ท่านได้แต่ใดมา

  • วันที่ 15 พ.ค. 2561 เวลา 10:24 น.
  • | เปิดอ่าน 895
Share on Google+
LINE it!

ท่านได้แต่ใดมา

เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : เอเอฟพี 

การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีในสายตาคนทั่วไป แต่เชื่อไหมว่าคนรวยส่วนใหญ่แม้จะมีเงินเก็บหลายล้านก็ล้วนเป็นหนี้ธนาคารด้วยกันทั้งสิ้น ทำไมพวกเขาถึงเลือกที่จะเป็นหนี้เพราะเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างหนึ่ง หากใช้เงินเก็บที่มีลงทุนแล้วไม่ได้ผลตามที่คาด

เท่ากับว่าเงินเก็บหลายปีที่ผ่านมานั้นต้องสูญสลายหายไปในพริบตา แต่หากกู้ยืมเงินธนาคารมาลงทุนในเพียงบางส่วนก็จะทำให้ความเสี่ยงนั้นลดลงและหากได้ผลกำไรดีก็ยังสามารถลงทุนกู้ยืมลงทุนทำธุรกิจเพิ่มเติมอีกได้ นั่นคือการเป็นหนี้เพื่อสร้างรายได้และเงินที่งอกเงยขึ้นมา แล้วหนี้สินของเราส่วนใหญ่ล่ะเกิดจากอะไรบ้าง

1.ชีวิตต้องใช้ให้คุ้ม

ค่านิยมเรื่องความกลัวใช้ชีวิตไม่คุ้ม ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่อยากทำงานไปจนวันตาย อยากเที่ยว อยากกิน ทำให้เราไม่อยากทำงานเก็บเงิน อยากกินอยากเที่ยว อยากได้อะไรก็จะใช้เงินโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ ทั้งที่ตัวเลขอายุขัยเฉลี่ยของประชากรไทย และประชากรโลกนั้นมีแนวโน้มอายุยืนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราลืมไปว่าเรี่ยวแรงหาเงินตอนสูงอายุนั้นไม่ได้มีมากเท่ากับหนุ่มสาวที่ยังมีเรี่ยวแรงและความฝัน

จึงเป็นเหตุให้เราใช้เงินในการหาความสุขให้กับตัวเองโดยลืมคำนึงถึงอนาคตที่เราอาจจะมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และสร้างหนี้ด้วยการรูดบัตรเครดิต สร้างหนี้ระยะสั้นเพื่อความสุขใส่ตัวมากเกินไป การหาความสุขเพื่อความผ่อนคลายในชีวิตนั้นมีได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความสุขที่ไม่สร้างหนี้ ไม่เกินกำลังจ่ายมากเกินไป

2.ชีวิตต้องอินเทรนด์

ไม่มีใครอยากตกยุคหรือล้าสมัย เทคโนโลยีนั้นมีค่าใช้จ่ายราคาแพงกว่าที่เราคิดเสมอ เมื่อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาก็เริ่มขวนขวายหาเทคโนโลยีที่ดีกว่า โดยลืมไปว่าเราจำเป็นต้องใช้ความสามารถตรงนั้นหรือเปล่า เช่น กล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซล คมชัดทุกรูขุมขน แต่พออัพขึ้นอินสตาแกรมแต่งภาพย้อมสี คุณภาพเหลือ 3 แสนพิกเซลแล้ว แล้วอีก 19.7 ล้านพิกเซล ที่เหลือ กับราคา 2 หมื่นกว่าบาทนั้นหายไปไหน

ใช้เงินเท่าที่จำเป็นกับเทคโนโลยีทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ต้องไม่ทำให้เราเป็นหนี้เพิ่มขึ้น คนที่หาเงินเก่งจะมองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือในการทำงานหาเงินเท่านั้น นักธุรกิจรุ่นเก่าใช้เพียงแค่โทรศัพท์พื้นฐานโทรติดต่องานก็สามารถสร้างรายได้หลักแสนหลักล้านก็มี ลองเพิ่มแนวความคิดว่าต้องใช้เทคโนโลยีทำเงิน ไม่ใช่เสียเงินไปกับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

3.ชีวิตไม่เคยยับยั้งชั่งใจ

การใช้เงินโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ นั้นคือสาเหตุหลักที่ทำให้คนเราใช้จ่ายเงินสูงเกินรายได้จนเกิดหนี้ โดยเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เราซื้อโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ ที่มักจะให้น้ำหนักกับการซื้อก็คือเรื่อง ความชอบ เป็นความชอบส่วนบุคคล เช่น ของสะสม แก้วน้ำ รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า แว่นตา กล้องถ่ายรูป เห็นแล้วอดใจไม่ได้ต้องซื้อ

อีกเหตุผลที่ใช้เงินโดยขาดความยับยั้งชั่งใจก็คือ ความจำเป็นเทียม บางครั้งเราคิดว่าสิ่งที่เรากำลังจะซื้อนั้นจำเป็นต้องใช้ เช่น กระเป๋าใบใหม่ที่มีช่องใส่เพิ่มขึ้น ทั้งที่ใบเดิมมีช่องใส่น้อยกว่าเพียงแค่ช่องเดียว หรือกระเป๋าเดินทางที่ต้องซื้อให้ครบทุกไซส์เผื่อการเดินทางหลายวัน ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยเที่ยวเกินระยะเวลา 5 วัน กับกระเป๋าขนาด 20 นิ้ว หรือซื้อหม้อหุงข้าวแบบคอมพิวเตอร์ทำอาหารได้หลากหลาย แต่ใช้จริงเพียงหุงข้าวทั่วไป ไม่เคยเอามาต้มทำโจ๊ก หรืออบขนมปังในหม้อข้าวเลยสักครั้ง แบบนี้คือความจำเป็นเทียมที่ต้องคิดให้ดีว่าเอาเข้าจริงแล้วเราจะได้ใช้เป็นประจำอย่างที่คิดหรือเปล่า

4.ชีวิตไม่เคยขายของ

ทักษะจำเป็นในโลกยุคใหม่ก็คือ ทักษะพ่อค้าแม่ค้า การซื้อขายสินค้ามือสองในบ้านจะช่วยประหยัดเงินได้มาก ทุกครั้งที่ซื้อของใหม่เข้ามาแทนที่ของเก่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากของเก่ายังใช้งานได้ก็ควรทำความสะอาดและถ่ายรูปขายของชิ้นนั้นออกไป ซึ่งมีข้อดีคือช่วยให้คุณมีเงินซื้อเครื่องใหม่ในราคาที่ถูกลง เช่น ซื้อลำโพงใหม่ราคา 1,000 บาท แต่คุณขายลำโพงเก่าออกไปได้ 300 บาท ก็เท่ากับว่าคุณซื้อลำโพงใหม่ในราคา 700 บาท

ในหลักการเดียวกันกับการซื้อขายสมาร์ทโฟน เช่น ซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ในราคา 1 หมื่นบาท ใช้งาน 1 ปีผ่านไป คุณอยากจะซื้อเครื่องใหม่ราคา 1.2 หมื่นบาท ก็ขายสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าออกไปได้ในราคา 4,000 บาท แล้วซื้อรุ่นใหม่ก็จะเท่ากับว่าคุณซื้อเครื่องใหม่ในราคา 8,000 บาทเท่านั้น

ทั้งหมดนี้ลองดูว่าคุณสามารถปรับวิธีคิดและรูปแบบการใช้เงินแบบไหนได้บ้าง บางครั้งการสละสิ่งของละทิ้งความเสียดายจะทำให้คุณเสียเงินน้อยลงและได้ของที่จำเป็นกับชีวิตที่แท้จริง

Share on Google+
LINE it!