อกหักผิดหวังแค่ไหนก็ไม่คิดสั้น

  • วันที่ 31 ม.ค. 2560 เวลา 10:57 น.

อกหักผิดหวังแค่ไหนก็ไม่คิดสั้น

โดย...วรธาร

ความรักมีพลานุภาพที่มหัศจรรย์ยิ่งใหญ่เสมอ แต่ในมุมหนึ่งของความรักก็สำแดงเดชพ่นพิษออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง กล่าวคือ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเจ็บปวด ระทมทุกข์ เกิดความเครียดอย่างแรงเพราะความรักเป็นเหตุ เช่นว่า อกหักเพราะคนรักไปมีคนอื่น ถูกคนรักบอกเลิกหรือทอดทิ้ง หรือผิดหวังที่คนรักนอกใจ

ที่น่าเป็นห่วงก็คือ คนที่ผิดหวังในเรื่องความรัก หลายคนมักเกิดความเครียดอย่างมากจนนำไปสู่อาการซึมเศร้า มักมองโลกในแง่ร้าย เป็นคนเก็บกด จดจำแต่เรื่องเก่าๆ และคิดว่าคนที่รักมีคนเดียวในโลก บางคนพยายามหาทางออกหรือตัดสินปัญหาความรักด้วยการคิดสั้นหรือทำร้ายตัวเองเพื่อประชดรัก ซึ่งก็มีเหตุการณ์แบบนี้ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ปัญหาความรักทุกปัญหามีทางออกที่ดีเสมอโดยที่ไม่ต้องทำร้ายตัวเองหรือคิดสั้น

เรื่องอกหัก หรือความผิดหวังในความรัก เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่กำลังมีความรัก หรืออยู่กินฉันภรรยาสามีกันแล้ว ทว่าไม่สามารถบอกได้ว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสามารถทำได้คือการรับมือกับปัญหาจากความรักที่จะเกิดขึ้นให้ได้ โดยที่ไม่ตกเป็นทาสของความรัก

วิธีรับมือกับการอกหักผิดหวัง

ฮาน่า ลีวิส นางเอกจากละครเรื่องริษยา ที่กำลังออนแอร์ตอนนี้ทางช่อง 7 สี ทุกคืนวันจันทร์ อังคาร กล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าความอกหักไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร คนคนนั้นก็ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรจะตั้งสติให้ได้แล้วพยายามไม่ไปหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่แต่กับเรื่องนี้ให้มาก ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดีกับคนที่กำลังอกหักอย่างแน่นอน เพราะมีตัวอย่างให้เห็นบ่อยๆ เช่น มีการทำร้ายตัวเอง หรือคิดสั้น    “มีหลายวิธีที่จะทำให้เราออกจากเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่ต้องมาหมกมุ่นกับมัน คืออย่าอยู่เฉยๆ หรือขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว เพราะจะทำให้คิดแต่เรื่องนี้ พยายามหาอะไรทำ อะไรก็ได้ที่ทำให้เราไม่ต้องมาครุ่นคิดถึงมัน ถ้าเป็นฮาน่าก็จะไปออกกำลังกาย เช่น ไปต่อยมวย หรืออะไรที่ทำแล้วรู้สึกว่าได้ปลดปล่อยมันออกไป”

 

การที่จะปล่อยวางเรื่องนี้ได้ เธอบอกว่า นอกจากต้องหาอะไรทำแล้วอยากให้มองเรื่องนี้เป็นบทเรียน หรือประสบการณ์หนึ่งในชีวิต และอย่าคิดเอาชีวิตเข้าแลกกับความอกหักเป็นอันขาด เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้คนอื่นต้องมาทุกข์ใจไปด้วย

“ให้คิดว่าความอกหักเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นในชีวิต มีพบเจอก็ต้องมีจาก บางคนบางคู่ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้ไปตลอด พยายามปล่อยวาง อย่าคิดเอาชีวิตเข้าแลกกับความอกหัก คิดให้ไกล เพราะถ้าเราเป็นอะไรไปใครล่ะที่ทุกข์ใจที่สุด อย่าลืมว่าเราโตมาถึงวันนี้ได้คนที่ลำบากที่สุดคือพ่อแม่ การทำร้ายตัวเองเพื่อคนที่ไม่รักหรือนอกใจเรามันดูไร้ค่ามาก เพราะต่อให้เราจะเป็นจะตายเขาก็ไม่สนใจหรือเห็นค่าเราอยู่แล้ว”

 

ด้าน อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา คู่พระจากละครเรื่องริษยา กล่าวว่า เคยมีประสบการณ์อกหักมาแล้วสองครั้ง โดยเกิดขึ้นในช่วงเรียนประถมและมัธยม ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็จะมีมุมความรักและอกหักที่แตกต่างออกไปและสามารถผ่านมาได้ด้วยวิธีที่ต่างกัน แต่ตอนมัธยมเป็นช่วงที่รู้จักกับคำว่าการคบกันเป็นแฟน

“ตอนอยู่ประถมหลงรักเพื่อนผู้หญิงในห้อง มีเขียนจดหมายแอบใส่ไว้ใต้โต๊ะด้วย เห็นเธออ่านก็คิดว่าคงรู้สึกดีกับเรา เวลายืมดินสอยางลบเธอก็หันมายิ้มให้ตลอด มีความสุขตามประสาเด็กๆ แต่ตอนหลังรู้ว่าเธอมีแฟนก็รู้สึกเขินอาย ไม่กล้าเจอหน้า ตอนนั้นปรับสภาพจิตตัวเองด้วยการฟังเพลง เล่นกีฬากับเพื่อนๆ ก็ลืมเรื่องนี้ไปได้ ก็ไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากเพราะเรายังเด็ก

พอขึ้นมัธยมย้ายโรงเรียนก็ไปมีแฟนอีก คบกันอยู่ 3 ปี ระหว่างที่คบกันก็มีเรื่องราวมากมายที่ทำให้มีปัญหากันบ้าง ทางเขาบ้างทางเราบ้าง ซึ่งตอนนั้นผมจะติดเพื่อน เล่นฟุตบอล กลับบ้านดึก ไม่ค่อยมีเวลาโทรหาเขา จนวันหนึ่งเพื่อนมาบอกว่าเขาไปมีคนอื่นเราไม่เชื่อ จนมาเห็นด้วยตาตัวเอง จึงคุยกันเขาก็บอกว่าเราไม่มีเวลาให้ ที่สุดก็เลิกกัน”

 

พระเอกหนุ่ม เล่าว่า ความรู้สึกตอนนั้นต้องบอกว่าเสียใจมากเหมือนกัน ไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ แต่เลือกที่จะอยู่ตัวคนเดียว แต่เพื่อนๆ รู้ใจไม่ยอมให้อยู่ตามลำพัง ชวนไปทำโน่นทำนี่ตลอด เช่น กีฬา ทำให้มีกำลังใจดีขึ้น ในที่สุดก็ผ่านความทุกข์ในช่วงนั้นมาได้ ต้องบอกว่าเพราะเพื่อนจริงๆ

“ผมโชคดีที่แม้จะเสียใจก็ไม่เคยคิดสั้น และผมก็ไม่อยากให้ใครที่อกหักหรือน้อยใจแฟนต้องคิดสั้นด้วย อยากให้มีสติมากๆ นึกถึงตัวเราเยอะๆ นึกถึงครอบครัว คนที่รักเรา พ่อแม่ เพราะถึงตัวเราจะเป็นยังไงและทำอะไรคนที่ไม่ทิ้งเราและเคียงข้างเราเสมอก็คือพ่อแม่ อยากให้เด็กรุ่นใหม่มองประเด็นนี้ให้มาก”

อกหักยิ่งต้องรักตัวเองกว่าใคร

พระมหาบุญส่วน ปุญญสิริ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี พระนักคิดนักเขียนเจ้าของงานเขียน “ล้างพิษความโกรธ” กล่าวว่า คำพูดบางคำพูดของคนรอบข้างหรือคนใกล้ตัวก็มีพลานุภาพสามารถดึงจิตของคนที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์อกหักให้ออกมาจากความเสียใจได้อย่างอัศจรรย์

“อาตมาจำได้ว่าครั้งหนึ่งหลวงพ่อปัญญานันทะสอนเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อกหักและคิดฆ่าตัวตาย หลวงปู่ถามเด็กคนนั้นว่าทำไมเธอถึงไม่ยุติธรรมกับความรักของผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง แม่ของเธอไง เขาเป็นห่วงคิดถึงเธอขนาดไหน ต้องลางานมาดูแลเธอ เด็กหนุ่มบอกหลวงปู่ว่าเขาลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ หลวงปู่จึงเอ่ยขึ้นว่าในชีวิตของคนเรามีอะไรที่ลืมไม่ได้ ตอนเธอเกิดมาใหม่ๆ ต้องเคยดูดนมแม่ หลวงพ่อถามหน่อยว่าน้ำนมที่เธอได้ดื่มกินตอนเด็กนั้นรสชาติยังจำได้อยู่ไหม พอเขาได้ยินคำนี้ก็ตื่นได้สติขึ้นมา ฉะนั้นอย่าบอกว่าลืมเขาไม่ได้”

 

 

พระมหาบุญส่วน กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าอาการอกหักหรือผิดหวังมาจากการหวังผิด กล่าวคือคนเรามักจะไปหวังในตัวของผู้อื่นเกินกว่าที่จะหวังในตัวเอง เช่น หวังว่าแฟนนั้นจะดีอย่างนั้น จะต้องซื่อสัตย์ รักเราตลอดไปไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎอนิจจังทั้งสิ้น วันนี้มีความรัก วันพรุ่งนี้อาจไม่แน่ อาจแปรเปลี่ยนเป็นความอกหักก็ได้

“อาตมาอยากให้ทุกคนที่มีความรักซ้อมใจตัวเอง ซ้อมความรู้สึกตัวเองเอาไว้บ่อยๆ ว่าถ้าวันพรุ่งนี้จะต้องอกหักผิดหวังเราจะตั้งตนรับมือกับอาการนั้นอย่างไร อย่าลืมว่าสักวันหนึ่งเรากับเขาจะต้องจากกัน ไม่จากกันในสถานะใดก็ต้องจากในสถานะหนึ่ง ไม่จากกันดีๆ ก็จากกันร้าย ไม่จากกันด้วยรอยยิ้มก็จากด้วยน้ำตา ดังนั้น หากว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะต้องอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีเขาคนนั้นเราต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าคิดว่าใครจะมาดูแลเราตลอดไป

วันนี้ยิ่งไม่มีเขาก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีมากๆ เขาไม่รักเราแล้วเราก็ยิ่งต้องรักตัวเองให้มาก อย่าทิ้งตัวเองและอย่าทำร้ายตัวเอง สักวันจักรวาลจะมอบความรักที่ซื่อสัตย์มาให้ วันนี้เขาคนนี้อาจจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเรา แล้วคนที่ใช่อาจจะยังมาไม่ถึง หากเราไปทุ่มเทและทำลายทุกสิ่งแม้กระทั่งประชดชีวิต ทำตัวเหลวแหลก ถ้าเกิดคนที่ใช่มาถึงจริงๆ เราจะมีอะไรไว้สำหรับคนที่ใช่เลย เพราะเราได้ทำลายตัวเองไปหมดแล้ว”

พระอาจารย์มหาบุญส่วน ได้ฝากแง่คิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีเพื่อเสีย พบเพื่อจาก รักเพื่อพราก ขอให้คิดอย่างนี้เอาไว้บ่อยๆ เป็นการซ้อมความรู้สึก และถ้าความจริงมาถึงเราเมื่อไหร่ อย่างไรเสียสิ่งที่ได้ซักซ้อมนี้ก็จะทำให้เราทำใจได้ที่จะปล่อยวางแล้วตั้งตัวเองใหม่เพื่อที่จะพบกับสิ่งที่ดีที่จะเดินทางมาถึงต่อๆ ไป

บริหารรักให้ยืนยาวด้วยรักและเข้าใจ

ต้องยอมรับว่าปัญหาในเรื่องความรักมีอยู่มากมาย เห็นได้จากหลายคู่ที่กำลังคบกันเป็นแฟนก็มีอันต้องเลิกรากันไปด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ไม่มีเวลาให้กันบ้าง จับได้ว่าอีกฝ่ายนอกใจบ้าง บางคู่แต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยาก็ยังอยู่กันไม่ยืด เตียงรักหักสะบั้นลงทั้งที่ครองรักกันมานาน หลายคู่ก็มีความระหองระแหงกันตลอด

 

พญ.วนัทดา ถมค้าพาณิชย์ จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า การครองรักให้ยืนยาวมีหลายวิธีขึ้นกับมุมมองของแต่ละคนและการนำมาปรับใช้ในชีวิตคู่อย่างเหมาะสม การมองความรักเป็นกำไรชีวิตคือมองคนที่เข้ามาในชีวิตจะมาช่วยเติมเต็มชีวิตเราให้เป็นบวกเป็นกำไรชีวิต ถือเป็นมุมมองหนึ่งที่คนที่กำลังมีความรักหรือมีแฟนควรที่จะมีตั้งแต่ต้น แต่คนส่วนใหญ่เวลาที่มีแฟนถ้าสังเกตจะเห็นว่าค่อนข้างติดลบ มักจะใส่ความคาดหวังเข้าไปด้วย เช่น สามีภรรยาควรจะเป็นแบบนี้ แฟนควรจะเป็นอย่างนั้น หรือว่าวันสำคัญควรจะทำแบบนี้

“พอมีคำว่าควรหรือน่าจะเข้ามา แล้วใส่ความคาดหวังลงไปมากๆ ก็จะทำให้เวลาที่อยู่ด้วยกันแทนที่ชีวิตจะมีความสุข เป็นบวกเป็นกำไร หรืออย่างน้อยก็ควรจะเท่าทุน กลายเป็นติดลบ เพราะฉะนั้นอยากให้มองความรักเป็นกำไรชีวิตตั้งแต่ที่เริ่มคบหากันและพยายามรักษามุมมองนี้ไปตลอด นอกจากนี้จะต้องเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอ พยายามมองแง่ดีและรู้จักชื่นชมอีกฝ่ายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมเหล่านี้ก็จะช่วยให้ความรักดีเสมอต้นเสมอปลาย”

พญ.วนัทดา กล่าวต่อว่า การรับฟังอีกฝ่ายด้วยความใส่ใจก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เพราะคนที่รักกันย่อมต้องการคนที่จะอยู่ด้วยและคอยรับฟังอยู่ข้างๆ ซึ่งการรับฟังนั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนสองคนสามารถแบ่งปันทั้งความทุกข์และความสุขให้กันและกัน ทั้งสามารถแชร์ความรู้สึกของตัวเองออกไป ส่วนไหนไม่ดีก็จะได้ปรับเข้าหากัน เนื่องจากบางครั้งบางทีการอยู่ด้วยกันความเห็นก็ไม่ได้ตรงกันเสมอไป

“พอเป็นแฟนกันแล้ว เรารู้สึกว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน แต่บางครั้งมันอาจจะเยอะเกินไป ข้อดีข้อเสียของแต่ละคนบางอย่างก็ปรับได้ บางอย่างปรับไม่ได้ อย่างตัวเราเองบางทีไม่ชอบข้อเสียบางอย่างของเขา อยากให้เขาปรับเปลี่ยนใหม่ ต้องเป็นแบบโน้นแบบนี้ตามที่เราต้องการ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้อย่างนั้นเสมอไป ดังนั้นการที่เรายอมในสิ่งที่เป็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละคนก็จะทำให้อยู่กันได้อย่างสมดุล แต่สิ่งที่สำคัญอย่างมากคือความไว้ใจ ทุกคู่ต้องมี ถ้าคู่ไหนไม่มีถือว่าน่าเป็นห่วงมาก ความไว้ใจที่พูดถึงไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นผู้ไว้ใจเขาอย่างเดียว เราก็จะต้องทำตัวให้เขาไว้ใจด้วย”

จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวอีกว่า เรื่องหนึ่งที่นับว่าเป็นปัญหาสำหรับคนที่เป็นแฟนกันก็คือการสื่อสาร ซึ่งเป็นเรื่องที่เจอบ่อยมาก หลายคู่ทุกอย่างดีหมดยกเว้นเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นในการสื่อสารกันถ้าละเว้นการใช้คำว่า เธอ เธอ หรือ You You ก็จะดีมาก โดยเฉพาะเวลาที่มีปัญหากัน

“ลองหันมาใช้คำที่คนฟังได้ยินแล้วรู้สึกที่อยากจะคุยด้วยดีๆ เช่น เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ หรือคิดยังไงบ้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใช้เป็นลักษณะของคำถามขึ้นมาแทนก็จะช่วยให้การสื่อสารดีขึ้น”

ข่าวอื่นๆ