ความสุข ความสำเร็จ เราสร้างได้

  • วันที่ 01 ก.ย. 2558 เวลา 12:04 น.

ความสุข ความสำเร็จ เราสร้างได้

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

ภาพเปิดเรื่อง

ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมเรียนรู้หลักปรัชญา 17 ประการแห่งความสำเร็จของนโปเลียน ฮิลล์ กับ โค้ชเปิ้ล-สุวรรณา มิชเชล (Napoleon Hill Certified Instructor คนเดียวในประเทศไทย) ณ ไทยแลนด์ โค้ชชิ่ง อคาเดมี่ ตลอด 3 วันแห่งการเรียนรู้ ผมได้เรียนรู้ว่า เมื่อผมลองเปิดใจรับหลักปรัชญาทั้ง 17 ประการ ลองใคร่ครวญและพิจารณาถึงคุณค่าและความหมายของมันทีละปรัชญา ว่ามันสามารถทำให้เราค้นพบความสุขและความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไร แล้วพลังแห่งความฮึกเหิมภายใต้จิตคิดบวกก็ได้ปะทุขึ้นมา จนสามารถบอกกับตัวเองได้ทุกลมหายใจเข้าออกว่า

I Can Do It, Do It Now.

นโปเลียน ฮิลล์ คือใคร?

โค้ชเปิ้ล สุวรรณา เผยว่า นโปเลียน ฮิลล์ คือผู้เขียนหนังสือ Law of Success และ Think and Grow “เขาเป็นเด็กดอยตัวเล็กๆ ผอมแกร็น อยู่อาศัยในบ้านที่อยู่บนภูเขา ที่ซึ่งไม่มีไฟฟ้าประปาใช้ ถนนเข้าหมู่บ้านก็ยังไม่มี พ่อเป็นชาวไร่ เขามีพี่น้องหลายคน เวลาเรียนหนังสือก็เรียนในโรงเรียนเล็กๆ ประจำหมู่บ้าน พอคุณแม่เสียตอนอายุ 9 ขวบ นโปเลียนต้องเรียนไปด้วย ช่วยงานคุณพ่อไปด้วย 3 ปีต่อมา คุณพ่อก็แต่งงานใหม่”

เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น คุณพ่อเห็นว่า นโปเลียนไม่น่าจะเรียนได้รอด เลยอยากให้เขาออกมาช่วยงานอย่างเต็มตัว โชคดีที่แม่เลี้ยงเห็นต่าง เธอเชื่อว่า นโปเลียนจะเป็นเด็กที่โตไปแล้วมีอนาคตไกล เพราะมีแววฉลาด ถ้าได้รับการสนับสนุน “แม่เลี้ยงจึงซื้อเครื่องพิมพ์ดีดเล็กๆ ให้ นโปเลียนเลยคิดใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ดีดนี้ โดยคอยหาข่าวภายในโรงเรียนมาพิมพ์เป็นข่าว พิมพ์เสร็จก็นำไปติดบอร์ด กลายเป็นผู้สื่อข่าวประจำโรงเรียน จากตรงนั้นเขาก็กลายเป็นผู้สื่อข่าวประจำหมู่บ้าน”

นโปเลียน ฮิลล์

เมื่อนโปเลียนได้เขียนข่าวอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นทักษะติดตัว เขาค้นพบว่านี่คือความรัก ที่ทำให้เขาตั้งจุดหมาย และหาเส้นทางที่จะไปให้ถึงตรงนั้น นั่นคือการเป็นบรรณาธิการในนิวยอร์ก และเขาก็เป็นสิ่งนี้ ณ ที่แห่งนั้นตามที่เขามุ่งหวัง “เขาได้สัมภาษณ์บุคคลที่ประสบความสำเร็จมากมาย จนวันหนึ่งนโปเลียนได้ไปเจอมหาเศรษฐีด้านอุตสาหกรรมเหล็กของสหรัฐ แอนครู คาร์เนกี ผู้ซึ่งมีชีวิตจากเด็กดอยมาเป็นมหาเศรษฐีเช่นเดียวกับเขา และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของนโปเลียนในการเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดี”

นโปเลียนได้รับทุนจาก แอนดรู คาร์เนกี ในการทำวิจัย เพื่อค้นหาว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้บุคคลต่างๆ ได้ค้นพบความสำเร็จในชีวิต รวมทั้งเขาได้ทีมงานทำวิจัยจากบุคคลในสายงานต่างๆ มาช่วยงาน เมื่อผลการวิจัยออกมา เขาได้นำมันมาเขียนเป็นหลักการต่างๆ จนตีพิมพ์เป็นหนังสือขาย และก็ประสบความสำเร็จขั้นสูงสุด “แต่เมื่อมีผู้อ่านท้วงติงมาว่า มันยังขาดหลักการอะไรบางอย่าง นโปเลียนจึงเริ่มทำวิจัยขึ้นมาอีกครั้ง และค้นพบว่าการท้วงติงนั้นเป็นเรื่องจริง เขาจึงได้เพิ่มหลักการสำคัญที่เขาได้ค้นพบ จนกลายเป็นหลักปรัชญา 17 ประการแห่งความสำเร็จ เขาไม่คิดนำมันมาทำเป็นหนังสือขาย แต่ทำเป็นแบบเรียนสำหรับนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และมันก็ได้กลายมาเป็นหลักปรัชญาที่เราจะได้เรียนรู้กันในวันนี้”

หลักปรัชญา 17 ประการแห่งความสำเร็จ

เมื่อผมได้เรียนรู้หลักปรัชญาทั้ง 17 ประการ ผมได้ค้นพบว่า จุดเริ่มต้นต้องมาจากการมองเห็นภาพเป้าหมายสูงสุดของชีวิตตนเอง กำหนดเป้าหมาย และลงมือทำเพื่อให้ตัวเองได้ไปถึงจุดนั้น ซึ่งมันจะช่วยทำให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราทำ และเมินเฉยต่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายสูงสุดของเรา นี่คือหลักการที่ 1 หลักการที่ 2 คือ การมีเพื่อนร่วมทางที่มีเป้าหมายเดียวกัน หรือคล้ายกัน และต่างแบ่งปัน ช่วยเหลือ และทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน เพื่อบรรจุเป้าหมายสูงสุดตามที่เราได้มุ่งหวังไว้ หลักการต่อมา นั่นคือการมีความศรัทธาต่อตนเองและต่อเป้าหมายสูงสุด โดยไม่ลังเล สงสัย ท้าทาย กังวล หงุดหงิด หรือประหลาดใจ แต่ลงมือทำ เพราะการลงมือทำ เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกของการศรัทธาในทุกๆ เรื่อง

สำหรับหลักการที่ 4 การทำโดยไม่หวังผลตอบแทน นั่นคือการทำมากกว่าและดีกว่าที่ได้รับ เมื่อใดที่เราทำสิ่งนี้ การตอบแทนเพื่อให้เราได้รับ มันจะทำหน้าที่ของมันเอง และมันจะช่วยรักษาสมดุลให้แก่ชีวิตของเราในท้ายที่สุด หลักการที่ 5 คือการมีบุคลิกที่น่าคบหา สิ่งนี้ถือเป็นตัวกำหนดว่าใครจะได้รับความชอบพอจากคนรอบข้างได้บ้าง ซึ่งเราสามารถทำให้เกิดสิ่งนี้ได้ด้วยการปรับสภาพจิตใจ ความคิด ร่างกาย ที่มาจากจิตคิดบวก มันจะส่งผลให้เรามีน้ำเสียงน่าฟัง มีรอยยิ้มแจ่มใส มีความอดทนอดกลั้น และมีการแต่งกายที่สวยงามและเหมาะสมกับตนเอง สิ่งใดขาด ก็เติม สิ่งใดล้น ก็ปรับลด

บุญชัย โกศลธนากุล

หลักการที่ 6 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่รอการร้องขอ คนที่ก้าวหน้ากว่า สามารถทำสิ่งที่ควรทำ โดยไม่ต้องมีคนบอก และไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาจะทำสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ  และสิ่งนี้จะดึงโอกาสดีๆ เข้ามาหาเราโดยที่เราไม่ต้องร้องขอด้วยเช่นเดียวกัน ในส่วนของหลักการที่ 7 การมีจิตคิดบวก หมายถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะสิ่งที่เราต้องการ นี่ถือเป็นรากฐานที่ช่วยทำให้หลักการต่างๆ บรรลุผลสำเร็จ หลักการที่ 8 การมีความกระตือรือร้น นี่ถือเป็นการลงมือทำที่มีพลังมาจากแรงศรัทธา มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าจากภายใน เมื่อทุกข์ ท้อ ล้มเหลว ก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ ตราบใดความกระตือรือร้นยังคุกรุ่นอยู่ภายใน ก็ไม่ยอมพ่ายแพ้

ในส่วนของหลักการที่ 9 การมีวินัย หมายความว่า เราจะมีวินัยในการลงมือทำ ต่อสิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุด มุ่งมั่น ไม่หย่อนคล้อย มีวินัยทั้งความคิดและจิตใจ หลักการต่อมาคือ การคิดคมรอบคอบ  โดยไม่มโนหรือปรุงแต่ง แต่ให้คิดตามหลักความเป็นจริง คัดแยกความจริงออกจากการปรุงแต่ง แล้วคัดแยกความจริงที่สำคัญที่สัมพันธ์กับจุดมุ่งหมายสูงสุดของเรา แล้วยึดถือในหลักความจริงนี้ โดยใช้งานมันอย่างคมคายและรอบคอบ หลักการที่ 11 การใส่ใจในสิ่งที่ทำ มันคือการตอกย้ำความใส่ใจในสิ่งที่เราทำ ที่เป็นสิ่งที่สอดคล้องและนำพาเราไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุด  รวมทั้งเราต้องรักษาสิ่งนี้ให้อยู่ในระดับจิตใจและจิตใต้สำนึกของเราตลอดเวลาโดยไม่วอกแวก

หลักการที่ 12 การสร้างสรรค์ทีมเวิร์ก ที่ทุกคนต่างร่วมมือร่วมในกันทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างกลมกลืน จริงใจ เต็มใจ สมัครใจ ให้เกียรติ และช่วยเหลือกันอยู่ตลอดเวลา หลักการที่ 13 เราต้องเรียนรู้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากเคราะห์กรรมและความพ่ายแพ้ของชีวิต คนที่ประสบความสำเร็จ จะมองว่าความพ่ายแพ้ล้มเหลว เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว ไม่คงอยู่ตลอดไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องไม่ยอมจำนนต่อมัน หลักการต่อมา การมีภาพสร้างสรรค์ที่เกิดจากจินตนาการที่เต็มไปด้วยอิสระและไร้ซึ่งความกลัวกังวล อย่าลืมว่า จินตนาการทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ขอเพียงแต่อย่าปล่อยให้จินตนาการเป็นได้แค่จินตนาการ แต่คิดต่อยอดและลงมือทำ

หลักการที่ 15 การรักษาสุขภาพกายและใจอย่างสม่ำเสมอ คนเราฝันไกลแต่ไปไม่ค่อยถึง เพราะสุขภาพอ่อนแอไปเสียก่อน คนที่ประสบความสำเร็จ มักรักษาสุขภาพของตัวเอง เพื่อจะได้มีแรงพลังในการทำสิ่งที่ทำ แล้วจะทำให้ตัวเองก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายได้สำเร็จ หลักการต่อมา การจัดสรรเวลาและบริหารเงิน คนที่ประสบความสำเร็จ มักถามตัวเองว่า เราใช้เวลาอย่างไร หมดเวลาไปอย่างไร เสียเวลาไปเท่าไหร่ เราใช้จ่ายไปอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะหยุดการสูญเสียนี้ เมื่อมีคำตอบ แนวทาง และแผนที่ที่จะเดินแล้ว จงสาละวนอยู่กับมัน อย่าออกนอกเส้นทาง หลักการสุดท้าย ทำทุกสิ่งที่ว่ามานี้ให้เป็นนิสัยติดตน มันคือการปลูกฝังนิสัยที่ดี นำไปสู่จิตใจสงบ แต่กระตือรือร้น มีสุขภาพแข็งแรง มั่งคงทางการเงิน อยู่ในที่ที่ควรอยู่ กับคนที่ควรคบหา และสามารถนำพากันและกันไปสู่ความสำเร็จ

สุวรรณา มิชเชล

ชีวิต จิตคิดบวก ความสุข ความสำเร็จ

หลังจากผ่านการเรียนรู้หลักปรัชญา 17 ประการนี้จากโค้ชเปิ้ล สุวรรณา ผมก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอ โดยเธอบอกเล่าว่า เธอให้โอกาสตัวเองได้ลองเรียนรู้หลักการเหล่านี้ เมื่อเรียนรู้แล้วก็ให้โอกาสตนเองได้ลงมือทำทุกหลักการในทุกๆ วัน หากไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง ก็ไม่เกิดการเรียนรู้และได้ค้นพบความสำเร็จ

“จากวันที่สามีป่วยหนัก ลำไส้ติดเชื้อ ลามเข้าปอด ต้องผ่าตัดวันเว้นวัน นอนพักรักษาตัวระยะยาวอยู่ในห้องไอซียู โอกาสรอดศูนย์เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนจิตใจเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เราก็เลยบอกสามีว่า ไม่ว่าจะรักษาตัวนานแค่ไหน เราจะอยู่เคียงข้างเขา ทำให้เขามีกำลังใจเข้มแข็ง และสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้”

ในระหว่างนอนพักรักษาตัว สามีของโค้ชเปิ้ลอ่านหนังสือของนโปเลียน ฮิลล์ และนำมาใช้จนทำให้เขาหายดีในที่สุด ทำให้โค้ชเปิ้ลอยากลงคอร์สเรียนของหลักปรัชญาต่างๆ นี้ และเมื่อเธอเรียนจนจบการศึกษา เธอก็ตั้งเป้าอยากเป็นโค้ชชีวิตที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ เธอวางแอ็กชั่นแพลน และดำเนินการตามนั้น โดยขจัดนิสัยที่ไม่ใช่ และดำเนินการตามนิสัยใหม่ เพื่อให้ตนเองบรรลุจุดมุ่งหมาย “หลักการทั้ง 17 ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน มันยังคงใช้การได้ดี เพราะนี่คือหลักการพื้นฐานของชีวิตคนที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ และมันก็สอดคล้องกับหลักพุทธของเราด้วยตรงที่ ศึกษาหลักการเหล่านี้แล้วอย่าเชื่อ จนกว่าจะได้พิสูจน์ด้วยตนเอง”

สำหรับผู้ชาย ในฐานะที่มักถูกนิยามไว้ว่าคือผู้ที่เข้มแข็ง อ่อนแอไม่ได้ ต้องเสียสละ และต้องเป็นผู้นำ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเหตุให้ผู้ชายหลายคนเก็บกด และหาทางออกผิดๆ ในหลายรูปแบบ เช่น การฆ่าตัวตาย ซึ่งคิดแล้วมักลงมือทำเลย โค้ชเปิ้ลเผยว่า “ผู้ชายมีความเข้มแข็ง ถือเป็นเรื่องดี แต่ในความเข้มแข็งนั้นต้องมีจิตคิดบวกเป็นฐาน ถ้าไม่มี ความเข้มแข็งที่มี มันจะไม่ใช่ของจริง อยากบอกว่า จิตคิดบวกทำให้เรามีความอ่อนโยนจากภายใน ทำให้เรามีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง ผู้อื่น และเรื่องราวต่างๆ รอบตัวได้ดีขึ้น ทำให้เรามีความยืดหยุ่นได้ทุกสถานการณ์โดยอัตโนมัติ เมื่อล้ม ก็ลุกขึ้นยืนได้ใหม่ โดยไม่ทำร้ายหรือซ้ำเติมตนเอง แต่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข”

บิล เกตส์

ความสำเร็จเกิดจากการเรียนรู้และลงมือทำ

เชื่อแน่ว่า ใครหลายคนคงรู้จัก บิล เกตส์ ผู้ซึ่งเรียนรู้หลักการเหล่านี้จากมหาวิทยาลัย ได้ลงมือทำ จนกลายเป็นคนที่คิดนอกกรอบ ไม่มีความกลัวต่อสิ่งที่ทำ ว่าทำแล้วจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อเขาเชื่อว่ามันเป็นไปได้ และก็ลุยทำต่อไป จนในที่สุดก็ได้ค้นพบความสำเร็จ และสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อเขาประสบความสำเร็จ ร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐีระดับโลกแล้ว เขาก็ได้ทำอะไรดีๆ คืนกลับสู่สังคม

ในส่วนของคนไทย อยากให้เราได้รู้จัก ดร.บุญชัย โกศลธนากุล กรรมการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาภาษา Fast English ผู้ซึ่งได้เรียนรู้หลักปรัชญา 17 ประการแห่งความสำเร็จของนโปเลียน ฮิลล์ มาตั้งแต่อายุ 13 ปี และก็ลงมือทำตามหลักการอย่างจริงจัง ไม่หย่อนคล้อย จนค้นพบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

“ตั้งแต่ผมได้เรียนรู้หลักปรัชญาของนโปเลียน ฮิลล์ ผมใช้หลักเรียนรู้แล้ววิเคราะห์เหตุผลที่เขาให้มา โดยยังไม่ลงมือทำ เมื่อวิเคราะห์แล้วเห็นว่ามันเมกเซนส์ ก็ลงมือทำ พอลงมือทำ ผมก็ได้เห็นถึงผลลัพธ์ ที่ทำให้ผมค้นพบความสุขความสำเร็จได้อย่างแท้จริง แต่ผมอยากแนะนำว่า ถ้าหากเราอยากให้ความสุขและความสำเร็จอยู่กับเราอย่างยั่งยืน เราต้องทำจนเป็นนิสัย ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเข้าไปในสมอง เวลาลงมือทำ เราจะทำอย่างไม่หลงทางและไม่เสียเวลา”

ข่าวอื่นๆ