เรื่องเล่าหลังเลนส์ ‘แผ่นดินไหวญี่ปุ่น’

วันที่ 15 มิ.ย. 2554 เวลา 10:09 น.
เรื่องเล่าหลังเลนส์ ‘แผ่นดินไหวญี่ปุ่น’
 อธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา เป็นช่างภาพไม่กี่คนในโลกที่ได้เดินทางเข้าไปใน “พื้นที่ต้องห้าม”

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

อธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา เป็นช่างภาพไม่กี่คนในโลกที่ได้เดินทางเข้าไปใน “พื้นที่ต้องห้าม” หรือรัศมี 30 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งเกิดการรั่วไหลปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสี หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

 

กว่าสามสัปดาห์ที่ชายหนุ่มคนนี้ร่อนเร่พเนจรไปตามเมืองต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่มีแผนการเตรียมความพร้อมใดๆ นอกจากรถเช่าคันหนึ่ง ชุดป้องกันรังสีและหน้ากากอนามัย พร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ใจ เสี่ยงอันตรายภายใต้อากาศปนเปื้อนสารพิษ เพื่อบันทึกสภาพบ้านเมืองอันหลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง รกร้าง และร่องรอยความโศกเศร้าสะเทือนใจของเหยื่อผู้รอดชีวิต ออกมาเผยแพร่ให้โลกได้รับรู้

นั่นคือที่มาของนิทรรศการ Athit's Eye on Japan Earthquake 2011 ผลงานภาพถ่ายสารคดีที่รวบรวมเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์อันสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลก จำนวนกว่า 100 ภาพ นำมาให้ชาวไทยได้ชมกันในวันนี้

 

“ผมไปเพราะความอยากล้วนๆ คือพอดูข่าวปุ๊บ รู้เลยว่าจะต้องมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นต่อจากนั้น อยากจะลองดูสักตั้ง เลยเริ่มเช็กข่าว ดูสถานการณ์ในพื้นที่ ทำวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน ประสานงานกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นว่าจะเข้าพื้นที่ยังไง ติดต่อกับใครได้ไหม จะทำงานยังไง หาที่พัก เช่ารถ ทุกอย่างทำเองหมด พร้อมแล้วก็ลุยเลย ไปวัดดวงเอาข้างหน้า”

10 วันหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติถล่มญี่ปุ่น อธิษฐ์ก็เดินทางถึงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ด้วยความโชคดีเขาได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนสื่อชาวต่างชาติ ร่วมกันเดินทางเข้าไปยังเมืองกว่าสิบแห่งทั่วทั้งสามจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นั่นก็คือจังหวัดอิวาเตะ มิยางิ และฟูกุชิมา

 

เขาเล่าว่ารอบตัวมีแต่ภาพความหายนะ ไม่ว่าจะเป็นซากตึกรามบ้านเรือนพังพินาศย่อยยับ เรือเดินสมุทร รถยนต์ ล้วนถูกคลื่นยักษ์กวาดทำลายจนล้มระเนระนาดตามสองข้างทาง ผู้คนตกอยู่ในความทุกข์แสนสาหัส

“ภาพที่เห็นในโทรทัศน์ว่าแย่แล้ว ของจริงแย่กว่าเยอะ รู้สึกว่าความเสียหายมันรุนแรงมากๆ เมืองทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลอง เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างก็หายวับไปกับตา นอกจากสภาพความเสียหายของเมือง ผมยังได้ตระเวนถ่ายรูปวิถีชีวิตของผู้คนในแง่มุมต่างๆ ภาพส่วนใหญ่ของผมเน้นสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึก วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คน การทำงานช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวมถึงความเจริญทางด้านจิตใจของชาวญี่ปุ่น ทั้งหมดดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีการแก่งแย่ง หรือความวุ่นวายโกลาหลใดๆ”

 

“ส่วนไฮไลต์ของภาพชุดนี้เป็นภาพชุดเมืองร้าง หลังเกิดวิกฤตการณ์กัมมันตรังสีรั่วไหล เป็นภาพน่าเศร้าตรงที่เมืองทั้งเมืองที่เคยมีชีวิต แต่วันนี้กลับไร้ผู้อยู่อาศัย ไฟฟ้ายังสว่างไสว น้ำประปายังไหล แต่ไม่มีคนสักคนเดียว บ้านบางหลังยังถูกเปิดค้างไว้ ในครัวยังมีกับข้าว เสื้อผ้าตากไว้บนราว เก้าอี้ล้อมวงผิงไฟ สัตว์เลี้ยงต่างๆ ทั้งม้าในคอก หมา แมวถูกทิ้งไว้อย่างอดอยากและหิวโหย ดังกับว่าทุกคนรีบอพยพหนีออกไปอย่างเร่งด่วนทันทีที่ได้รับคำสั่งเตือนภัย อย่างไม่ทันตั้งตัว” อธิษฐ์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

ช่างภาพสารคดีหนุ่มคนนี้พูดถึงความยากลำบากของการทำงานให้ฟังว่าทั้งเหน็ดเหนื่อยระทดท้อ โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา สะเทือนใจและประทับใจ ผสมผสานคละเคล้ากันไปในทุกอารมณ์

“เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่ผมถ่ายมาเป็นหมื่นๆ ภาพ เจอเรื่องราวสารพัดรูปแบบ ทั้งวิถีชีวิตอันเรียบง่าย งดงาม ความสุภาพอ่อนน้อม มีน้ำใจ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยอันน่าประทับใจของชาวญี่ปุ่น หรือภาพสลดหดหู่สองข้างทางที่มีแต่ซากความเสียหายของเมือง บรรยากาศวังเวงของเมืองร้างไร้ผู้คน ความเจ็บปวดรวดร้าวของเหยื่อผู้รอดชีวิต ซึ่งบางคนยังหวังจะได้พบกับครอบครัวญาติพี่น้องที่พลัดพรากจากกัน ทุกๆ ภาพแม้มีความงามแต่ก็แฝงไว้ด้วยความทุกข์ มีความทุกข์แต่ก็แฝงไว้ด้วยความงดงามเฉกเช่นเดียวกัน”

และนี่คือเรื่องเล่าหลังเลนส์ของช่างภาพสารคดีหนุ่มชาวไทย ผู้เดินทางเข้าไปร่วมสัมผัสสภาพบรรยากาศบ้านเมืองและจิตใจของผู้คน หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่น แล้วนำมาเล่าสู่กันฟังแก่พี่น้องชาวไทย ผ่านภาพถ่ายสารคดีอันลุ่มลึกและทรงพลัง

นิทรรศการ Athit's Eye on Japan Earthquake 2011 ของอธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2554 ณ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-721-8400

&<2288;