ไหว้ 9 พระอาเซียน 9 พระนามมงคล

  • วันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลา 12:13 น.
  • | เปิดอ่าน 566
Share on Google+
LINE it!

ไหว้ 9 พระอาเซียน 9 พระนามมงคล

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ กระทรวงวัฒนธรรม 

เมื่อวันวิสาขบูชามาถึง ก็พึงที่พุทธศาสนิกชนจะได้เวียนเทียนประทักษิณและปฏิบัติบูชาโดยทั่วกัน วันวิสาขบูชาปีนี้ ตรงกับวันอังคารที่ 29 พ.ค.หรือในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ในฐานะที่เป็นชาวพุทธปุจฉาก็ไถ่ถามกันตามประสา อีกแบ่งปันถึงแหล่งสถานประมาณสัปปายะ ที่จะได้กราบสักการ 9 พระอาเซียนและ 9 พระนามมงคลแบบวันสต็อปเซอร์วิส ไม่ใช่อื่นไกล...ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร (นี่เอง)

พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ ประธานคณะกรรมการเตรียมงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชาโลก 2561 ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ กระทรวงวัฒนธรรม เล่าว่าโครงการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลกปีนี้ จะจัดขึ้น ณ บริเวณลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. รวม 5 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น.

“พระอาเซียนจาก 9 ประเทศ และพระนามมงคลจาก 9 วัดดังทั่วประเทศของไทย จะได้จำลองมาประดิษฐานให้ประชาชนสักการะอย่างสะดวกสบายแบบวันสต็อปเซอร์วิส จุดเดียวพร้อมกันไหว้ให้ครบ 18 องค์พระศักดิ์สิทธิ์ ณ ลานคนเมือง เสาชิงช้าในวันวิสาขบูชานี้”

วันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธบริษัทต่างยึดถือเป็นวาระสำคัญ โดยปีนี้การจัดงานฯ เน้นกิจกรรมที่มุ่งปฏิบัติด้านศีล สมาธิ ปัญญา เพิ่มพลังศรัทธาศาสนาพุทธ ถือเป็นมหากุศลถวายเป็นราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

งานวันวิสาขบูชาปกติจัดที่บริเวณท้องสนามหลวง หากปีนี้เป็นปีแรกที่ริเริ่มจัดขึ้นที่ลานคนเมือง เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากพระอาเซียนทั้งหมดจำนวน 9 องค์ ที่จำลองมาประดิษฐานโดยเฉพาะพระนามมงคลอีก 9 องค์ มิใช่เรื่องง่าย ที่จะไหว้สักการะในจุดเดียวพร้อมกัน รวมทั้งยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก

“ไหว้พระเป็นสิริมงคล ในนามของกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกรุงเทพมหานคร ขอเชื้อเชิญทุกท่านได้มาไหว้พระที่ลานคนเมืองในวาระอันเป็นมงคลยิ่งนี้”

9 พระนามมงคล

1.พระไพรีพินาศ

วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร

ราวปี 2391 มีผู้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งขณะนั้นผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร พระไพรีพินาศองค์นี้ทรงแสดงอภินิหารให้ปรากฏอริราชศัตรูที่คิดปองร้าย ต่างพ่ายแพ้ภัยตนเอง จึงโปรดให้ถวายพระนามว่า พระไพรีพินาศ

2.หลวงพ่อดับภัย

วัดดับภัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระพุทธรูปศิลปะล้านนา เชียงแสนยุคแรก หล่อขึ้นด้วยโลหะสัมฤทธิ์ สร้างโดยพระยาอภัย ไม่ว่าท่านจะย้ายไปอยู่ที่ใด จะอัญเชิญหลวงพ่อดับภัยไปด้วยทุกที่ ต่อมาเกิดล้มป่วยหนัก ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใดก็ไม่บรรเทาลงได้ จึงตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าหลวงพ่อ พระยาอภัยหายจากอาการเจ็บป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อมาท่านตั้งบ้านเรือนที่บริเวณวัดตุงกระด้าง ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ พร้อมอัญเชิญหลวงพ่อดับภัยมาประดิษฐาน

3.หลวงพ่อดวงดี

วัดดวงดี อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระพุทธรูปเก่าแก่ปางมารวิชัย ทางวัดได้เก็บรักษาไว้อย่างเร้นลับ มีเพียงองค์จำลองให้กราบไหว้แทน เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 มีการอัญเชิญหลวงพ่อดวงดีองค์จริงออกมาให้ประชาชนได้สักการะเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี แม้กระทั่งพระและสามเณรในวัด หากไม่ได้บวชมานานจริงๆ ก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เชื่อกันว่าใครได้เห็นได้กราบไหว้ จะดวงดีตลอดไป

4.หลวงพ่อโชคดี

วัดท่าใหม่อิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์พระปิดทองงามอร่าม ประดิษฐานในวิหารเก่าแก่อายุ 500 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยกทัพขึ้นมารบกับพม่า ชื่อวัดมีที่มาจากพระนามของ“พระนางมณีจันทร์” พระชายาของสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเคยใช้พระนามแฝงว่าแม่อิชื่อนี้ได้กลายมาเป็นชื่อของวัด ต่อมาเพี้ยนเป็นวัดท่าใหม่อิ ทุกวันจะมีผู้ศรัทธาเดินทางมาขอพร

5.หลวงพ่อสมหวัง

วัดกลางบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

สร้างโดยพระครูสุนทรวุฒิคุณ (หลวงพ่อพุฒ สุนฺทโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางบางพระที่มรณภาพแล้วศพไม่เน่าเปื่อย ท่านได้สร้างหลวงพ่อสมหวังจากนิมิต (22 เม.ย. 2525) หลังจากมีผู้มาสักการะขอพรและได้รับโชคลาภมากมาย บางคนแก้บนด้วยหัวหมู 500 หัว ไข่ไก่ 5 หมื่นฟอง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเดินทางมาสักการะขอพร

6.หลวงพ่อทันใจ

วัดพระธาตุดอยคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวเชียงใหม่ 1,400 ปี สร้างขึ้นในรัชสมัยพญากือนา กษัตริย์อาณาจักรล้านนา มีชื่อเสียงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ผู้บนบานได้สมปรารถนา ทุกคนจะเดินทางกลับมาถวายดอกมะลิแก้บน (50 พวงขึ้นไป)

7.หลวงพ่อสัมฤทธิ์

วัดไผ่เงินโชตนาราม เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ

พระพุทธรูปปางมารวิชัย เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกร พระมงคลสุธี (สี ยโสธโร) เจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม ได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนาราม กองพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุสืบประวัติทราบเพียงว่า เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลายต่อสมัยอยุธยา มีการปิดทองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ทั้งองค์ในช่วงฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

8.หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

วิหารริมคลอง อ.หนองแค จ.สระบุรี

พบหลวงพ่อเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ปี 2502 โดยคนงานชลประทานประตูน้ำพระเอกาทศรถมาขุดดินได้พบก้อนดินที่แข็งมาก ขุดไปได้หลายวัน ดินที่เป็นก้อนแข็งได้แตกเป็นรูปองค์พระ ยายเกลี้ยงสุขเจริญ บ้านอยู่ใกล้องค์หลวงพ่อ เกิดอาการคล้ายคนเข้าทรง ชาวบ้านถามว่าเป็นใครก็ตอบว่า “หลวงพ่อ” มาจากไหน ก็ตอบว่า“มาอยู่ที่นี่ 2 สมัยแล้ว”

ยายหนูชาวบ้านแถวนั้นถามต่อว่าชื่ออะไร ตอบว่า “รับทำได้ไหมแล้วจะบอกชื่อให้” ยายหนูรับปาก หลวงพ่อจึงบอกให้นิมนต์พระ 5 วัด มาสวดและให้ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขันธ์ห้าทุกวัน และจัดงานกลางเดือน 12 ทุกปี แล้วหลวงพ่อก็บอกชื่อว่า “สำเร็จศักดิ์สิทธิ์” ศักดิ์สิทธิ์และสำเร็จทุกอย่างที่คิด

9.หลวงพ่อเหลือ

วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

พระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างในสมัยหลวงปู่เบี้ยวเป็นเจ้าอาวาส ปี 2445 หล่อจากทองเหลืองที่เหลือจากการหล่อพระประธานในอุโบสถ จึงได้ชื่อหลวงพ่อเหลือ เป็นพระพุทธรูปองค์เดียวในวัดสร้อยทองที่รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายพันธมิตร เนื่องจากวัดอยู่ใกล้สะพานพระรามหก ซึ่ง เป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์

9 พระอาเซียน จาก 9 ประเทศ

1.พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

พระพุทธรูปเก่าแก่คู่กับพระพุทธสิหิงค์ พ.ศ. 1978 สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งล้านนา สถูปใหญ่ในเมืองเชียงรายถูกฟ้าผ่าทลายลง พบว่ามีพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ข้างใน จึงอัญเชิญขึ้นประดิษฐานในวิหาร ต่อมาปูนปั้นกะเทาะออกปรากฏเป็นพระพุทธรูปแก้วทึบสีเขียวมรกต งดงามบริสุทธิ์ โปรดให้อัญเชิญมาสู่เมืองเชียงใหม่

หากกระบวนช้างทรงกลับอัญเชิญไปเมืองลำปาง เป็นอาการถึง 3 ครั้ง พระเจ้าสามฝั่งแกนจึงอัญเชิญไปไว้ ณ วัดพระแก้วดอนเต้า ประดิษฐานที่เมืองลำปาง 32 ปี ต่อมาในสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. 1985-2031) จึงอัญเชิญสู่เชียงใหม่ ในช่วงเวลา 300 กว่าปีได้ประดิษฐานยังเมืองหลวงพระบางตราบกระทั่ง พ.ศ. 2321 สมัยกรุงธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก คุมกองทัพไปกรุงเวียงจันทน์ ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาด้วย ต่อมาเมื่อสร้างพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้วเสร็จ จึงอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถ

2.พระบาง

เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่ราชอาณาจักรลาว ปางห้ามสมุทร ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อครั้งพุทธศักราช 236 มีพระอรหันต์ชื่อว่าพระจุลนาคเถระ จำพรรษาอยู่ลังกาทวีป ปรารถนาจะให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไปถึง 5,000 ปี จึงมีดำริสร้างพระพุทธปฏิมากร ได้ให้คนไปป่าวร้องบอกบุญชาวเมืองลังกาทวีป แล้วให้ช่างปั้นรูปพระพุทธองค์ ในลักษณะยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นห้ามสมุทร (ห้ามญาติ)

ถวายพระนามว่าพระบาง แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ ใส่ผอบแก้วขึ้นประดิษฐานไว้บนอาสนะทอง เบื้องหน้าพระพักตร์พระบาง อธิษฐานว่า หากพระจะได้เป็นที่สักการบูชาแก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย ขอให้พระบรมสารีริกธาตุทั้งห้าเสด็จเข้าสถิตในพระบาง พระบรมธาตุเสด็จเข้าไปประจำพระนลาฏ 1 องค์ พระหนุ 1 องค์ พระอุระ 1 องค์ พระหัตถ์เบื้องขวา 1 องค์ พระหัตถ์เบื้องซ้าย 1 องค์ แสดงปาฏิหาริย์มหัศจรรย์เป็นนานาประการ จัดสมโภช 7 วัน 7 คืน ผู้ใดได้สักการบูชาจะหมดทุกข์หมดโศก เจริญรุ่งเรือง

3.พระแก้วมรกต

วัดเจดีย์เงิน (วัดพระแก้ว) กรุงพนมเปญ กัมพูชา

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองกรุงพนมเปญ องค์พระสีเขียวมรกต มีความศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือ ผู้ขอพรประสบความสุขความสำเร็จดังปรารถนา วัดพระเจดีย์เงิน รู้จักในนาม “วัดพระแก้ว” ห้ามถ่ายรูปอย่างเด็ดขาด สมเด็จพระนโรดมทรงสร้างเจดีย์เงินนี้ขึ้นในปี 1892  

4.พระมหามัยมุนี

มัณฑะเลย์ เมียนมา

พระมหามัยมุนี แปลว่า พระผู้เป็นที่เคารพสูงสุด ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพุทธกาล โดยกษัตริย์แห่งเมืองยะไข่องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์ สูง 12 ฟุต 7 นิ้วก่อนสร้างพระองค์ได้ทรงพระสุบินว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทานพรให้พระพุทธรูปเป็นตัวแทนพระพุทธองค์ในการสืบทอดพระศาสนา

ในอดีตแม้เมืองยะไข่จะถูกรุกรานโดยกษัตริย์ที่ทรงแสนยานุภาพเพียงใด ก็ไม่อาจเคลื่อนย้ายพระมหามุนีออกจากเมืองได้ ต้องมีเหตุขัดข้องทุกคราไป ตราบเมื่อพระเจ้าปดุงยกทัพมาตียะไข่ได้ จึงอัญเชิญลงมาตามลุ่มน้ำอิระวดีถึงเมืองมัณฑะเลย์ องค์พระถูกปิดทองทั้งองค์ทับซ้อนกันหลายร้อยปี(ยกเว้นบริเวณพระพักตร์) ทำให้องค์พระแลดูใหญ่ขึ้น แต่อัศจรรย์ที่พระพักตร์ก็ใหญ่โตขึ้นตาม ทั้งที่มิได้ปิดทองที่พระพักตร์เลย

5.พระประธาน วัดเซ็นกวน

วัดเซ็นกวน เมืองมะนิลา ฟิลิปปินส์

พระพุทธรูปประทับนั่ง พุทธลักษณะแตกต่างจากพระพุทธรูปทั่วไป ประดิษฐานอยู่ที่วัดเซ็นกวน วัดสำคัญทางพุทธศาสนาในฟิลิปปินส์ ภายในวัดมี 3 ห้องโถง ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ประธาน พุทธศาสนิกชนพากันหลั่งไหลมา เพื่อสักการะพระพุทธปฏิมาประธาน ขอพรในสิ่งที่ปรารถนา ซึ่งจะสำเร็จตามตามบุญบารมีแห่งตน

6.พระอมิตาพุทธ

วัดโต๋งเลิม เมืองญาจาง เวียดนาม

พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม แกะสลักจากหิน สูง 44.8 เมตร สร้างในปี 2552 ด้วยเงิน 6,546 ล้านด่อง (3.1 แสนดอลลาร์สหรัฐ) เป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวพุทธในเวียดนาม ประทับอยู่ด้านทิศตะวันตกของสุขาวดี ตามความเชื่อของชาวพุทธนิกายมหายาน มีพุทธลักษณ์เป็นศิลปะแบบจีน

7.พระศากยมุนี

วัดเมนดุด เกาะชวา อินโดนีเซีย

พระพุทธปฏิมาศักดิ์สิทธิ์ของอินโดนีเซีย ประทับนั่งในท่าห้อยขา โดยมืออยู่ในท่าหมุนพระธรรมจักร ประดิษฐานในวัดเมนดุดเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่ก่อนสมัยบุโรพุทโธ (Borobudur) วัดสร้างในปี 824 ภายในวัดประดิษฐานพระศากยมุนี, พระอวโลกิเตศวรและพระศรีอริยเมตไตรย

8.หลวงพ่อโต สิงคโปร์

วัดศากยมุนีพุทธคยา (วัดโคมไฟพันดวง) ถนนสนามม้า สิงคโปร์

พระพุทธปฏิมาองค์ใหญ่ ปางมารวิชัย สีจีวรสีส้ม สูง 15 เมตร สร้างโดยพระวุฒิสาระ พระสงฆ์จากไทย ที่ฐานองค์พระมีภาพประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ ประทับนั่งใต้แสงไฟ ประชาชนที่เดินทางมาสักการบูชา จะรู้สึกเหมือนว่า หลวงพ่อโตเสมือนมีชีวิต เพราะสีที่พระฉวีเหมือนสีผิวคนจริงๆ  

9.พระพุทธลีลามหามงคล (หลวงพ่อสระทอง)

วัดพิกุลทองวราราม รัฐกลันตัน มาเลเซีย ประดิษฐานอยู่ที่วัดพิกุลทองวราราม อำเภอตุมปัด รัฐกลันตัน พุทธลักษณะปางลีลา ซึ่งจำลองแบบมาจากพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล นครปฐม ประเทศไทย เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในมาเลเซีย

Share on Google+
LINE it!