เทคโนโลยี และ แฟมมิลี แมน “จอห์น รัตนเวโรจน์”

วันที่ 09 มิ.ย. 2554 เวลา 08:23 น.
วันนี้จับเข่าพูดคุยกับกูรูเทคโนโลยี ไอที และแกดเจ็ต

โดย.. ณัฐพล ช่วงประยูร

วันนี้จับเข่าพูดคุยกับกูรูเทคโนโลยี ไอที และแกดเจ็ต ดีกรีนายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หนุ่มลูกครึ่งผมหยิก สมาชิกวงนูโวที่เรารู้จักคุ้นหูกันดี แต่บางคนไม่ทราบว่า “จอห์น รัตนเวโรจน์” ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ มา 2 ปีแล้ว เขาบอกกับผมว่า “รักไอทีมากพอๆ กับรักการร้องเพลง”

สมาคมฯ ต้องการให้ทุกคนรับรู้เท่าเทียม ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กับชีวิตทุกด้าน ที่มีคุณค่าต่อชีวิต เรื่องความปลอดภัย การเรียนการสอน การเข้าถึง หรือแม้แต่ด้านกฎหมาย แม้ว่าสมาคมฯ มีอยู่หลายสิบปีแล้ว แต่ความคืบหน้าในยุคของเขาก็ไปเร็วไม่น้อย แม้ว่าจะติดปัญหาเรื่องงบประมาณและการสนับสนุน แต่หัวกะทิด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีก็ชุมนุมอยู่ถึง 20 คนในสมาคมฯ

“บ้านเราให้อินเทอร์เน็ตเข้ามานานแล้ว เพราะเน้นเรื่องการเข้าถึงเป็นหลัก มันคือ คอมเมอร์เชียล บริการเท่าไร ได้กี่เมก คอนเทนต์ขยะ คลิป เพราะคนไทยมีนิสัยชอบเอาเข้ามาก่อนค่อยว่ากันทีหลัง ประเทศอื่นนั้นทำความเข้าใจก่อนแล้วค่อยให้บริการแพร่หลาย การเข้าถึงไม่ใช่ปัญหา แต่มันมีมิติการใช้ประโยชน์ที่ต่างกัน เมื่อเข้าถึงแล้ว สิ่งงอกงามขึ้นมามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

จอห์นยังมีหมวกเป็นซีอีโอ บริษัท ไทยแคสต์ และเป็นเอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ บริษัท สแปลช อินเตอร์แอคทีฟ สร้างสรรค์รายการไซเบอร์ซิตี้ และไลท์เฮ้าส์ แฟมิลี่ ทาง ททบ.5 และเป็นผู้บริหารเว็บไซต์ me.in.th/live www.stat.or.th/tricast ล้วนแล้วแต่อยู่ในโลกของเทคโนโลยีไอทีทั้งสิ้น

“โซนี่ เบต้า เพลเยอร์ ของคุณแม่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยู่ในโลกเทคโนโลยี ตอนผม 8-9 ขวบ คุณแม่ผมรีบเดินทางจากแถวดุสิตกลับมาบ้านที่พระโขนง เพื่อมาดูซีรีส์ต่างประเทศ ก็ใช้ตัวนี้บันทึกโดยที่เราไม่ต้องอยู่ที่บ้าน ไม่ได้น่าสนใจที่ตัวแกดแจ็ต แต่น่าสนใจที่มันทำอะไรให้เราได้ ผมเองต้องทำและเรียนรู้ผ่านคู่มือ ซึ่งแน่นอนเมื่อก่อนไม่มีภาษาไทย มีแต่อังกฤษกับญี่ปุ่น ผมก็ตั้งหน้าศึกษามันทุกหน้า ทุกอย่าง จนทะลุ

ถัดมาเทคโนโลยีสามารถช่วยชีวิตคนได้ ผมเคยช่วยผู้หญิงกำลังจะถูกข่มขืนข้างถนน ติดตามคนร้ายด้วยโนเกีย 900 เมกะเฮิรตซ์ โทร.จากในรถได้เลย ผมไล่ล่ากันเหมือนในหนัง จากสุขาภิบาล 3 จับได้ที่บางนา ติดต่อตำรวจ หรือ จส.100 จับผู้ร้ายเข้าคุกได้สำเร็จ

เหตุผลที่ว่าก็นำผมเข้าสู่เรื่องอื่นๆ อาทิ การไปเสวนาความรู้เรื่องเครื่องเตือนการเกิดสึนามิ และยังมีการศึกษาการสร้างระบบเอสเอ็มเอส สำหรับภาคใต้ที่จะแจ้งเหตุโดยตรงถึงกระทรวงมหาดไทย และผมเองก็เคยเป็นผู้บุกเบิกเอสเอ็มเอส ในนาม เคเอสซี เจเน็ต ภาคตะวันออก ส่วนตัวแล้วผมชอบคอมมิวนิเคตทุกอย่าง อุปกรณ์ด้านนี้เยอะมาก ซื้อตั้งแต่ วอล์กกี ทอล์กกี ไปจนถึงมือถือหลายรุ่น

“ถ้าจะถามเทคนิค การเลือกใช้ เลือกซื้อ ผมเป็นตัวอย่างตรงนี้ไม่ได้ อะไรมา ผมชอบก็ซื้อ เรียนรู้ มันคือความสนุกของผม เนื่องจากใช้มาเยอะมาก ผมมองรู้ทันทีว่ามันมีประโยชน์กับผมหรือองค์กรแค่ไหน ยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งซื้อดะ ตอนที่ทุกอย่างออกมาตอนช่วงจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ผมมีแกดเจ็ตที่บ้านเป็นตะกร้า ลูกน้องรอรับบริจาคอยู่ แต่กำลังจะเปลี่ยนแนวเป็นสิ่งที่ซื้อต้องอยู่กับผมได้นานๆ ต้องเช็กตัวเองว่า “ต้องมี” หรือ “อยากมี” ถ้าซื้อแล้ว ตอนที่เราอยู่กับมันต้องแน่ใจว่าเราจะกลืนมันทั้งตัว รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน ใช้งานทุกอย่างที่รู้ ผมรู้จรดหมดตัวมัน เพราะเป็นนิสัยแต่เด็ก และเมื่อเปลี่ยนใหม่ก็จะเรียนรู้ทั้งหมดใหม่อีกครั้ง”

จอห์นในวันนี้ มองตัวเขาเอง... “การเป็นศิลปิน คือ ดาว สามารถที่จะเป็นตัวอย่างในเชิงสร้างสรรค์สิ่งดีเพื่อสังคม ไม่หวังผลกำไร และสามารถทำให้คนรอบข้างสว่างไปพร้อมกัน และหมาดๆ ไม่นานมานี้ ปัญหาเรื่องการเข้ามามีหุ้นส่วนธุรกิจ แล้วมีคดีความเกิดขึ้น ผมมองว่า การเป็นศิลปินก็มีแง่ลบ เพราะเราจะเสียเปรียบทันที เขาเอาความที่เราเป็นดารามาดิสเครดิต เมื่อมีการต่อกรกันเมื่อไร เราก็เสียเปรียบเสมอ แต่ผมตอบตัวเองว่าเราต้องสู้ในความถูกต้อง เพื่อการพิสูจน์ว่าผมบริสุทธิ์ แล้วผมยังได้ต่อสู้ด้วย” ในกรณีนี้เขาขอร้องว่าแฟนๆ คงต้องคอยฟังผลลัพธ์ในต้นเดือนหน้าจนถึงวันนี้ นูโว เดินทางมาถึงปีที่ 23-24 แล้ว ทว่า ทุกเดือนก็ยังคงมีงานจ้างเล่นดนตรี บางทีแน่นหน่อยก็สัปดาห์ละ 2 งาน

“เรามีวงตั้งแต่เป็น เทป ซีดี และดิจิตอลดาวน์โหลด นูโวจึงหมายถึงเพื่อน หมายถึง เพลงที่คนชื่นชอบ แอบเรียกว่า อมตะก็ยังได้ ฉะนั้นเมื่อ นูโวคือ เพื่อนกับเพลง คุณอาจมีเพลงนั้นในใจ เมื่อนึกถึงผม เราจึงไม่มีหยุดเลย เพราะทุกคนสนุกกับมัน ไม่มีการเปลี่ยนใดที่ทำอะไรความเป็นเพื่อนของเราได้ มีความสุข และสนุกไปด้วยกัน”

เร็วๆ นี้ แฟมิลีแมน ชื่อจอห์นกำลังจะได้ลูกชายคนที่ 2 ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการตั้งแล้วว่า สกาย เขาสุดจะภาคภูมิใจในชีวิตครอบครัว

“ผมพัฒนาความเป็นพ่อมาพร้อมกันกับความรักต่อภรรยา ความเป็นลูกผู้ชายก็นำไปสู่ความเป็นสามี และพ่อคน แบบอย่างส่วนหนึ่งที่ได้จากคุณพ่อแม่และศาสนา เชื่อและมั่นใจว่าความรักในครอบครัวเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง หล่อหลอมเรามาและยั่งยืนที่สุด มันไม่ยาก มันอัตโนมัติ โชคดีที่ได้ภรรยาที่ครบทุกอย่างที่คุณจะหาในสตรีไทย รักเขามาก เขาคือผู้หญิงที่มีความเชื่อในเรื่องรักแท้ ไม่ยอมให้สามีตัวเองไปมีกิ๊ก ทำอาหารได้ ทำดีไอวายได้ เลี้ยงลูกได้ โอบอ้อมอารี และพร้อมช่วยเหลือสังคม

ฉะนั้นแล้วเวลาส่วนตัวอื่นของผม จะแตกต่างจากหลายๆ คน คือ ตั้งแต่ในวงการยุคแรก เดินทางและทำงานด้วยในเวลาเดียวกันมาตลอด ไปถ่ายทำหรืองานใด ก็พาครอบครัวไปด้วย แต่ทุกๆ เย็นก็เล่นบาสเกตบอลกับลูกชายที่บ้าน ถ้าจะมีไปเจอเพื่อนบ้าง ชิลได้ ลุยได้ แต่ขอกลับเร็วนะ เพราะเราต้องดูแลครอบครัว

ในมุมความคิดของผม แม้ทำหลายอย่าง แต่หลักการบริหารชีวิต ผมมองว่า ผู้ชายหนึ่งคน อย่างแรกคือ เป็นพ่อและสามีที่ดี 2เป็นเพื่อนที่ดีของกลุ่มสังคมที่เราอยู่ 3มีใจเป็นคนไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่คนไทย และรักประเทศไทย 4คือ ศาสนาและพระมหากษัตรย์ ถามว่าแล้วตัวเราเอง...อยู่ไหน ก็นั่นไง 4 ข้อ รวมทั้งหมดก็เป็นเรา บอกตรงๆ ว่า คนๆ หนึ่งมี 100% และมี 24 ชม.เท่ากัน”