เอก กฤษณาวารินทร์ ‘แข่งกับเวลา แข่งกับตัวเอง’

  • วันที่ 01 เม.ย. 2561 เวลา 09:51 น.

เอก กฤษณาวารินทร์ ‘แข่งกับเวลา แข่งกับตัวเอง’

โดย ปอย

สุดยอดของนักแอดเวนเจอร์ตัวจริง ดีเจเอก กฤษณาวารินทร์ ดีเจจากเอไทม์ มีไลฟ์สไตล์เกาะกระแส “สปอร์ต เมเนีย” เผยความคลั่งไคล้กีฬาสไตล์คนยุคใหม่ การแข่งขันสนามล่าสุด ไทยแลนด์ไตรลีก ที่บางแสน  ดีเจเอกทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ตามด้วยวิ่งเพื่อเข้าเส้นชัย ทำสถิติไตรกีฬาระยะใกล้ หรือ Sprint Distance ในสนามไตรกีฬาริมทะเลเมืองท่องเที่ยวเก่าแก่ของไทยได้ดีเยี่ยม รั้งอันดับ 8 กลุ่มนักวิ่งชาย อายุ 40-49 ปีขึ้นไป

ไฮไลต์สำคัญสนามนี้ ดีเจเอก บอกประทับใจบรรยากาศเมืองบางแสน ที่มุ่งมั่นก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้อย่างเต็มรูปแบบไปได้ภาคภูมิแล้ว เมืองสวยงาม มีเส้นทางปั่นจักรยานไปตามเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ถนนข้าวหลามตัดใหม่ การวิ่งบนถนนเลียบชายหาด ผ่านแหลมแท่น วิ่งขึ้นเขาสามมุข เส้นทางปั่นจักรยานโชว์วิวเมืองท่องเที่ยว

“ทุกครั้งที่ลงสนาม คือการแข่งกับเวลา แข่งกับตัวเอง สนามนี้ระยะสปรินต์เป็นระยะทางการแข่งขันสั้นที่สุด หรือเรียกว่าไตรกีฬาระยะสั้น โดยมีระยะทางว่ายน้ำอยู่ที่ 750 เมตร ปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตร และตบท้ายวิ่งที่ระยะทาง 5 กิโลเมตร ไตรกีฬา คือการแข่งขันกีฬา 3 ประเภทนี้ ต่อเนื่องกันครับ โดยทำความเร็วในการแข่งขันให้ดีที่สุด ซึ่งผมทำเวลาได้ประมาณ 1 ชั่วโมง 26 นาที

สนามบางแสนผมประทับใจในตอนเข้าเส้นชัย คนเมืองนี้เคยชินกับการปิดเมืองแข่งขันกีฬาหลายๆ ประเภท ทั้งการแข่งรถแบบซิตี้เรซ การแข่งขันจักรยานแบบเซอร์กิต การแข่งขันวิ่งมาราธอน รวมถึงไตรกีฬา กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้นะครับ ก็จะมีคนมาปรบมือต้อนรับและให้กำลังใจนักกีฬา เมื่อเข้าสู่เส้นชัยได้สำเร็จ การแข่งขันไทยแลนด์ไตรลีกที่บางแสนคึกคักมาก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองในการก้าวเข้าสู่เมืองกีฬาที่สมบูรณ์แบบในอนาคตได้เลยครับ

ความรู้สึกเมื่อแตะเส้นชัย ยิ่งช่วงสุดท้ายระยะ 200-300 เมตร แรงก็จะกลับมาเลย จากป้อแป้ กลายเป็นแรงมาฮึกเหิม หรือที่เรียกว่า ฟิน ความที่ได้เห็นคนยืนรอเชียร์ รอถ่ายรูป อะดรีนาลินก็หลั่ง นี่คือความสุขว่าเราทำได้สำเร็จแล้ว มันคือการพัฒนาตัวเองได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว และทำให้เรากล้าไปลองชาเลนจ์ใหม่ต่อไป”

ดีเจเอกเริ่มต้นสนทนาเล่าบรรยากาศการแข่งขันกีฬาที่ติดเข้าไปในเส้นเลือด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

ย้อนไปที่จุดเริ่มต้นราว 4-5 ปีที่แล้ว กับการปั่นจักรยานฟิกเกียร์ หรือจักรยานที่มีเกียร์เดียว ดีเจเอก บอกว่า เมื่อกำลังขาแข็งแรง เพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองมากขึ้น กีฬาก็กลายเป็นสิ่งท้าทายกับตัวเอง ความสุขคือชอบการเอาชนะตัวเอง ชีวิตมีการวางเป้าหมาย การได้เอาชนะสร้างความภูมิใจ แล้วก็จะมีการตั้งเป้าหมายต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นที่มาของการลงสนามวิ่ง

“ผมฝึกความแข็งแกร่ง ลงสนามการแข่งขันไตรกีฬาระยะมาตรฐานด้วยครับ เริ่มต้นที่การวิ่ง 10 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 40 กิโลเมตร และว่ายน้ำอยู่ที่ 1.5 กิโลเมตร ระยะนี้ถือเป็นระยะมาตรฐานของไตรกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก นักกีฬาทุกคนนะครับ ใครทำได้ก็ไปต่อที่สนามไอรอนแมน เป็นการแข่งขันที่ถือว่ายากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกกีฬา จบภายใน 1 วัน การแข่งขันประกอบด้วย ว่ายน้ำ 3.86 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 180.25 กิโลเมตร และวิ่ง 42.2 กิโลเมตร ทุกอย่างต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยมีเวลาให้เพียง 17 ชั่วโมง สนามที่ผมมุ่งมั่นและตั้งเป้าหมายว่าจะไปให้ได้คือ ไอรอนแมนที่สวิตเซอร์แลนด์ครับ”

ดีเจเอกประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะทำเวลาได้ 14-15 ชั่วโมง ก็น่าจะโหดไม่น้อยแล้ว แม้ว่ามีพื้นฐานในการปั่นจักรยานแข็งแกร่งเป็นทุนอยู่แล้ว แต่เส้นทางนี้เป็นเขา ไม่ใช่ทางราบ และอากาศราว 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิระดับนี้ไม่มีอุปสรรคกับการวิ่ง แต่สำหรับว่ายน้ำจัดว่าต้องว่ายฝ่าน้ำค่อนข้างเย็น ที่สำคัญคือการที่เริ่มหัดว่ายน้ำในช่วงวัยเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็จะสู้คนว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้แน่นอน จึงทำให้ต้องฝึกฝนหนักยิ่งขึ้นไปอีก

“ผมลงสนามไตรกีฬา 6-7 รายการ ภายในเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา พอได้เล่นอะไรใหม่ๆ แล้วมันก็ฮึกเหิมนะครับ ผมไม่ถนัดว่ายน้ำ แล้วว่ายน้ำทะเลมันก็ยิ่งทำให้เราตื่นเต้น เรามาเริ่มต้นเล่นไตรกีฬาในวัย 40 กว่าปีแล้ว แต่หัวใจการแข่งขันก็คือความท้าทายที่ไม่ได้จะเอาชนะใคร เราจะสู้เพื่อเอาชนะนอกจากตัวเอง ทำเพื่อความสะใจและแข่งกับตัวเอง คิดแบบนี้สนุกกว่า

ไอดอลของผมคือโค้ชผู้ฝึกสอนของผมเวลานี้ สุนทร ใจมาบุตร ผู้ฝึกสอนไตรกีฬา Stroke Technical Open Water Swimming ‘โค้ชกระสุน’ หรือที่ทุกคนทราบว่าเป็นนักกีฬา ‘มนุษย์ล้อ’ โค้ชประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จากคนประสบความสำเร็จเป็นนักไตรกีฬาความหวังของชาติ พีกในอาชีพถึงที่สุด แต่วันหนึ่งชีวิตเล่นตลก ต้องสูญเสียประสาทยืดเหยียด ร่างกายตั้งแต่หน้าอกไล่ลงมาถึงฝ่าเท้าไม่สามารถควบคุมได้ แต่นั่นกลับไม่ใช่อุปสรรคในชีวิตเขาเลยครับ

โค้ชกระสุนกลับมาเทรนตัวเองให้กลับมาเล่นกีฬาได้ เท่านั้นไม่พอเขายังถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นได้อีกด้วย ในสนามกีฬาโอลิมปิกคนพิการ แม้ว่าเสียเปรียบคนพิการตั้งแต่กำเนิดที่ควบคุมร่างกายดีกว่า หรือคนขา-แขนขาดเพียงข้างเดียว แต่โค้ชไม่ยอมแพ้ ผมจึงให้โค้ชกระสุนเป็นไอดอล ผมว่ายน้ำไม่เก่งเท่าคนอื่นก็ไม่เป็นไร ฝึกแข่งกับตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ สถิติที่ดีกว่าเดิมคือชัยชนะของเรา”

ข่าวอื่นๆ