กัปตัน เชิดชัย สุรสนธิ กับความภูมิใจเหนือท้องฟ้า

วันที่ 18 ม.ค. 2554 เวลา 07:56 น.
กัปตัน เชิดชัย สุรสนธิ ครูการบิน B747-400 และกรรมการสมาคมนักบินไทย จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ซึ่งสมัยนั้นอาชีพนักบินยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่สำหรับสังคมไทย แต่เพราะรู้ตัวแล้วว่าอยากจะมีโอกาสสัมผัสโลกกว้างและอยากจะเป็นนักบินให้ได้ เขาจึงได้ตัดสินใจเบนเข็มไปเรียนต่อด้านการบิน ซึ่งภายหลังจบหลักสูตรแล้วก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าทำงานกับบริษัท การบินไทย

โดย....กาญจนา เตชาวัฒนากูล

 

กัปตัน เชิดชัย สุรสนธิ ครูการบิน B747-400 และกรรมการสมาคมนักบินไทย จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ซึ่งสมัยนั้นอาชีพนักบินยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่สำหรับสังคมไทย แต่เพราะรู้ตัวแล้วว่าอยากจะมีโอกาสสัมผัสโลกกว้างและอยากจะเป็นนักบินให้ได้ เขาจึงได้ตัดสินใจเบนเข็มไปเรียนต่อด้านการบิน ซึ่งภายหลังจบหลักสูตรแล้วก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าทำงานกับบริษัท การบินไทย

“ผมเริ่มต้นทำงานปี 1981 เป็นนักบินผู้ช่วย ก่อนจะได้เป็นกัปตันประมาณปี 1991 ถึงตอนนี้ก็เกือบ 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกเบื่อนะ ยังสนุกกับการทำงานอยู่เสมอ” กัปตันเชิดชัย บอก “อาชีพนักบินต้องมีความรับผิดชอบสูง เพราะเราต้องดูแลผู้โดยสารอีกนับร้อย ต้องมีทั้งสติและสมาธิ และมันฝึกให้เราเป็นคนที่ต้องมีระเบียบวินัยและรักษาเวลาเป็นสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นอาชีพที่ให้ความรู้สึกอิสระ เราได้เดินทางไปนั่นมานี่ ไม่ต้องนั่งประจำที่อยู่ตลอดเวลา แล้วผมก็ชอบที่ได้บินบนท้องฟ้าโล่งๆ กว้างไกล มันให้ความรู้สึกสบายใจ สบายตา”

ระยะเวลา 30 ปีที่ได้เป็นนักบิน ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความประทับใจจากการเดินทางและการทำงานมากมาย แต่เหตุการณ์ที่กัปตันเชิดชัยบอกว่าจำได้ไม่รู้ลืม คือ “เมื่อประมาณปี 1991 ตอนนั้นเครื่องที่เราบินจะไปลงที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดนนักศึกษาพม่าไฮแจ็กเครื่องแล้วบังคับให้พวกเราบินไปลงที่กัลกัตตา อินเดีย เพราะเขาต้องการประกาศให้ชาวโลกได้รู้ว่า พวกเขาไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลพม่า แต่เขาไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใครหรือก่อความรุนแรงอะไร ซึ่งพวกเราก็ช่วยกันพูดคุยและเกลี้ยกล่อมให้เขายอมปล่อยผู้โดยสารลงจากเครื่อง สุดท้ายเหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร นักศึกษาพม่าคนนั้นก่อนจะมอบตัวกับตำรวจ เขาก็ยังเดินมาขอบคุณพวกเราอยู่เลย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ลืมไม่ลงจริงๆ”

กัปตันเชิดชัย เล่าว่า “สมัยเมื่อ 3040 ปีก่อน เรายังต้องพึ่งสต๊าฟฝรั่งและนักบินฝรั่ง จากสายการบินทางยุโรปให้เข้ามาทำงาน และช่วยเทรนนิงเรื่องต่างๆ ให้ แต่ตอนนี้เรามีทีมบริหารคนไทย และนักบินไทยก็มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ดีไม่แพ้นักบินชาติไหนในโลก ซึ่งฝรั่งเขาก็ยอมรับความสามารถของเรา มีนักบินคนไทยที่มีโอกาสไปทำงานกับสายการบินต่างชาติ เขาก็ได้รับฟีดแบ็กที่ดีกลับมา ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่เราสามารถช่วยกันผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพได้ทัดเทียมมาตรฐานสากล”

“ผมบอกได้เลยว่า ภูมิใจที่ได้เป็นนักบินของการบินไทย เพราะนี่คือสายการบินแห่งชาติ ที่บริหารงานโดยคนไทย เพื่อคนไทย ตอนนี้เราก็เดินทางกันมาถึง 50 ปีแล้ว เป็นช่วงวาระพิเศษสำหรับองค์กร และผมก็คิดว่าจากนี้ไปก็คงจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอะไรใหม่ๆ ที่ดีขึ้นให้เราได้เห็นกันอีกมากมาย” กัปตันเชิดชัย กล่าวสรุป