เติมเศวตชัย นาคสุข กีฬาสร้างสัมพันธ์ สร้างบุคลิกภาพที่ดี

  • วันที่ 25 มี.ค. 2561 เวลา 10:09 น.

เติมเศวตชัย นาคสุข กีฬาสร้างสัมพันธ์ สร้างบุคลิกภาพที่ดี

โดย นกขุนทอง/จุฑามาศ นิจประพันธ์

แม้จะมีงานชุกแต่นักแสดงหนุ่มเลือดใหม่ของช่อง 7 สี เติม-เติมเศวตชัย นาคสุข ก็หาเวลาออกกำลังกายให้ได้ เพราะเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบตั้งแต่เด็ก เพราะเขาเชื่อว่า กีฬาสร้างอะไรหลายๆ อย่างให้แก่ผู้เล่น ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ สังคม สมาธิ รวมไปถึงบุคลิกภาพ อีกทั้งมีคุณพ่ออดีตนักกีฬาปั่นจักรยานทีมชาติไทยเป็นต้นแบบด้วย

“ตอนนี้ที่เล่นอยู่มีฟุตบอล แบดมินตัน และว่ายน้ำครับ ผมเคยเป็นนักกีฬาโรงเรียนตั้งแต่เด็ก ผมเรียนที่นิวซีแลนด์ตั้งแต่ 9 ขวบ ตอนนั้นเล่นของโรงเรียน เป็นคลับเล็กๆ ของเมือง

พ่อผมเป็นนักกีฬา เป็นนักปั่นจักรยานทีมชาติ พ่อชอบออกกำลังกาย ผมก็ออกกำลังกายตามพ่อมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้ติดเป็นนิสัยเพราะมันดีต่อสุขภาพ และได้พูดคุยกับคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ได้รู้จักเพื่อนของเพื่อนอีกที การเล่นกีฬามันทำให้เราเชื่อมความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น”

ฟุตบอล คือ กีฬาที่เติมชอบเล่นที่สุด “ผมชอบเล่นกีฬาทุกประเภท รักบี้ แบดมินตัน เทนนิสผมก็เล่น แต่ชอบฟุตบอลที่สุด เหมือนมันเป็นสิ่งที่ผมเก่งด้วยมั้งครับ แต่ผมก็เก่งทุกกีฬานั่นแหละ (หัวเราะ)”

เติม เล่าว่า พ่อชอบกีฬามวย และเขาเองก็เคยอยากเป็นนักมวย แต่ทางคุณแม่ไม่อยากให้เป็นเนื่องจากเป็นกีฬาที่ดูเจ็บเนื้อเจ็บตัว เขาเลยเบนเข็มมาเตะฟุตบอล

“ผมมองว่าเวลาเล่นกีฬามันสนุก มันท้าทาย เหมือนเราอยากเอาชนะ เวลากลับบ้านไป เราก็มาคิดว่าทำยังไงถึงจะเล่นได้ดีขึ้น

เวลาผมเล่นกีฬาผมจะไม่คิดเรื่องอื่น อย่างถ้าตอนนั้นเรามีปัญหาไม่ว่าจะกับเพื่อนหรือกับใคร พอเราเล่นกีฬาเราจะได้โฟกัส มีสมาธิ”

ระหว่างศึกษาอยู่ที่นิวซีแลนด์ ผู้คนสนใจในการเล่นกีฬามาก ทำให้เขาได้มีโอกาสพัฒนาตัวเอง และลองเล่นกีฬาหลายประเภท

“ไม่เคยฝึกใช้แขนซ้ายมาก่อนก็ได้ฝึก ยังได้ฝึกสมองเพราะกีฬาแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกันออกไป ถ้าพูดในเรื่องของความสัมพันธ์ หากได้เล่นเดี่ยวก็จะมีความกดดัน เพราะถ้าหากเราพลาดหมายถึงเราพลาดเลยเพราะอยู่ที่เราคนเดียว

หากเล่นเป็นทีมทุกคนจะช่วยกัน มีการแบ่งตำแหน่งหน้าที่และการเล่นร่วมกัน จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่สมาชิกในทีม

การเล่นกีฬายังช่วยในเรื่องของบุคลิกภาพ โครงสร้างในการวิ่งของคนเล่นกีฬามักจะสวยกว่าคนที่ไม่ได้เล่นกีฬา ฟอร์มวิ่งจะสวย เวลาหยิบจับอะไรในที่สูงท่าทางมักจะออกมาดี และการเล่นกีฬาแต่ละอย่างจะมีเทคนิคเฉพาะตัว

ผมว่าการเล่นกีฬามันได้หลายอย่างนะ ได้สังคม ได้เพื่อนใหม่ กล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ  เหมือนเราเล่นกีฬามันเท่ เวลาผู้หญิงมองเขาจะรู้สึกว่าคนนี้เก่ง ไม่ใช่เรียนหนังสืออย่างเดียว

หรือในสถานการณ์ที่มันไม่ใช่กีฬา แต่ว่าเราอาจจะต้องวิ่งไปช่วยใครสักคน อย่างคนไม่ได้เล่นกีฬา ถ้ารถมาเขาก็อาจจะไม่รู้หรือรู้ตัวช้า แต่ผมเชื่อว่าคนที่เล่นกีฬาไหวพริบเขาจะเร็วกว่า หลบเร็วกว่า การบาลานซ์ทรงตัวมันดีกว่า

กีฬาช่วยฝึกสมองและผ่อนคลายด้วย ถ้าเครียดผมก็เตะบอล มันทำให้เราโฟกัสตรงนั้น พอเราชนะก็รู้สึกดี ถ้าแพ้ก็ปล่อยวาง”

เติม เล่าเพิ่มว่า กีฬาเป็นเหมือนตัวช่วยในเรื่องการเรียนรู้ภาษาของเขา เพราะช่วงที่ไปนิวซีแลนด์แรกๆ เขาไม่สามารถพูดหรือสื่อสารได้เลย จนมาเล่นฟุตบอล ทำให้ได้ลองสื่อสาร เริ่มจากการจดจำท่าทางลักษณะ และเริ่มเชื่อมต่อกับคำพูด จนทุกวันนี้เขาพูดได้คล่องแคล่วเหมือนเจ้าของภาษาแล้ว

“กีฬากับการแสดงมีส่วนคล้ายกัน คือเราต้องมีการเตรียมพร้อม หากพรุ่งนี้มีถ่ายละคร ก็ต้องเตรียมพร้อมมาล่วงหน้า ต้องหาภูมิหลังของตัวละครนั้นๆ คล้ายกับการที่จะลงแข่งกีฬา ก็ต้องมีการฝึกฝน

ผู้กำกับในกองถ่ายก็คล้ายกับโค้ชในสนามกีฬา และเราก็คือส่วนหนึ่งของกองถ่ายและสมาชิกคนหนึ่งของทีม ทั้งสองด้านล้วนต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์ก” เติมกล่าวปิดท้าย

ข่าวอื่นๆ