เพื่อนรักนักธุรกิจ จับมือสร้างคอมมูนิตี้เพื่อนักธุรกิจหญิง

  • วันที่ 03 มี.ค. 2561 เวลา 16:51 น.

เพื่อนรักนักธุรกิจ จับมือสร้างคอมมูนิตี้เพื่อนักธุรกิจหญิง

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

ผู้หญิงสองคนเป็นเพื่อนกันมา 21 ปี บนทางเดินความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนนั้นเหนียวแน่นและผูกพัน ทำให้ทั้งสองไม่เคยจะห่างกัน และยังได้ร่วมกันจับมือสร้างสรรค์ทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม โดยการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้หญิงไทยที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการและเป็นผู้บริหารมืออาชีพ

คนหนึ่งคือ พิมพ์ฐดา สหัชอติเรกลาภ หรือ ฝน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม เอาท์เลต ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์สำหรับองค์กรธุรกิจและร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจร

ส่วนอีกคนหนึ่ง ศิริพร เชาว์ว่องเลิศ หรือ ตุ๊กตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามคาร์ดีล ผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ให้บริการผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ www.siamcardeal.com

ความสัมพันธ์เริ่มต้นบนรถตู้!

“เราเจอกันตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ฝนบอกว่าเราเจอกันบนรถตู้ แล้วตุ๊กตาคุยไม่หยุดตั้งแต่รังสิตถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากนั้นเราก็เป็นเพื่อนกันมาจนถึงวันนี้ก็ 21 ปีแล้ว” ศิริพรเล่า

พิมพ์ฐดาเล่าว่า วันนั้นเลิกเรียนแล้วไปขึ้นรถตู้ ได้นั่งข้างๆ ผู้หญิงตัวเล็กหน้าหมวยๆ คนหนึ่งเจ้าหล่อนหันขวับมาฉีกยิ้มกว้างแล้วแนะนำตัวเองอย่างรวดเร็ว

“นี่ชื่อตุ๊กตานะ เรียนอยู่ชั้นปี 1 คณะ...บลาบลาบลา” จากนั้นก็ชวนคุยเล่าโน่นนี่ให้ฟังแบบไม่หยุด คนอะไรคุยเก่งชะมัด ขนาดเพิ่งรู้จักกัน

เมื่อถึงปลายทางก็แยกย้ายกลับบ้าน ที่แปลกคือทั้งคู่ไม่เคยเจอกันในมหาวิทยาลัยเลย จะเจอกันบนรถตู้ล้วนๆ

"เห็นกันที่รถตู้ทีไร จะขยับมานั่งติดกันและเมาท์กันไปตลอดทาง เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้ง เมื่อได้เจอกันก็ดีใจทุกครั้ง เลยชวนลงเรียนวิชาเดียวกันเสียเลย คือตั้งแต่ปี 2 เทอม 1 ตัวติดกันตั้งแต่นั้นจนเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาด้วยกัน"

ตัวตนและความประทับใจ

เมื่อขอให้พูดถึงเพื่อนรัก ศิริพรเล่าว่า ประทับใจฝนที่รักครอบครัว ทำอะไรคิดถึงครอบครัวเสมอ เราทั้งคู่เป็นลูกสาวคนโตของบ้าน และมีน้อง 2 คนเหมือนกัน ทำให้คุยกันได้ทุกเรื่อง

"ฝนเป็นคนน่ารัก สุภาพ จิตใจดี เป็นเสมือนแม่หมอประจำกลุ่ม อยากรู้วิธีไหว้พระ ทำบุญและศาสนพิธีใดๆ ปรึกษาฝนได้ เวลาเพื่อนไม่สบายใจ ฝนมักมีคำแนะนำดีๆ ให้เพื่อนเสมอ

ภายนอกฝนดูอ่อนหวาน นุ่มนวลนะ แต่จริงๆ แล้วแกร่งมาก มีความมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้สำเร็จ มีปัญหาก็ชนปัญหา ไม่ยอมแพ้ หาทางแก้ไขจนสำเร็จได้ด้วยดี”

ศิริพร เชาว์ว่องเลิศ

นอกจากนี้ก็ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในหลายเรื่อง เช่น เรื่องการตั้งใจเรียนและการกินผัก เรื่องการเรียน ศิริพรเล่าอย่างออกรสว่า ฝนพยายาม ทำให้ตุ๊กตาอยากขยันเรียนตามเพื่อน ส่วนเรื่องกินผัก จากคนที่ไม่กินผัก แต่กลับมากินผักได้ก็เพราะฝน กินผักเก่งและทำให้การกินผักดูมีความอร่อยอย่างเหลือเชื่อ

“ที่ประทับใจที่สุดคือตอนเรียนปี 3 ตุ๊กตาผิดหวังกับความรักวัยรุ่น เสียใจไม่อยากกินข้าว ฝนบังคับให้กิน ทั้งไปซื้อข้าวมาให้ คอยดูแลให้กำลังใจ ทำให้เราผ่านช่วงเวลาแย่ๆ มาได้ จนถึงตอนนี้ที่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ตุ๊กตามีปัญหาหรือมีความสุข ฝนก็จะเป็นเพื่อนคนแรกที่ตุ๊กตาคิดถึงเสมอ” ฝนเล่า

ด้านพิมพ์ฐดาพูดถึงเพื่อนรักว่า เมื่อนึกถึงตุ๊กตา สิ่งแรกที่ลอยมาคือ รอยยิ้ม ตาหยี และเสียงหัวเราะสดใส ทำให้ต้องยิ้มและมีความสุขตามไป ทุกเหตุการณ์ในชีวิต ตุ๊กตาจะคอยดูแลอยู่เคียงข้างเสมอ นอกจากนี้ ก็ยังช่วยบาลานซ์หรือสมดุลชีวิตให้

"เพราะฝนคิดเยอะ อยากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ก็ได้ตุ๊กตานี่แหละช่วยปรับมาตรฐานให้ จะมองการณ์ไกล มีมุมมองที่แหลมคมเฉียบขาด จึงเป็นทั้งกุนซือและกูเกิลอยู่ติดตัวฝนไปทุกที่”

ส่งต่อแรงบันดาลใจกับ 2xpace

เมื่อเรียนจบต่างคนต่างแยกย้าย ทั้งคู่เรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณา ต่างแยกย้ายก้าวสู่ชีวิตการทำงาน ทั้งคู่เคยเป็นพนักงานบริษัท จากพนักงานตัวเล็กไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

จากนั้นก็หันหลังให้กับคอมฟอร์ตโซน ทิ้งเงินเดือนประจำหลักแสน เพื่อก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ต่างฝ่าฟันอุปสรรคและความท้าทาย กระทั่งถึงเป้าหมายแห่งความสำเร็จทั้งคู่

ปลายปี 2560 บริษัท สยามคาร์ดีล มียอดขายรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์สยามคาร์ดีล 1,000 คัน คิดเป็นมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท ด้านบริษัท สยาม เอาท์เลต มีร้านค้าออนไลน์ใช้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์กว่า 300 ราย มีจำนวนสินค้าที่ส่งออกจากโกดังเดือนละกว่า 1.2 แสนออร์เดอร์ คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดถึง 500%  

“เราสองคนเริ่มต้นชีวิตทำงานจากพนักงานประจำ แล้ววันหนึ่งตัดสินใจออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ทั้งยังกระโดดลงมาลุยในแวดวงที่ตัวเองไม่มีประสบการณ์ด้วย เลยคิดกันว่าเราน่าจะแบ่งปันประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจด้วยสองมือเปล่าของผู้หญิงอย่างเรา” พิมพ์ฐดา ขยายภาพชีวิตการทำงานให้ฟัง พร้อมเล่าต่อว่า ยังมีผู้หญิงทำธุรกิจอีกมากที่ยังกล้าๆ กลัวๆ หรือหลายคนที่กำลังควานหาคำตอบเรื่องการลงทุน จากที่เราสองคนเคยล้มลุกคลุกคลานช่วงเริ่มต้นมาก่อน จึงอยากแบ่งปัน

พิมพ์ฐดา สหัชอติเรกลาภ

พร้อมกับก่อตั้งคอมมูนิตี้สำหรับนักลงทุนและนักธุรกิจผู้หญิงในบ้านเราชื่อ “ทูสเปซ” (2xpace) โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จัดเสวนาให้ความรู้และสร้างเครือข่ายนักธุรกิจหญิงในไทยมาแล้ว 7 ครั้ง ประสบความสำเร็จทั้ง 7 ครั้ง ศิริพรเล่าว่า 2xpace เป็นความตั้งใจของทั้งคู่ที่อยากทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม

"เราอยากสนับสนุนผู้หญิงที่ทำธุรกิจของตัวเอง หรือคนที่มีความต้องการอยากทำธุรกิจ ได้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนหรือแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน การเริ่มทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย จึงคิดว่าประสบการณ์ของเราน่าจะมีประโยชน์และช่วยคนอื่นได้บ้าง"

2xpace จะจัดงานพบปะกันของผู้หญิงนักธุรกิจครั้งละ 100 คน และเชิญนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จหรือมีประสบการณ์ที่น่าสนใจมาพูดคุย มีผู้เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจสาขาต่างๆ มาให้ความรู้ เช่น การทำบัญชี ภาษี เป็นต้น พร้อมกิจกรรมละลายพฤติกรรม เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันและได้เพื่อนใหม่กลับบ้าน ซึ่งพวกเขาอาจมีการช่วยเหลือหรือมี Business Matching กันได้ในอนาคต

“สำหรับปีนี้ 2xpace มีแผนงานการจัดกิจกรรมให้หลากหลายยิ่งขึ้น เพราะเราอยากให้ผู้หญิงไทยมีความก้าวหน้าในอาชีพ และประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจที่รัก” ศิริพรเล่า

'เพื่อน' ไม่น้อยไปกว่านี้ได้

พิมพ์ฐดาฝากบอกเพื่อนว่า  “ตุ๊กตาเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ มีพลังล้นหลาม เขาจริงจังและเต็มที่กับทุกอย่าง อยากให้ทุกคนมีความสุข จนบางทีลืมว่า เครื่องจักรยังมีเวลาหยุดพัก ถึงใจสู้แต่ร่างกายล้าแล้ว พร้อมจะประท้วงทุกเมื่อ อยากให้ตุ๊กตาแบ่งเวลาพักผ่อน สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันนะ”

ตุ๊กตาก็ฝากถึงเพื่อน

“ฝนเป็นคนอึด ทุ่มเทกับการทำงาน และมักลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ห่วงที่สุดก็คงเป็นเรื่องสุขภาพ อยากให้เขามีเวลานอนมากขึ้น หาเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อนสมองบ้าง เพราะปัจจุบันธุรกิจก็กำลังไปได้ดี น่าจะถึงเวลาที่เพื่อนจะหนีเที่ยวได้บ้างแล้วนะ”

ความสัมพันธ์ของเพื่อนรักนักธุรกิจคู่นี้ ช่างงดงามยิ่ง เนื่องจากทั้งคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในทุกเรื่อง จากเพื่อนได้กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นความรักความผูกพันที่ให้แก่กันโดยไม่หวังอะไรตอบแทน

เมื่อสุขก็แบ่งปัน เมื่อทุกข์ก็แบ่งเบา เพื่อเพื่อนจะได้กลับมายิ้มได้ อยากชวนสังเกตว่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันยาวนานนี้ เริ่มต้นจากมิตรภาพเล็กๆ บนรถตู้โดยสาร... จากจุดเล็กๆ ที่ต่างคนต่างดูแลและเอาใจใส่ กลายเป็นพลังที่ส่งต่อให้แก่กัน ไม่เพียงกับเพื่อนหรืออีกฝ่ายเท่านั้น แต่รวมถึงการส่งต่อไปถึงสังคมด้วย

ข่าวอื่นๆ