คนยุคนี้ ต้องมีสองอาชีพ

  • วันที่ 30 ม.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

คนยุคนี้ ต้องมีสองอาชีพ

 

ในยุคปัจจุบันการทำอาชีพใดเพียงอาชีพเดียว ดูจะเป็นเรื่องที่ตกเทรนด์ไปซะแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ยุคนี้ต้องมีอย่างน้อย 2 อาชีพขึ้นไป นอกจากจะดูเท่เก๋ไก๋แล้ว อาชีพที่สองเหล่านี้ยังทำเงินให้พวกเขาได้อย่างดีพอๆ กับอาชีพหลักหรืองานประจำเชียวละ

เอ็กซ์-วิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสารกุลสตรี เป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ ที่นอกจากมีงานประจำคือ สานต่อธุรกิจการทำนิตยสารจากคุณแม่แล้ว เขายังมีอีกหนึ่งอาชีพเก๋ๆ นั่นคือ การทำน้ำปลาหวานกระปุกยี่ห้อ “แม่ต้อย น้ำปลาหวาน” ขายแบบเดลิเวอรี่และขายบนออนไลน์อีกด้วย

“ธุรกิจเล็กๆ เกี่ยวกับการขายน้ำปลาหวาน เริ่มมาจากคุณแม่ของผมได้ทำน้ำปลาหวานสูตรของตัวเองให้เพื่อนๆ ลองกินในงานเลี้ยง พอทุกคนได้กินก็บอกว่าอร่อยดี เพื่อนๆ คุณแม่เลยยุให้ลองทำขาย เพราะน้ำปลาหวานที่คุณแม่ทำสามารถจิ้มได้ทั้งมะม่วงเปรี้ยวและมะม่วงมัน ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

ด้วยความที่ผมเรียนจบปริญญาตรีทางด้านอินดัสเทรียล ดีไซน์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผมจึงช่วยออกแบบสติ๊กเกอร์โลโก้ชื่อยี่ห้อ ‘แม่ต้อย น้ำปลาหวาน’ ให้ จากนั้นก็ไปซื้อกระปุกแก้วมาติดสติ๊กเกอร์ แล้วบรรจุน้ำปลาหวานลงไป แรกๆ ก็มีเพื่อนคุณแม่มาสั่งทีเดียว 200 กระปุกเลย เพื่อนำไปแจกญาติๆ ของเขาในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา พอแจกไปก็มีลูกค้าอื่นๆ โทรเข้ามาตามเบอร์โทรศัพท์ข้างกระปุกหลายราย โดยเราขายราคากระปุกละ 150 บาท และมีขนาดเดียว แต่ในอนาคตเราอาจทำกระปุกเล็กๆ ออกมาขายเพื่อให้คนได้ลองสั่งไปชิมดูก่อนด้วยครับ”

 

 

 

เอ็กซ์บอกว่า เขาและคุณแม่ได้ทำน้ำปลาหวานกระปุกขายมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 ล่าสุดเขาและน้องชายก็กำลังเปิดเพจเฟซบุ๊กขึ้นมา และจะโพสต์ลงขายบนออนไลน์ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางที่สะดวกดี เมื่อมีคนโทรมาสั่งก็อาจส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ แต่ถ้าสั่งในจำนวนหลักร้อยกระปุกก็จะขับรถไปส่งให้ถึงที่เลยละ

“ตั้งแต่ขายมาก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ถ้าทำเพจเฟซบุ๊กเสร็จก็น่าจะทำให้ขายดียิ่งขึ้น เท่าที่ผ่านมารายได้จะขึ้นอยู่กับออร์เดอร์ของลูกค้าเป็นหลัก ถ้าสั่งมาเยอะเท่าไรก็จะมีรายได้เยอะเท่านั้น บางรายสั่งไปแจกให้ลูกค้าก็มี หรืออย่างมีพีอาร์มาเยี่ยมเราที่ออฟฟิศ เราก็จะนำมาแจกให้ลองไปชิมด้วยเช่นกัน

เร็วๆ นี้ผมว่าจะหาซื้อเครื่องกวนน้ำปลาหวานให้คุณแม่แล้วล่ะ (ยิ้ม) เพราะจะได้ช่วยทุนแรงท่านด้วย คือเราทำแบบโฮมเมดกันไง มันจึงต้องใช้แรงเยอะ (หัวเราะ) แม้ตอนนี้อาชีพหลักของผมคือการทำนิตยสารก็จริง แต่อีกอาชีพหนึ่งก็คือ การทำน้ำปลาหวานกระปุกขายด้วยนี่แหละครับ” ติดตามที่เพจเฟซบุ๊ก : น้ำปลาหวาน แม่ต้อย และ IG : namplawan_maetoy

 

ด้าน ต้อม-สุกัญญา เพ็ชร์เลิศ กราฟฟิกดีไซเนอร์ ประจำบริษัท ไทวัสดุ ก็เป็นอีกคนที่มีสองอาชีพ นอกจากงานประจำซึ่งออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างชื่อดังแล้ว เธอยังมีอีกหนึ่งอาชีพที่ทำด้วยใจรัก แถมได้เงินเพิ่มอีกด้วย

“ดิฉันเรียนจบมาทางด้านสถาปัตยกรรมฯ แต่ตอนที่ฝึกงานก็มีความสนใจด้านกราฟฟิกด้วย จึงไปศึกษาเพิ่มเติมจากรุ่นพี่และลงคอร์สเรียนเฉพาะทางด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันดิฉันทำหน้าที่ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง เช่น กล่อง ถุง หรือซอง สำหรับบรรจุวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะ ปัจจุบันทำงานที่ไทวัสดุมาได้ 4 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยออกแบบเครื่องครัว ลวดลายของสินค้า แพ็กเกจจิ้ง และทำสื่อโฆษณามาก่อนค่ะ

นอกจากงานประจำจันทร์-ศุกร์แล้ว ดิฉันยังมีอีกอาชีพหนึ่ง นั่นคือการเปิดฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขที่ชื่อว่า ‘AD. Bullies Camp’ ที่ถนนศุขประยูร อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เดิมทีดิฉันชอบเลี้ยงหมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนั้นเลี้ยงพันธุ์บางแก้ว เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเฉยๆ จนเมื่อได้คบหากับแฟนซึ่งทำงานประจำอยู่เช่นกัน เขาก็รักน้องหมาและมีงานอดิเรกคือเพาะพันธุ์หมาขายด้วย นั่นคือพันธุ์อเมริกันบูลลี่ (คล้ายกับเฟรนช์บูลด็อกกับอเมริกันพิทบูล) ซึ่งตัวไม่ใหญ่มากนัก หน้าจะดุ แต่จะอารมณ์ดีและขี้เล่นมาก เราทั้งคู่จึงมองเห็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มอีกทางโดยการเปิดฟาร์มน้องหมาขึ้นมา”

 

 

 

ต้อมบอกว่า ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เธอจะขับรถไปดูแลฟาร์มน้องหมาที่เปิดร่วมกับแฟนที่ จ.ชลบุรี เป็นประจำ ถึงตอนนี้ก็เปิดฟาร์มมาได้ 4 ปีแล้ว

“ช่วงแรกเราเริ่มด้วยการเพาะพันธุ์อเมริกันบูลลี่ แล้วตามด้วย ไทยหลังอาน เชาเชา และเฟรนช์บูลด็อก อย่างที่บอกว่าพันธุ์อเมริกันบูลลี่จะมีนิสัยขี้เล่น แต่พันธุ์หลังอานจะมีนิสัยดุและหวงของ ส่วนเชาเชาก็จะเป็นน้องหมาที่น่ารักหน่อย ทุก 6 เดือนพ่อแม่ของแต่ละพันธุ์ก็จะมีความพร้อมในการผสมพันธุ์ เราก็ต้องมาคอยเช็กวันเวลาอีกทีว่า พ่อพันธุ์น้ำเชื้อสมบูรณ์มั้ย แม่พันธุ์รังไข่สมบูรณ์พร้อมที่จะผสมหรือยัง เป็นต้น ถ้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สมบูรณ์ดีก็จะให้ลูกได้หลายตัว

นอกจากเช็กเรื่องต่างๆ แล้ว เรายังต้องปรึกษาสัตวแพทย์อยู่ตลอด แล้วต้องคอยสังเกตดูว่าทุก 6 เดือนแม่พันธุ์มีประจำเดือนมามั้ย ถ้ามีก็แสดงว่าพร้อมผสมแล้ว ที่สำคัญต้องพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกาย พร้อมทั้งเช็กความพร้อมของเวลาตกไข่และวันในการผสมพันธุ์อีกที ตอนนี้ถือว่าฟาร์มของเราเป็นฟาร์มขนาดกลาง มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อย่างละ 2-4 ตัว และมีพื้นที่ของฟาร์มกว้างไร่ครึ่ง แต่ในส่วนที่ทำเป็นฟาร์มจริงๆ จะมีพื้นที่ 129 ตร.ว. ซึ่งจะมีคอกหรือกรงที่แบ่งซอยให้น้องหมาอยู่ มีอาหาร น้ำ และที่นอนที่สะอาดได้มาตรฐาน”

ต้อมบอกว่า ธุรกิจเพาะพันธุ์สุนัขยุคนี้ถือว่าไปได้สวย เพราะคนรุ่นใหม่ชอบเลี้ยงน้องหมากันมากขึ้น แต่เมื่อตัดสินใจเลี้ยงก็ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ ตัดเล็บ ตัดขน และอาบน้ำอยู่เสมอ

“ต้อมว่าถ้าเรารักสุนัขอยู่แล้ว การทำธุรกิจเปิดฟาร์มหมาไม่ใช่เรื่องยากเลย หลังจากเปิดมา 4 ปีก็สร้างรายได้ดีพอสมควร จากปีแรกที่เริ่มต้นก็อาจจะได้น้อยหน่อย แต่พอมาช่วงปีหลังๆ รายได้จากการเปิดฟาร์มก็สามารถเลี้ยงตัวเอง รวมทั้งเลี้ยงเจ้าของได้ด้วยค่ะ (หัวเราะ) เรียกว่ามีรายได้ 6 หลักต่อปีเช่นกัน สิ่งสำคัญคือเราทำเพราะเรารักน้องหมาและมีความสุขที่จะทำมากกว่าค่ะ”...ติดตามที่เพจเฟซบุ๊ก : Baan ไอหมา

 

สำหรับ ปาล์ม-ปรมีณ์ มิ่งตระกูล เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดเก็บข้อมูลของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากทำงานมาหลายปี เขาก็ต่อยอดอาชีพที่สอง โดยรับทำอาหารกล่องและเครื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่ขายเพื่อนร่วมงานในบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่

“ผมทำงานประจำเข้า 9 โมงเช้า เลิก 6 โมงเย็นทุกวัน แต่ผมก็มีอาชีพที่สองคือ การทำข้าวกล่องเดลิเวอรี่ให้กับเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศด้วย ผมจะใช้เวลาหลังเลิกงานในการไปเลือกซื้อวัตถุดิบที่ซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำงาน ถ้าเป็นเครื่องดื่มประเภทกาแฟ ผมก็จะรับออร์เดอร์มาในช่วงเย็นวันศุกร์ แล้วพอวันอาทิตย์ตอนเย็นๆ ก็จะทำกาแฟใส่ขวดแช่ไว้ (ขวดละ 25 บาท) หลังจากเก็บร้านกาแฟที่ผมเปิดขายช่วงเสาร์-อาทิตย์เสร็จแล้ว

อาหารกล่องที่ผมทำ มีทั้งสลัดโรล ข้าวไก่ย่าง สเต๊กหมู ปลากะพงย่างเกลือ ฯลฯ โดยเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยไรซ์เบอร์รี่ จะออกแนวอาหารคลีนหน่อยๆ โดยปกติแล้วผมชอบทำอาหารมานานแล้ว ตอนเรียนจบใหม่ๆ ก็เคยฝึกงานเป็นผู้จัดการสาขาร้านกาแฟแบรนด์หนึ่ง ผมจึงได้เรียนรู้ทุกอย่างและนำมาบริหารอาชีพที่สองได้”

 

 

 

ปาล์มเสริมว่า ลูกค้าจะสั่งสูงสุด 40 กล่องต่อวัน แล้วเมนูแต่ละวันจะหลากหลาย ขึ้นอยู่กับออร์เดอร์ของลูกค้าเป็นหลัก แต่เมนูส่วนใหญ่จะมีวิธีปรุงที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาแต่อย่างใด

“ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ผมจะตื่นมาทำข้าวกล่องตั้งแต่เช้าก่อนไปทำงาน ไม่เหนื่อยนะ เพราะทำจนชินแล้ว การที่เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ เราจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลย แต่หากวันไหนไม่ได้ทำจะรู้สึกหงุดหงิดซะมากกว่า (หัวเราะ) มันจึงช่วยสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้ผมเป็นอย่างดี แม้บริษัทจะมีโรงอาหารให้ซื้อ แต่บางคนก็อยากจะสั่งอาหารที่เราทำมากกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงซึ่งชอบกินอาหารคลีน แต่ก็มีลูกค้าผู้ชายสั่งด้วยเหมือนกัน (อาหารกล่องราคา 35-80 บาท)

อาหารกล่องและเครื่องดื่มทำรายได้ให้ผม 6,000 บาท/สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการเปิดร้านกาแฟช่วงเสาร์-อาทิตย์ด้วย ฉะนั้นอาชีพที่สองจึงสร้างรายได้ให้ผมไม่น้อยไปกว่าเงินเดือนเลยละ”...ติดตามได้ที่ FB : Paramee Mingtrakul

ข่าวอื่นๆ