เลี่ยงภัยร้ายที่แฝงมากับเทคโนโลยี

วันที่ 22 ก.พ. 2554 เวลา 21:48 น.
ยิ่งเราใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านั้นอย่างไม่พอดี หรือใช้จนมากเกินไป ก็จะเป็นการทำลายสุขภาพแบบไม่รู้ตัวด้วยภัยร้ายที่แฝงมากับเทคโนโลยี

เรื่อง ปวศร พิทักษ์

คนเราทุกวันนี้แทบจะเรียกได้ว่าต้องมีภาระ หน้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือสื่อสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ แบล็กเบอร์รี่ ไอโฟน ไอแพด คอมพิวเตอร์ ฯลฯ

นั่นก็เป็นที่มาของปัญหาว่า ยิ่งเราใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านั้นอย่างไม่พอดี หรือใช้จนมากเกินไป ก็จะเป็นการทำลายสุขภาพแบบไม่รู้ตัวด้วยภัยร้ายที่แฝงมากับเทคโนโลยีเหล่านั้นนั่นเอง

ผลกระทบกับระบบกล้ามเนื้อ

การใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านั้นเป็นเวลานานๆ โดยไม่รู้ตัว อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกับระบบกล้ามเนื้อของร่างกายคนเราขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น

1.เกิดอาการชาที่มือ อันเกิดจากท่าทางการใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น บีบี ไอโฟน ฯลฯ ทำให้เกิดการกดทับของหลอดเลือด และเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

2. การแนบโทรศัพท์มือถือที่หูคุยเป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรัง หรืออาการปวดศีรษะข้างเดียว หรือไมเกรน

3. การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง อาจก่อให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และหลัง แต่ถ้ายิ่งปล่อยไว้นานวันเข้า อาจทำให้กระดูกคอเสื่อมเร็วกว่าปกติ เนื่องจากต้องก้มคออยู่ท่าเดียวเป็นเวลานานเกินไป

รวมทั้งอาจทำให้ปวดตา ตาพร่า เนื่องจากการใช้สายตาเพ่งในระยะเวลานานๆ ประกอบกับแสงที่จ้ามากจนเกินไปจากอุปกรณ์เทคโยโลยี และถ้าปล่อยไปนานวันเข้าก็อาจทำให้เกิดการสะสมของอาการ ส่งผลให้อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท โครงสร้างร่างกายผิดปกติ เช่น หลังโกงงอ ไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน คอตก ฯลฯ

วิภาพร สายศรี แพทย์อายุรเวท จากคลินิก รักษาโรคปวดศีรษะดอกเตอร์แคร์ ให้ความรู้ว่า การใช้คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารอย่างไม่ถูกต้อง เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการของโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เนื่องจากลักษณะเชิงกายภาพของคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ เมื่อต้องใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ จึงทำให้เกิดการใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการเกร็งตัวสะสมของกล้ามเนื้อ จนเกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

"เมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ การพักผ่อน และการบริหารกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี แม้จะไม่ใช่วิธีการรักษาในกรณีที่เกิดอาการปวดเรื้อรัง แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการบรรเทาอาการ และชะลอการเกิดอาการปวดเรื้อรังที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งกล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อการบริหารมาก ที่สุด 5 ส่วนได้แก่ กล้ามเนื้อคอ บ่า หลัง แขน และข้อมือ"

แพทย์อายุรเวท เพิ่มเติมว่า ในกรณีที่อาการปวดเรื้อรังอยู่ในระดับที่รบกวนการทำกิจกรรมตามปกติแล้ว การรักษาที่เรียกว่า Trigger Point Therapy เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาอาการปวดเรื้อรังของผู้ที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ อย่างต่อเนื่องเป็น ระยะเวลานานๆ เนื่องจากเป็นการรักษาที่ต้นเหตุของการปวดคือ Trigger Point (จุดกดเจ็บ) โดยวิธีการรักษาแบบ Trigger Point Therapy จะเป็นการคลายกล้ามเนื้อส่วนบนของมัดกล้ามเนื้อที่เป็นปัญหา และสลายจุด Trigger Point ที่เกิดจากการเกร็งตัวสะสมของมัดกล้ามเนื้อส่วนล่าง เมื่อจุด Trigger Point คลายออกจนเป็นกล้ามเนื้อปกติ การอักเสบของกล้ามเนื้อดีขึ้น อาการปวดเรื้อรังก็จะดีขึ้น และหายดีในที่สุด

บริหารกล้ามเนื้อป้องกันได้

ในกรณีที่มีการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังจนหายดีแล้ว การบริหารกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี จะเป็นการป้องกัน และชะลอการกลับมาเกิดอาการ Trigger Point ได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวัน โดยมีเทคนิคการบริหารกล้ามเนื้อคอ เพื่อคลายความตึงเครียดระหว่างการนั่งปฏิบัติงาน ให้ไปลองหัดบริหารกันง่ายๆ 5 ท่า เริ่มต้น

- ท่าที่ 1 หันศีรษะไปทางด้านซ้ายช้าๆ ใช้มือซ้ายช่วยดึงค้างไว้นับ 1-10 วินาที จากนั้นสลับทำด้านขวา

- ท่าที่ 2 ก้มศีรษะพยายามให้คางชิดอกมากที่สุด ค้างไว้ 10 วินาที

- ท่าที่ 3 เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ไปด้านหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ 10 วินาที

- ท่าที่ 4 เอียงศีรษะไปทางด้านขวา ใช้มือขวาช่วยดึง พยายามให้ศีรษะชิดไหล่มากที่สุด ค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นสลับทำด้านซ้าย

- ท่าที่ 5 หันศีรษะไปทางด้านซ้าย 45 องศา ใช้มือขวาช่วยดึงพร้อมก้มลงช้าๆ ให้มากที่สุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นสลับทำด้านขวา

บ้าเทคโนโลยีได้ แต่สุขภาพกายก็ต้องดูแล...นะ

************************

ผู้สนใจต้องการตรวจสภาพกล้ามเนื้อหรือสนใจปรึกษาอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง สามารถโทรนัดหมายเพื่อขอตรวจ และปรึกษาอาการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ คลินิกรักษาโรคปวดศีรษะดอกเตอร์แคร์ หรือเข้าไปดูได้ที่ www.drcareclinic.com