นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ ผจญภัยแสนสุขตามสไตล์สาวเอ็กซ์ตรีม

  • วันที่ 04 ก.ย. 2559 เวลา 11:07 น.

นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ ผจญภัยแสนสุขตามสไตล์สาวเอ็กซ์ตรีม

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

สาวหน้าเก๋ ดูเตะตาตั้งแต่แรกเห็นมีนัดหมายกับเราในวันนี้ ใครที่ชอบดำน้ำ หรือหลงใหลในกีฬาเอ็กซ์ตรีม อาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอในฐานะพิธีกรรายการดำน้ำมาบ้าง หรือไม่แน่คุณอาจเคยลงเรือลำเดียวกับเธอเพื่อไปชื่นชมโลกใต้น้ำด้วยกันสักไดรฟ์ เพราะเพียง 4 ปี ที่เธอได้ทำความรู้จักกับโลกใต้น้ำเป็นครั้งแรก เธอได้มีโอกาสไปเปิดประสบการณ์การดำน้ำมาแล้วถึง 450 ไดรฟ์ เคยสร้างวีรกรรมบู๊ ชวนตะลึง ในโลกใต้น้ำมาแล้วเกือบจะทั่วเอเชีย แต่ละไดรฟ์จะมีเรื่องราวดุเด็ดเผ็ดมันขนาดนั้น แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ สาวน้อยมหัศจรรย์ ที่ใช้ชีวิตเอ็กซ์ตรีมสุดๆ เธอเป็นทั้งบาริสต้า ครูสอนการแสดง คอลัมนิสต์ และเจ้าของบล็อก Happynancy มีเรื่องราวจากใต้ท้องทะเลมาเล่าสู่กันฟัง

อันดามันเหนือ : ไดรฟ์แรกของการเปิดโลกใต้น้ำ

แนนซี่ บอกว่า สมัยเด็กทะเล คือ เดสติเนชั่นหลักของครอบครัวที่มักไปใช้เวลาพักผ่อนในวันว่าง ที่ผ่านมาเธอได้มีโอกาสลองดำน้ำตื้น (Snorkeling) มาบ้าง แต่ยังไม่เคยดำน้ำจริงจัง จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอบอกว่า ในชีวิตได้มีโอกาสเที่ยวมาหลายรูปแบบ ทั้งแบ็กแพ็ก ผจญภัย ตะลุยยุโรป ขาดอยู่อย่างเดียวคือ การดำน้ำ ดังนั้นพอเรียนจบเธอจึงตั้งใจว่าจะต้องไปสัมผัสประสบการณ์นั้นให้ได้ เลยไปสมัครเรียนคอร์สดำน้ำพื้นฐาน เพื่อเป็นใบเบิกทางพาเธอไปสู่โลกใต้น้ำ

 

“ทริปแรกที่แนนเลือกไป คือ ไปดำน้ำที่อันดามันเหนือ ไปกิน-นอนอยู่บนเรือเลย 4 คืน 5 วัน ครั้งแรกที่ไป แนนประทับใจมากนะ มันเหมือนเป็นโลกอีกใบ ที่ประทับใจกว่านั้น คือ ดำน้ำครั้งแรกก็ได้เจอปลากระเบนแมนตา หรือปลากระเบนราหู ซึ่งบางคนดำน้ำมา 100-200 ไดรฟ์ ก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอนะ (ยิ้ม) แนนชอบเจ้าแมนตามาก เลยเอามาสักไว้ที่แขนด้วย” แนนซี่ เล่าด้วยดวงตาเป็นประกายพร้อมโชว์รอยสัก

สาวน้อยหน้าคมยังเล่าต่อไปอย่างออกรสว่า นอกจากทริปนี้จะได้เจอกับแมนตาแล้ว ยังได้เห็นฉลามวาฬ ซึ่งมีสถิติการพบในประเทศไทยน้อยมาก แล้วตอนที่ไปก็เป็นช่วงมรสุม โอกาสจะเจอยิ่งน้อยลงไปอีก เพราะฉะนั้นในเมื่อมาแล้วโชคดีสองชั้น เลยเป็นไดรฟ์ที่ประทับใจไม่ลืม

 

ปาเลา : ไม่ไปไม่รู้ ไม่สู้ไม่รอด

หากพูดถึงทริปที่ทั้งทรหด ทั้งบู๊ และชวนจดจำ แนนซี่ยกให้การเดินทางไปยังประเทศปาเลา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะกวม เธอบอกว่า ครั้งนั้นเธอร่วมเดินทางไปในฐานะพิธีกรรายการดำน้ำ การเดินทางต้องใช้เวลาถึง 2 วัน เพราะต้องไปเสียเวลารอต่อเครื่องจากกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ไปประเทศปาเลาค่อนข้างนาน

“จำได้ว่าช่วงที่ไปเป็นช่วงหางๆ ไต้ฝุ่น ด้วยความที่เราไปต่อเครื่องบินเล็ก เครื่องก็สั่นพั่บๆ ตลอดเวลา แต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แนนเลยหลับได้ (ยิ้ม) แต่พอมาถึงที่หมาย บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการมามาก ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักดำน้ำต้องมาเยือนให้ได้ เพราะมีทุกอย่างที่นักดำน้ำใฝ่ฝัน ทั้งแลนด์สเคปใต้น้ำที่สวยเหนือการบรรยาย ปะการังที่สวยงาม และฉลามอีกหลายร้อยสายพันธุ์ แต่ในจำนวนนี้ไม่มีฉลามขาวที่เป็นฉลามกินคนแบบที่เห็นในหนัง”

 

แนนซี่ ย้อนถึงภาพความทรงจำที่ยังชัดเจนในใจว่า วินาทีที่นั่งสปีดโบตเพื่อออกไปดำน้ำนั้น แม้จะดำน้ำตื้น เธอก็ยังได้พบกับภาพประทับใจไม่รู้ลืม นั่นคือฝูงแมงกะพรุนจำนวนมหาศาลที่ว่ายน้ำอยู่รายรอบ นอกจากจะได้ตื่นตาตื่นใจกับแมงกะพรุน ทริปนี้ยังฝากอีกประสบการณ์ที่ยากจะหักใจลืม เพราะเป็นทริปที่เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องต่อสู้กับปลาวัวอยู่ใต้น้ำจนออกซิเจนเกือบหมด

“ด้วยความที่เราไม่รู้ ดันดำลงไปใกล้รังของปลาวัว ซึ่งเป็นปลาที่ค่อนข้างดุ มีฟันเหมือนคน ด้วยความที่มันหวงบ้าน พอมันเห็นเรา ก็พุ่งจะเข้ามาทำลาย เราก็ว่ายถอยหนีในแนวเฉียงขึ้น ปรากฏมันยิ่งตาม จะชาร์จเราให้ได้ เราก็ใช้ฟินเตะ มือต่อย สู้กันอยู่นานเกือบ 30 นาที มันคงเหนื่อย สุดท้ายเลยเลิกรา แนนเลยรอดมาได้ แค่ฟินขาด (หัวเราะ) เพราะรอดมาถึงได้รู้ว่า เราเอาตัวรอดผิด แทนที่จะว่ายเฉียงขึ้น เวลาเจอปลาวัว เราต้องว่ายเฉียงลง โชคดีที่ตอนนั้นแนนมีสติ ไม่ตกใจ พยายามสู้สุดชีวิต”

 

เกาะลอมบอก : พลีชีพเพื่อฉลามหัวค้อน

ไดรฟ์นี้เป็นอีกครั้งที่เธอเสี่ยงชีวิตเพื่อแลกกับความฟินที่จะได้เห็นฉลามหัวค้อน ความพิเศษของไดรฟ์ที่ไป คือ ไม่ใช่ใครก็ไปได้ ต้องมีประสบการณ์ดำน้ำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ไดรฟ์ เพราะบริเวณนี้เป็นน้ำวน พอดำลงไปถึงจุดหนึ่งกระแสน้ำจะดันขึ้นมา ถ้าไม่มีประสบการณ์ดำน้ำอาจจะปอดแตกได้ ที่เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย แนนซี่บอกว่าสามารถดำน้ำเพื่อดูปลาแสงอาทิตย์ หรือปลาโมลา โมลา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่รู้ คิดว่าต้องไปดูที่บาหลีเท่านั้น

“ทริปนี้แนนตั้งใจว่าต้องไปเห็นฉลามหัวค้อนให้ได้ ข้อแม้คืออาจจะต้องดำลงไปลึกหน่อย ปัญหาคือพอดำลงไปลึก ใต้น้ำจะมืดไม่เห็นอะไร แนนก็ต้องพกไฟฉายลงไปด้วย จำได้ว่าตอนที่ดำลงไปเริ่มลึก แนนเริ่มเมาไนโตรเจน อาการจะเหมือนคนเมาเหล้าไม่รู้ตัว ตอนนั้นถึงจะเมา แต่ความตั้งใจที่มีว่าต้องเห็นฉลามหัวค้อนให้ได้มีมากกว่า เลยกัดฟันดำลงไป จนในที่สุดได้เห็นฉลามหัวค้อนแวบนึงก็เริ่มไม่ไหว ไดรฟ์การ์ดที่ไปด้วยก็รีบดึงแนนขึ้นมา นับว่าเป็นอีกทริปที่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจ"

 

สิปาดัน : เซย์ไฮสัตว์โลกน่ารัก

ไดรฟ์นี้แนนซี่ให้คำจำกัดความว่า เป็นไดรฟ์ที่มอบประสบการณ์น่ารักๆ ให้ เพราะพอดำลงไปจะได้พบกับเต่าทะเลหลากหลายสายพันธุ์ เรียกว่าดำน้ำไปทุก 15 วินาที ต้องเจอเต่า 1 ตัว นอกจากเต่าที่นี่ก็มีฉลามเยอะมาก

“ถ้าเปรียบเทียบว่าเจอเต่า เจอปลาเยอะขนาดไหน นึกภาพตามง่ายๆ ว่า ถ้าอยู่บนบกก็เหมือนเดินไปเจอหมาแมว ถามว่าเวลาลงไปเจอสัตว์พวกนี้อยากสัมผัสมั้ย อยากนะ แต่เรารู้ดีว่า เราไม่ควรไปสัมผัสเพราะมือคนเรามีแบคทีเรีย จับไปปลาอาจจะตาย เพราะฉะนั้นเวลาดำน้ำเราจะต้องห้ามใจ และใช้ตาชมความงามอย่างเดียว"

 

แนนซี่ บอกว่า เวลาเราลงไปเห็นสัตว์ทะเล มนุษย์เราก็มองมันด้วยความตื่นเต้น ในทางกลับกันพวกมันก็คงคิดไม่ต่างจากเรา

"มีครั้งหนึ่ง แนนพยายามจะเซลฟี่กับเต่า ก็สังเกตว่ามันก็ลอบมองเราด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน มันบอกแนนสลับไปมากับกล้องในมือด้วยแววตาสงสัย แนนคิดเล่นๆ ว่า เต่าก็งงว่าเราเป็นตัวอะไรเหมือนกัน (หัวเราะ)"

 

นอกจากการดำน้ำจะเป็นกิจกรรมสุดโปรดของแนนซี่แล้ว เธอบอกว่า เมื่อไม่นานนี้เธอพบกับอีกหนึ่งกิจกรรมที่ถูกใจสาวที่ชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม นั่นคือ การปีนเขา แนนซี่มองว่า เสน่ห์ของทั้งการปีนเขาและดำน้ำ คือ การพาตัวเองออกไปมองโลกในอีกมุม แถมยังได้มิตรภาพดีๆ กลับมามากมาย ได้เพื่อนกลุ่มใหม่ที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน จากนี้ไปเป้าหมายต่อไปในการดำน้ำของเธอ คือ กาลาปากอส

"แนนว่าอาจต้องรออีกสักพัก เพราะค่าใช้จ่ายในการไปดำน้ำที่กาลาปากอสค่อนข้างสูง บวกลบคูณหารแล้ว ค่าใช้จ่ายอาจไม่ต่างกับการเข็นรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ลงน้ำ 1 คันเลยทีเดียว" สาวหน้าคมกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม

 

 

ข่าวอื่นๆ