ชีวิตบนความสมดุล ของ รินทร์สิตา ธนาเอกเสฏฐ์กุล

  • วันที่ 21 พ.ค. 2556 เวลา 10:10 น.

ชีวิตบนความสมดุล ของ รินทร์สิตา ธนาเอกเสฏฐ์กุล

โดย...วรธารที ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ยังจำได้ไหม อั๊ส เดอะสตาร์ “รินทร์สิตา ธนาเอกเสฏฐ์กุล” 1 ใน 5 สาว ที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เดอะ สตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 2 ปัจจุบันเธอผันมาเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาเด็กอนุบาล Happy TriLingual School ที่ไม่ใหญ่นักภายในบริเวณร้านอาหารบ้านเรือนไม้ของครอบครัว ในซอย 33 ถนนพระราม 2

ความหลังครั้งเป็นเดอะสตาร์

รอยยิ้มและหน้าตาอันสดใสของเธอไม่เคยเปลี่ยนจากสมัยที่เคยโด่งดังสร้างความสุขให้คนดูบนเวทีเดอะ สตาร์ ทันทีที่ทุกคนเหยียบย่างเข้าไปภายในร้านอาหารบ้านเรือนไม้ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยสุดแสนจะร่มรื่นก็ได้รับการต้อนรับขับสู้จากเธอแสนจะอบอุ่น

ย้อนไปสมัยที่เป็นเดอะสตาร์ 2 ถือเป็นช่วงที่เธอมีความสุขกับงานในวงการบันเทิงมาก ทั้งความสำเร็จในเรื่องงาน ชื่อเสียง เกียรติยศ เพื่อนฝูง แฟนๆ ที่ให้การต้อนรับสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่ ณ วันหนึ่งเมื่อโลกธรรมส่วนดีที่ใครๆ ต้องการนี้เริ่มจางหายไป อั๊ส ณ ตอนนั้นเด็กมากเพราะกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจึงยากจะรับไหว แต่ต่อมาเธอก็เข้าใจโลกธรรมนี้เป็นอย่างดีด้วยตัวของเธอเองจากการปฏิบัติธรรม

เธอบอกว่า วงการบันเทิงเป็นวงการแห่งโลกธรรมอย่างแท้จริง มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีนินทา มีสรรเสริญ มีสุข มีทุกข์ ทุกอย่างเป็นอนิจจัง ไม่มีลาภที่ยั่งยืน ไม่มียศที่ยั่งยืน ไม่มีสรรเสริญที่ยั่งยืน ไม่มีสุขที่ยั่งยืน เพราะจะมีโลกธรรมฝ่ายเสื่อมแทรกเข้ามาเสมอ

“ถ้าใครเข้าใจและอยู่กับมันได้คนนั้นก็จะอยู่ในวงการนี้ได้ แต่ตอนนั้นอั๊สยังเด็กไม่เข้าใจธรรมนี้เลย พอเกิดกับตัวเองก็รับไม่ทันและรับไม่ไหว แต่โชคดีคุณแม่พาไปปฏิบัติธรรมอยู่ช่วงหนึ่งทำให้อั๊สเข้าใจทุกอย่างพร้อมกับเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี จากนั้นก็เริ่มถอยออกมาจากวงการแล้วก็มาทำธุรกิจร้านอาหาร” อั๊ส เดอะสตาร์ เล่าชีวิตที่ผ่านมา

ทำร้านอาหารแนวสุขภาพ

หลังจากถอยออกมาจากวงการบันเทิงเธอก็มาทำร้านอาหารแนวสุขภาพชื่อว่า “บ้านเรือนไม้” แถวพระราม 2 ซอย 33 เข้าซอยไปราวๆ 3 กิโลเมตร พ่อแม่เป็นคนเปิดให้และเป็นธุรกิจครอบครัวถึงวันนี้

“คุณแม่กลัวอั๊สจะเหงาก็เลยเปิดร้านให้ เป็นร้านอาหารสุขภาพ ไม่ขายหมู ไม่ขายไก่ จะมีแต่อาหารทะเล และมังสวิรัติ ความจริงจะขายแต่มังสวิรัติ เพราะมองว่าคนเราสมัยนี้ป่วยเยอะเลยไม่อยากให้กินอาหารที่จะไปกระตุ้นโรค แต่ก็มีเด็กๆ ที่พ่อแม่มักจะพามาด้วยเราก็เลยต้องขายอาหารทะเลเพื่อเด็กๆ สำหรับอาหารทุกจานสด สะอาด รสชาติดี และทำทันทีที่ลูกค้าสั่ง ไม่มีทำไว้ เวลาขายเช้าถึงบ่าย 3 ตอนเย็นไม่ขายเพราะที่ร้านไม่ขายแอลกอฮอล์ค่ะ”

เธอเล่าต่อว่า ช่วงแรกๆ ร้านมีสองสามโต๊ะแต่ต่อมาขยายใหญ่ มีให้เลือกนั่งตามอัธยาศัย ตั้งแต่คนเดียว สองคน หรือจะนั่งเป็นสิบก็ไม่มีปัญหา ร้านตกแต่งสไตล์รีสอร์ท บรรยากาศร่มรื่น มีของขายมากขึ้น ไม่ได้มีเฉพาะอาหารแต่มีขนม ของฝาก เครื่องดื่มมากมายล้วนแนวสุขภาพ สะอาด ปลอดภัย

เปิดโรงเรียนสอนภาษาเด็ก

หลังการเปิดร้านอาหารแนวสุขภาพได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าดีมากในเวลาต่อมา ส่วนใหญ่ที่มาอุดหนุนจะเป็นลูกค้าที่มาเป็นครอบครัวคือมีเด็กมาด้วย ดังนั้นเมื่อปีที่แล้วเธอจึงหันมาเปิดโรงเรียนสอนภาษาสำหรับเด็กอนุบาลขึ้น ชื่อ Happy TriLingual School ในบริเวณพื้นที่ติดร้านอาหาร เปิดสอนเฉพาะเด็กวัยอนุบาล ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ โดยครูสอนเป็นชาวต่างชาติ

“อั๊สจบครุศาสตร์ เอกปฐมวัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่นชอบการสอนเด็กเป็นพิเศษ ฝันไว้ว่าวันหนึ่งอยากเปิดโรงเรียนเล็กๆ สอนเด็กๆ แล้วฝันก็เป็นจริงคุณพ่อคุณแม่ท่านก็สนับสนุน ที่อั๊สเลือกโรงเรียนสอนภาษาเพราะต้องการให้เด็กๆ มีความสุขและรักที่จะเรียนรู้ภาษาไปตลอดชีวิตไม่เฉพาะตอนเป็นเด็กอนุบาลเท่านั้น แม้โตแล้วหรือต่อๆ ไปก็รักที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ”

อั๊ส เล่าต่อว่า นอกจากนี้ตอนที่เธอเรียน ป.2 ป.3 คุณแม่จะให้ครูภาษาจีนและครูภาษาอังกฤษมาสอนที่บ้าน พอรู้ก็วิ่งหนีไม่อยากเรียนซึ่งอันนี้เธอคิดว่าเป็นปัญหาของเด็กไทยทั่วไป ดังนั้นโรงเรียนของเธอจึงต้องการเปลี่ยนความกลัว ความไม่กล้าของเด็กๆ มาเป็นความอยากเรียนรู้และกล้าแสดงออกอย่างมีความสุข

รูปแบบการเรียนการสอน ครูอั๊สบอกว่า โรงเรียนจะสอนภาษาจีนและอังกฤษ ซึ่งรูปแบบการสอนจะใช้วิธีการสอนแบบธรรมชาติ ไม่ได้ให้เด็กๆ มานั่งท่อง นั่งเขียน นั่งจำ เรียกว่าไม่มีการยัดเยียดให้เด็ก

“วิธีของเราไม่ได้ให้เด็กมานั่งท่องจำนั่งเขียน แต่ใช้วิธีธรรมชาติ สมมติวันนี้เรียนภาษาอังกฤษเรื่องข้าว เขาจะเอาข้าวมาทำกิจกรรมต่างๆ มาผัดข้าว มาทำศิลปะ ครูสอนก็จะสอดแทรกผ่านกิจกรรม เด็กก็จะค่อยๆ ซึมซาบ เช่น ครูจะเอา Rice ผัดแล้วนะ หรือ Rice มีประโยชน์อะไรบ้าง หรือสอนนมสดภาษาจีน หนิวหน่าย เช้านี้ใครดื่มหนิวหน่ายมาบ้าง เป็นต้น นี่คือของเรา เด็กจะสนุกและมีความสุขอยากเรียน และเมื่อเรียนแล้วก็อยากแสดงออกไม่กลัวเหมือนเด็กทั่วๆ ไป” ครูอั๊ส เล่าอย่างมีสุข

อั๊สบอกว่า ทุกวันนี้ชีวิตของเธอมีความสุขมาก ทุกอย่างลงตัว ทั้งร้านอาหารก็ไปได้ดี โรงเรียนก็ได้รับการตอบรับเป็นเสียงเดียวกันจากผู้ปกครองที่ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าของร้านว่าได้ผล ลูกๆ กล้าพูดกล้าแสดงออกและสามารถสื่อสารง่ายๆ ในชีวิตประจำวันได้

ชื่อเดิม : ชนัญญา ตั้งบุญจิตร

อายุปัจจุบัน : 27 ปี

สถานภาพ : โสด

รักที่สุดในชีวิต : พ่อแม่ ให้ความอบอุ่นในชีวิตและเคียงข้างเสมอในยามทุกข์

ปริญญาแห่งชีวิต : เป็นปริญญาสูงสุดของชีวิตที่ได้จากแม่ชีศันสนีย์เมื่อครั้งไปเรียนปริญญาโทที่สาวิกาสิกขาลัย ที่นั่นทำให้เข้าใจศาสตร์แห่งการใช้ชีวิตที่มีความสุข

ความสุขที่ได้ทำ : ปฏิบัติธรรม ทำบุญ เล่นโยคะ และอยู่กับเด็กๆ

หนังสือที่ชอบอ่าน : แนวธรรมะ

สิ่งที่อยากทำ : อยากกลับไปเรียนโทที่สาวิกาสิกขาลัยให้จบตามที่แม่ชีขอแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาไหมแค่ไหน

คติในการดำเนินชีวิต : อยู่กับปัจจุบันและทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ข่าวอื่นๆ