เยาวชนคนโขนเลือดใหม่ สืบสานศิลปะชั้นสูงของชาติ

  • วันที่ 04 ก.ค. 2559 เวลา 11:04 น.

เยาวชนคนโขนเลือดใหม่ สืบสานศิลปะชั้นสูงของชาติ

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

เดินทางมาถึงปีที่ 10 แล้ว สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ หรือที่รู้จักกันในนามโขนพระราชทาน โดยในปีนี้ทางคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้คัดเลือกตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” อันเป็นการสื่อความหมายของความจงรักภักดีและการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริตมานำเสนอ เพื่อให้เข้ากับวาระมหามงคล 2 วาระที่มาบรรจบกัน ทั้งการครบรอบการเสวยราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา

ก่อนที่การแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่ประจำปีจะเปิดม่านขึ้น หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ การคัดเลือกนักแสดงโขนหน้าใหม่ โดยในปีนี้ยังได้รับความสนใจจากเหล่านักเรียน นักศึกษา ทั้งจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศที่พร้อมใจกันมาร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยถึง 772 คน โดยจัดให้มีการคัดเลือกนักแสดงจำนวน 5 ตัวละคร ได้แก่ โขนพระ ละครพระ ละครนาง โขนยักษ์ และโขนลิง

พลังคนรุ่นใหม่สืบสานการแสดงโขน

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการอำนวยการโขนฯ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” กล่าวด้วยความปลื้มปีติว่า เป็นที่น่าปลื้มใจ ที่ปีนี้ได้เห็นเยาวชนที่อายุน้อยลงหันมาให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการคัดเลือก บางคนยังเรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษา ที่สำคัญ ไม่ได้มีแต่นักเรียนนาฏศิลป์ที่ให้ความสนใจ แต่ยังรวมถึงนักศึกษาและนักเรียนด้วย ซึ่งการคัดเลือกนักแสดงปีนี้ยังคงเข้มข้นเช่นเดิมจากอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์ด้านโขน ศิลปินแห่งชาติ ตลอดจนครูผู้เชี่ยวชาญด้านโขน

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ

 

 

“เด็กๆ ที่มาออดิชั่น ไม่ว่าจะผ่านการคัดเลือกหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะอย่างน้อยแค่มาร่วมคัดเลือก ได้มาแสดงต่อหน้าคณะกรรมการที่ทรงคุณวุฒิ เพื่อรับฟังคอมเมนต์ การวิเคราะห์ท่ารำจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโขน ก็ถือว่าคุ้มแล้ว ที่สำคัญถ้าพลาดหวังจากการคัดเลือกปีนี้ก็ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้ามาใหม่ก็ได้”

สำหรับเหตุผลที่ปีนี้จัดแสดงตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวว่า เป็นเพราะเห็นว่าเนื้อเรื่องเหมาะสมกับปีมหามงคล นอกจากเนื้อหาจะสะท้อนถึงความจงรักภักดีที่พิเภกมีต่อพระรามแล้ว ยังเป็นการตอบคำถามผู้ชมโขนตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า ทำไมพิเภกซึ่งเป็นยักษ์จึงมาสวามิภักดิ์กับฝั่งพระราม

ด้าน ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองประธานคณะกรรมการอำนวยการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า น่าดีใจที่ได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่ให้ความสนใจในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เคยรับสั่งให้นักเรียนจากโรงเรียนนาฏศิลป์ได้มีส่วนร่วมในการแสดงโขนด้วย เพราะไม่อยากให้เด็กๆ รู้สึกว่าการเรียนนาฏศิลป์นั้น หมายถึงอาชีพเต้นกินรำกิน หากอยากให้เขาภูมิใจว่าเป็นผู้สืบสานและต่อยอดวัฒนธรรมของชาติ และยังทรงเน้นอีกว่าหากเด็กๆ ได้ร่วมแสดงบนเวทีใหญ่ จะเป็นความทรงจำที่ดีและเป็นความประทับใจสืบไป

ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี

 

“โขนพระราชทานเดินทางมาถึงปีที่ 10 แล้ว ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการจัดงานก็อดปลาบปลื้มใจไม่ได้ที่เห็นการแสดงโขนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง กลายเป็นงานใหญ่ที่เด็กๆ เฝ้ารอ ตั้งใจฝึกซ้อมอย่างดีเพื่อมาออดิชั่น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดง ซึ่งแต่ละปีก็จะเห็นพัฒนาการด้านฝีมือที่เพิ่มขึ้น จนคณะกรรมการคัดเลือกหนักใจ แต่ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดีที่สุด”

สอดคล้องกับอาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดงโขนฯ กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกปีนี้ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกในปีก่อน และกลับไปฝึกปรือฝีมือกันมาจนทำให้คณะกรรมการเห็นถึงความตั้งใจได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามเพื่อความยุติธรรม ทางคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าได้นักแสดงที่มีความสามารถจริงๆ มาร่วมแสดง สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต้องถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มีโอกาสมาฝึกฝีมือรับคำแนะนำจากศิลปินอาวุโส จนกลายเป็นผู้ที่มีความสามารถ และเป็นกำลังสำคัญของชาติด้านการโขนต่อไป

“หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกนักแสดงครั้งนี้ จะดูจากทักษะความสามารถตามบทบาทของตัวละคร อย่างโขนพระ จะพิจารณาหน้าพาทย์ที่ใช้ในการแสดง กระบวนท่าเฉพาะ การตีบทประกอบเพลงร้องและคำพากย์-เจรจา พร้อมทั้งกระบวนท่ารบ-ขึ้นลอย ละครพระ และละครนาง จะดูเพลงหน้าพาทย์ที่หลากหลายและการตีบทประกอบเพลงร้อง ส่วนโขนยักษ์และโขนลิง จะพิจารณากระบวนท่าหลัก การใช้อาวุธต่างๆ การตีท่าประกอบคำพากย์-เจรจา กระบวนท่ารบ-การรับลอย นอกจากนั้นจะดูภาพรวมของนักแสดงเยาวชนที่มาร่วมคัดเลือกว่ามีความเหมาะสมของบุคลิกลักษณะกับบทบาทในตอนที่จะเล่น”

อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย

 

 

ฝันยิ่งใหญ่ของเด็กนาฏศิลป์

สำหรับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับทุนการศึกษามีทั้งสิ้น 26 คน ผักกาด-ณัฐพร แก้วจันทร์ อายุ 18 ปี จากวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ซึ่งได้คะแนนลำดับที่ 1 จากการคัดเลือกตัวละครพระ กล่าวว่า เคยมีโอกาสมาออดิชั่นเมื่อปีที่จัดการแสดงชุดศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ แต่ไม่ได้รับคัดเลือก จนเมื่อปีที่แล้ว ฝันของเธอก็เป็นจริง เมื่อผ่านการคัดเลือกเป็นตัวละครพระในการแสดงชุด “ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ” ซึ่งในปีนั้นเธอได้คะแนนเป็นลำดับ 2 มาถึงปีนี้เลยตัดสินใจมาตามความฝันอีกครั้ง

“การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเวทีโขนพระราชทานเป็นความฝันสูงสุดของเด็กนาฏศิลป์ทุกคน รวมถึงตัวหนูเองที่อยากมาร่วมแสดงในโขนพระราชทาน ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสืบสานไว้ กับการแสดงเป็นตัวละครพระ หนูมองว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะในฐานะผู้หญิงเราจะแสดงออกอย่างไร เพื่อแสดงความสง่างามแบบชายชาตรีออกมา”

ขณะที่ ฟ้า-สุพรรษา จำเมือง อายุ 16 ปี จากวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี ซึ่งได้คะแนนลำดับที่ 1 จากการคัดเลือกตัวละครนาง กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า ถึงจะพลาดหวังจากการมาออดิชั่นเมื่อปีที่แล้ว แต่เธอก็เก็บเอาความผิดหวังมาเป็นแรงผลักดัน และพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักจนประสบความสำเร็จแบบไม่คาดฝัน

ฟ้า-สุพรรษา จำเมือง

 

“ปีที่แล้วหนูมาด้วยความฝัน แต่ตัวหนูเองอาจจะยังไม่พร้อม พอพลาดหวังกลับไป หนูเก็บเอาความเสียใจในวันที่ล้มมาเป็นพลังในการฝึกซ้อมอย่างหนัก ให้ครูท่านช่วยต่อท่าให้ หนูยังจำคำที่ครูบอกได้ว่า ล้มวันนี้เพื่อวิ่งต่อในวันหน้า ตัวหนูเองใฝ่ฝันอยากจะได้ร่วมแสดงในโขนพระราชทาน ซึ่งเป็นเวทีอันทรงเกียรติที่เด็กนาฏศิลป์ทุกคนอยากมีโอกาสได้ร่วมแสดง มาถึงวันนี้ เรียกว่าเป็นอะไรที่เกินฝันเลยค่ะ”

เช่นเดียวกับ กันต์-กัญญา ตู้พิจิตร์ อายุ 17 ปี จากวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง ได้คะแนนลำดับที่ 2 จากการคัดเลือกตัวละครนาง กล่าวว่า การได้ร่วมแสดงในโขนพระราชทาน ไม่เพียงเป็นเกียรติต่อตัวเองและครอบครัว แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติ

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี พ.ศ. 2559 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 พ.ย.-5 ธ.ค.นี้ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา

ผักกาด-ณัฐพร แก้วจันทร์

 

ข่าวอื่นๆ