ร.ต.วรงค์กรณ์ คำเกิด รักนะ รักบี้!

  • วันที่ 30 ก.ค. 2560 เวลา 07:25 น.

ร.ต.วรงค์กรณ์ คำเกิด รักนะ รักบี้!

โดย...สมแขก ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

หนุ่มคมเข้ม สูงโปร่ง ท่าทางทะมัดทะแมงของเขาบ่งบอกถึงความเป็นนักกีฬาชัดเจน “กล้วย-วรงค์กรณ์ คำเกิด” จากหนุ่มนักรักบี้ของโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สู่นักกีฬาสังกัดสโมสรราชนาวี และตัวแทนทีมชาติไทยในหลายการแข่งขัน ล่าสุดกับภารกิจการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ในเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้

ไลฟ์สไตล์ของนักกีฬาจะมีอะไรมากไปกว่าการไปสนามและซ้อม ซ้อม และซ้อม กล้วยบอกว่าเพราะกิจวัตรที่ไม่หวือหวานี้ อาจจะคุยกับเขาได้เฉพาะเรื่องของรักบี้ ซึ่งเขาถือว่านี่คือเส้นทางที่มอบทุกอย่างให้ทั้งสุขภาพ การเรียน การทำงาน ให้มาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน เป็นอย่างไร? ไปฟังกัน...

กล้วยเริ่มต้นเล่าว่า “ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด บ้านอยู่ระยอง พ่อกับแม่ค้าขาย เข้ากรุงเทพฯ เห็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เขาบอกว่าโรงเรียนสวยดีอยากให้ลูกมาเรียน ณ ตอนนั้นเขาไม่ได้รู้ข้อมูลมากกว่านั้น ผมเลยถูกส่งมาให้สอบ ป.3 ที่วชิราวุธฯ ดังนั้นพอเข้าโรงเรียนก็เริ่มรู้จักรักบี้เลย ยังไม่ได้เล่นแต่เริ่มฝึกพื้นฐานร่างกายก่อน เริ่มเล่นจริงๆ คือ ป.4 เมื่อก่อนจะเป็นมินิรักบี้ เป็นรักบี้เด็กๆ ไม่ได้มีการกระแทก รุ่นพี่เห็นเราวิ่งเร็วก็จับให้เล่นตำแหน่งปีก คือรับบอลมาก็วิ่ง เล่นและยึดตำแหน่งนี้มาเรื่อยๆ จนถึง ม.5 ก็เริ่มเปลี่ยนตำแหน่งไปเล่นตัวอื่น”

เรียกว่าเป็นหนุ่มที่มีรักบี้อยู่ในสายเลือด เขาใช้กีฬารักบี้เป็นประตูสู่การเข้าเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และงานก็เริ่มต้นนับจากนั้น “พอเริ่มมาอยู่มหาวิทยาลัยและสโมสร ก็ได้เริ่มเป็นตัวจ่ายบอลสำหรับทำเกม ช่วงนั้นคัดทีมชาติ 7 คน ก็ได้ย้ายตำแหน่งให้จ่ายลูก จนได้รับตำแหน่งจ่ายลูกมาตลอด เล่นมาเรื่อยๆ พอจบจากโรงเรียน สโมสรราชนาวีก็บรรจุผมเป็นพลอาสา ให้เล่นสโมสรก็มีเงินเดือนให้ ดีตรงที่เราไม่ต้องรบกวนพ่อแม่เยอะก็เลยเล่นยาว” กล้วย เล่าถึงสิ่งที่ได้รับจากกีฬาประจำโรงเรียน

เหนืออื่นใดสิ่งที่ทำให้หนุ่มคนนี้ตัดสินใจเล่นกีฬา โดยเฉพาะรักบี้ก็คือปัจจัยของสุขภาพ “เมื่อก่อนผมเป็นภูมิแพ้ค่อนข้างหนักต้องไปหาหมอทุกเดือน กินยาแก้แพ้ตลอด พอมาเล่นกีฬาก็ไม่รู้ว่าเราเลิกกินยาไปตอนไหน แข็งแรงขึ้น เพราะเราซ้อมทุกวันออกกำลังกายทุกวัน นี่เป็นสิ่งที่ผมได้เป็นสิ่งแรกกับตัวเอง สิ่งที่ตามมาหลังจากได้เล่นรักบี้ก็คือผมได้เพื่อน ได้งาน ตอนนี้ผมได้บรรจุเป็นข้าราชการสัญญาบัตร ทำงานราชการเต็มตัว สำหรับผมกีฬาสร้างตัวเราทุกอย่าง เรียน รายได้ งาน

“หัวใจสำคัญของกีฬารักบี้สำหรับผมคือจิตใจของตัวเราเอง เพื่อนร่วมทีม ถ้าเราเชื่อมั่นในตัวเอง มีเพื่อนร่วมทีมที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรงทุกอย่างประสบความสำเร็จหมด เราเล่นรักบี้สิ่งที่อยู่ในสนาม แล้วเอาหลักการมาใช้นอกสนามได้ไหม ผมว่าได้เต็มๆ เพราะรักบี้เป็นกีฬาที่ต้องใช้ไหวพริบ ใช้การตัดสินใจตลอดเวลา เพราะถ้าตัดสินใจผิดรูปเกมอาจจะผิดไปอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ขณะที่เรากระแทกก็ต้องใช้ความคิดตลอดเวลา เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้

“ผมหลงใหลและรักกีฬาชนิดนี้ สิ่งที่ผมได้จากกีฬาชนิดนี้ สอนหลายอย่าง สอนให้รู้จักแพ้ ชนะ การยอมรับความจริง ความรับผิดชอบ การเสียสละ และกีฬารักบี้เองเป็นกีฬาที่มีตัวผู้เล่นเยอะที่สุดในบรรดากีฬาที่เล่นเป็นทีมคือ 15 คน มันสอนให้เรามีความสามัคคี การทำงานเป็นทีม เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่งของกีฬารักบี้ก็จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันเลยอย่างชัดเจน หุ่นก็มีไซส์เล็ก ไซส์ใหญ่ แต่ละคนทำหน้าที่ต่างกันตามความถนัด เป็นส่วนหนึ่งที่ปลูกฝังให้ผมรู้จักเรื่องการเชื่อใจเพื่อนร่วมทีม สอนให้เราเป็นสุภาพบุรุษ กีฬารักบี้ถ้าคนนอกมองอาจจะเป็นกีฬาป่าเถื่อน แต่ก็เล่นโดยสุภาพบุรุษ คือ เรามีจังหวะเวลาในการทำร้ายคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา แต่เราไม่ทำกัน แม้เสื้อคนละสีเราก็แข่งกันเต็มที่ แต่จบเกมความสัมพันธ์เราก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้เกลียดกัน ผลแพ้ชนะเป็นเรื่องกีฬา ไม่ใช่ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ” หนุ่มกล้วย พูดถึงหัวใจสำคัญของกีฬาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกีฬาของสุภาพบุรุษ

ข่าวอื่นๆ