สุดตระการตา ลาแฟต 2011

วันที่ 19 ม.ค. 2554 เวลา 07:44 น.
ปล่อยให้แฟนๆ รอเก้อเมื่อปีที่แล้ว หลังโดนหางเลขอุบัติเหตุทางการเมืองพ่นพิษใส่ ถึงขั้นต้องล้มเลิกงานไปอย่างไม่มีกำหนด ปีนี้เพื่อการันตีว่ามีชัวร์ๆ ลาแฟต 2011 หรือ เทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศสไทย จึงชิงเปิดโต๊ะแถลงข่าวกันตั้งแต่หัววัน 

โดย....วิชชญะ ยุติ

 

ปล่อยให้แฟนๆ รอเก้อเมื่อปีที่แล้ว หลังโดนหางเลขอุบัติเหตุทางการเมืองพ่นพิษใส่ ถึงขั้นต้องล้มเลิกงานไปอย่างไม่มีกำหนด ปีนี้เพื่อการันตีว่ามีชัวร์ๆ ลาแฟต 2011 หรือ เทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศสไทย จึงชิงเปิดโต๊ะแถลงข่าวกันตั้งแต่หัววัน

ครั้งที่ 7 ของเทศกาลศิลปวัฒนธรรมที่มีคนเฝ้าจดจ่อรอชมมากที่สุด จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ก.พ. ยาวต่อเนื่องจนกระทั่งวันที่ 10 เม.ย.นู่นแหละ ใครไม่มีแพลนไปไหน วางคิวกันให้ดี เพราะเขายังจัดโปรแกรมเต็มเหมือนเดิมทุกประการ

ยืนยันจากถ้อยคำ เอกอัครราชฑูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย “จิลดาส์ เลอ ลีเด็ค” ที่เปล่งออกมาในวันนั้น “ลาแฟตกลับมาพร้อมการแสดงกว่า 30 ชุด ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูแล้ง ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการชมงานแสดงศิลปวัฒนธรรม ไม่ต้องพะวงเรื่องฟ้าฝน แล้วปีนี้ลาแฟตจะขยายพื้นที่ไปในต่างจังหวัดด้วย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย หัวหิน เกาะสมุย พัทยา สุดท้ายคือที่ภูเก็ต”

วันแรกของงานมีการตัดริบบิ้นเอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย ประเดิมด้วยนิทรรศการภาพถ่าย Portraits of Asia (Portraits d’Asie) “เอริค ลาฟอร์ก” ที่นำเสนอความหลากหลายทางวัฒนธรรมของทวีปเอเชียในแง่มุมที่คุณอาจไม่พบเห็นมาก่อน ตื่นตาตื่นใจกับสีสัน แสงเงา อันตระการตา

คนเลิฟการถ่ายภาพยังจะได้จุใจกับนิทรรศการเด็ดดวงทั้งสิ้น เริ่มที่ Fashion3 นิทรรศการภาพถ่ายแฟชั่นที่แยกย่อยเป็น 3 เซ็กชั่น Fashion Story (ies), Moonlight และ Samsara สะท้อนความงามแห่งวัฏแฟชั่น เป็นการประชันกันของช่างภาพแฟชั่นชื่อก้อง ฝรั่งเศส ไทย และยุโรป พวกเขาจะพาไปรู้จักแฟชั่นในทุกองศา ตั้งแต่ ภาพถ่ายแฟชั่นอันงดงาม พอร์ตเทรตของนักออกแบบเสื้อผ้าและนางแบบนายแบบชั้นนำ รวมไปถึงเรื่องราวน่าสนใจของช่างภาพแฟชั่นระดับท็อป

งานที่ถูกยกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม “บาทวิถีปารีเซียง” (Le Pieton De Palis) เหล่าตากล้องระดับตำนานร่วมกันฟื้นถนนสายแฟชั่นขึ้นมาด้วยภาพขาวดำที่ถ่ายทอดความสุนทรีย์ในการเดินท่องกลางกรุงปารีส จากประตูชัยไปหอไอเฟลถึงสวนสวยและนั่งจิบการแฟขมเข้มพร้อมดูคนตกปลาริมสะพาน เก๋ๆ เท่ๆ

 

คอหนังตัวยง ได้เต็มอิ่มด้วยผลงานคุณภาพหลากรส What Love May Bring คือหนังเปิดเทศกาล ว่ากันว่า (ถ้าไม่มีอะไรคาดเคลื่อน) ผู้กำกับ (Claude Lelouch) จะควงแขนนักแสดงนำ (Laurent Couson) มาปรากฏตัวเป็นๆ

ขณะที่รายชื่อหนังเรื่องอื่นๆ ที่คัดสรรเข้าฉาย ล้วนแต่น่าดู ไม่ซ้ำแนว เรียกน้ำจิ้มกันด้วย Gainsbourg หนังตลกยั่วล้อของกวีขี้อายที่จู่ๆ ก็ละทิ้งงานวาดรูปและบ้านช่อง เพื่อไปสร้างสีสันให้กับคาบาเร่ต์ LOL งานเบาสมองแต่ไม่เบาโหวงของนักแสดงตัวแม่ “โซฟี มาร์โซ” ที่มาพร้อมเสียงหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง (LOL มาจากคำว่า Laugh Out Loud) อีกเรื่องเป็นไง Welcome (ขอลำเอียงนิดหนึ่งนะ เพราะอยากดูมากกกก) หนังตลกร้ายเล่าพฤติกรรมวายป่วงพระเอกที่อยากเป็นนักฟุตบอลแมนยูจึงแอบย่องไปหาแฟนสาวชาวเมืองผู้ดี แต่ดันดวงมาซวยซ้ำซวยซ้อนโดนตำรวจรวบตัว เขาจึงตัดสินใจหนีด้วยการว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ อะ…แค่พล็อต ก็สนุกแล้ว (ใช่ป่ะ) ไว้ไปดูกันเต็มๆ ในโรง (นะจ๊ะ)

ถ้ายังไม่หนำใจก็ต้องตามไปชมใน “หนังปิกนิกใต้แสงจันทร์” (Cinema PiqueNique Au Clair De Lune) มีหนังเก่าแต่เศร้าซึ้งเป็นบ้า 2 เรื่องเปิดฉายกลางแจ้ง หนังไทย “มนต์รักทรานซิสเตอร์” ปะทะหนังฝรั่งเศส Amelie งานนี้จะไปเป็นคู่ หรือฉายเดี่ยวไป (เพราะกะไปหาหน้างานไง อิอิ) รับรองความชื่นมื่นถึงขั้วหัวใจกันถ้วนทั่วแน่นอน

มาถึงดนตรี ดูโปรแกรมแล้วแบบว่า อืม!!! แบบว่าโคตรจะโดนเลย ยิ่งเฉพาะที่เจ้าภาพเรียกว่า “ฝรั่งเศสแหวกแนว” (Sacr้s Fran็ais!) น่าดูสุด ต้องขอยกให้นี่เลย “มิโคร” (Micro) อันมี “ปิแอร์ ริกาล” เป็นผู้สร้างสรรค์ ประสานการเต้น ร้อง และรำ ให้มาบรรจบกัน ภายใต้บรรยากาศ คอนเสิร์ตเล่นผ่านพรมแดนดนตรีรูปแบบต่างๆ ร็อค ป็อป พังค์ คอรัส อิเล็กโทรนิค อะคูสติก แล้วผันเปลี่ยนสู่การร่ายรำที่คาดไม่ได้ในลีลาสุดเหวี่ยงเหวอ

ชอบความคลาสสิก ก็ต้องงานนี้ คอนเสิร์ตซิมโฟนี โดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ร่วมกับวาทยากรชั้นนำ “โรแบร์โต เบนซี” และสาวเสียงโซปราโนระดับแปดหลอด “อีซาแบล เกกิเนร์” ที่โคจรมาเจอกันเฉพาะกิจเพื่อชาวลาแฟตเท่านั้น

 

แฟนๆ ดีเจและการสแครชแผ่น ลาแฟตก็เอาใจนะ “เซบาสเตียง เตอลลิเย่ร์” พร้อมคู่ซี้ “อมองดิน เดอลา ริชาร์ดิแยร์” ชวนคุณๆ ไปเปรี้ยวซ่าก๋ากั๋นกันกับจังหวะตื๊ดดดดดดๆ อีกรายคือ “เกร็ก บูสต์” ดีเจร่างทรงดนตรีอิเลกโทรนิค ผู้ไม่เคยทำให้ฟลอเตนรำเหือดหายไปจากขาแดนซ์

นี่ก็น่าดูไม่แพ้กัน การเต้นฮิปฮอปผสานการฟ้อนรำโดยนักเต้นเชื้อสายฝรั่งเศสลาว “โอเล่ คำจันลา” กับโชว์ชุด “ฟังลาว” (้coute le) ที่นำเสนอท่วงท่าและลีลาการเต้น เพื่อให้ผู้ชมได้เรียนรู้สัมผัสความงดงามและความกลมกล่อมผ่านการแสดงลูกผสมระหว่างนาฏศิลป์ 3 ชาติ ฮิปฮอป ฟ้อนลาว รำโขน

ลาแฟตครั้งนี้ มีการแสดงไทยๆ ให้ชมเช่นกัน “พิเชษฐ กลั่นชื่น” ภูมิใจที่จะขายโขนแนวใหม่ “ฉุยฉาย” โดยฉีกกรอบเดิมๆ อันมีจุดมุ่งหมายคือแสดงถึงวิวัฒนาการของสังคมไทย ผ่านการร่ายรำทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ รวมทั้งความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อคนไทย

ส่งท้ายที่ หมวดละคร (ที่เราอยากดูมากกกก อีกละ) P.P.P โดยคณะ น็อน โนว่า พลังการโยนและรับลูกบอล ความหนาวเหน็บ ความไม่เย็นชา การโผล่มาของอีกหนึ่งชีวิต ที่สำคัญ อัตลักษณ์ชายและหญิงบนก้อนน้ำแข็ง ทั้งหมดคือความหมายอันน่าค้นหาของการแสดงชุดนี้

โห!!! ลืมได้ไง “กินอาหารในห้องมืด” (Diner dans le noir) ประสบการณ์แปลกใหม่ของการหม่ำที่หลายคนร่ำร้องหา หลังประสบความสำเร็จเมื่อครั้งก่อน อาหาร 3 จาน และไวน์ 3 แก้ว นัยสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่ในค่ำคืนนั้นอาจมากกว่ารสชาติที่ได้ลิ้มลอง เช่นที่คำหกล่าวของเชคสเปียร์ “โลกนี้ไร้ซึ่งความมืดมิด มีเพียงแค่ภาพลวง”

รู้โปรแกรมคร่าวๆ แล้วสนใจก็เตรียมตีตั๋วไปชมกันได้เลย สอบถามรายละเอียด 026575100 หรือเช็ครอบการแสดงและสถานที่จัดงาน www.lafetebangkok.com