นๆ ของผู้ป่วยโรคดังกล่าว นวัตกรรมข้าวเจ้าดัชนีน้ำตาลต่ำนี้ จึงตอบโจทย์การควบคุมปริมาณการบริโภคข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยผู้รับการรักษายังสามารถคงพฤติกรรมการบริโภคข้าว อาหารหลักหัวใจชาวไทย ที่ขาดไม่ได้ในทุกมื้อ โดยไม่ถูกจำกัดปริมาณ ซึ่งส่งผลดีต่อการรักษาทั้งด้านสภาพร่างกายและจิตใจ

“การวิจัยอยู่ระหว่างกระบวนการนำไปทดสอบและใช้รักษาจริงในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตั้งเป้าว่าจะเริ่มใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมถึงสามารถต่อยอดนวัตกรรมทางการเกษตรดังกล่าวไปเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ อาทิ แป้งข้าวเจ้าสำหรับใช้ประกอบอาหารและทำขนมเพื่อสุขภาพที่สามารถลดปริมาณน้ำตาล หรือข้าวกึ่งสำเร็จรูปน้ำตาลต่ำพร้อมรับประทาน เพื่อเป็นตัวเลือกบริโภคและลดอัตราเสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคต” ผศ.ดร.นภัสรพี กล่าว

ข่าวอื่นๆ